วันนี้ (1 ก.ย. 2569) นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดเก็บเงินรายได้แผ่นดินของรัฐวิสาหกิจ และหลักทรัพย์ของรัฐ (กิจการที่รัฐถือหุ้นต่ำกว่า 50%) ในปีงบประมาณ 2569 ว่า สคร. มีเป้าหมายในการจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน และเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ ที่ 182,600 ล้านบาท ซึ่งจากข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 69 สคร. สามารถจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม ทั้งสิ้น 197,356 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 33,455 ล้านบาท หรือคิดเป็น 120% คาดว่าผลการจัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2569 จะอยู่ที่ 203,000 ล้านบาท คิดเป็น 111% ของเป้าหมายทั้งปี
.
โดยการจัดเก็บรายได้แผ่นดิน หรือเงินปันผลสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดเก็บรายได้ 47,388 ล้านบาท อันดับ 2 บมจ ปตท. (PTT) จัดเก็บรายได้ 33,754 ล้านบาท อันดับ 3 กองทุนวายุภักษ์ 1 จัดเก็บรายได้ 19,202 ล้านบาท อันดับ 4 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดเก็บรายได้ 18,244 ล้านบาท อันดับ 5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดเก็บรายได้ 16,011 ล้านบาท อันดับ 6 ธนาคารออมสิน จัดเก็บรายได้ 13,389 ล้านบาท อันดับ 7 บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) จัดเก็บรายได้ 8,100 ล้านบาท อันดับ 8 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดเก็บรายได้ 6,963 ล้านบาท อันดับ 9 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดเก็บรายได้ 5,552 ล้านบาท และอันดับ 10 การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดเก็บรายได้ 5,104 ล้านบาท
.
ส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในช่วง 11 เดือน ของปี 2569 (ต.ค. 2568 – ส.ค. 2569) ของรัฐวิสาหกิจ 43 แห่ง ที่มีกรอบงบลงทุนปีงบประมาณ 2569 จำนวน 236,839 ล้านบาท เบิกจ่ายเงินลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 218,352 ล้านบาท หรือคิดเป็น 92.19% ซึ่งเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2568 ที่เบิกจ่ายได้ 86.65% แล้ว ถือว่ารัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพการเบิกจ่ายสูงกว่าเดิม และคาดว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย.69 สคร. จะสามารถเร่งรัดและกำกับติดตามให้รัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้สูงกว่า 225,998 ล้านบาท หรือคิดเป็น 95.40% ของเป้าหมาย สูงกว่าขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด
.
นอกจากนี้ สคร. ยังเร่งส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) และ Green PPP โดยในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) ได้เห็นชอบโครงการ PPP จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 14,023 ล้านบาท ได้แก่ โครงการการพัฒนาและบริหารจัดการที่พักริมทาง (Rest Area) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ มอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา, บางใหญ่ – กาญจนบุรี ของกรมทางหลวง และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี – สุขสวัสดิ์) ย่านบางโปรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), โครงการการจัดตั้งศูนย์บำบัดโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีการฉายอนุภาคโปรตอน ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโครงการท่าเทียบเรือ เอ5 ท่าเรือแหลมฉบัง ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)
.
ส่วนผลการดำเนินงานของกองทุนรวมวายุภักษ์ ณ วันที่ 31 ก.ค. 2569 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value หรือ NAV) 595,548.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 490,390.32 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 28.10% โดยแบ่งเป็น NAV ของหน่วยลงทุนประเภท ก. จำนวน 155,609.10 ล้านบาท และหน่วยลงทุนประเภท ข. จำนวน 439,939.25 ล้านบาท โดยมีปัจจัยมาจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีการปรับตัวขึ้น ขณะที่กองทุนฯ เน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคง มีความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กองทุนรวมวายุภักษ์ ได้รับปันผลไปแล้วราว 2 หมื่นล้านบาท
......
Sondhi X

