xs
xsm
sm
md
lg

ครม.อนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ 106 ล. อนุมัติในหลักการอีก 3 โครงการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รองโฆษกรัฐบาล เผย ครม.อนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางรวม6โครงการแบ่งเป็นการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่2สายใต้จำนวน3โครงการรวมวงเงินทั้งสิ้น106,798.32ล้านบาทและอนุมัติในหลักการอีก3โครงการ


วันนี้ (1ก.ย.) นางสาวพลอยทะเลรัศมีแสงจันทร์รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร)จังหวัดสงขลามีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่2จำนวนรวม6โครงการโดยแบ่งเป็นการอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือรฟท.ดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่2สายใต้จำนวน3โครงการรวมวงเงินทั้งสิ้น106,798.32ล้านบาทซึ่งรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมดโดยสำนักงบประมาณจะจัดสรรงบประมาณรายปีและกระทรวงการคลังจะจัดหาแหล่งเงินกู้พร้อมค้ำประกันภายในประเทศตามความเหมาะสมเพื่อเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่2สายใต้ทั้ง3โครงการที่ได้รับการอนุมัติให้เดินหน้าก่อสร้างประกอบไปด้วยโครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานีใช้ระยะเวลาดำเนินการ7ปีตั้งแต่ปีงบประมาณ2569ถึง2575วงเงิน36,892.32ล้านบาทถัดมาคือโครงการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ใช้ระยะเวลาดำเนินการ8ปีตั้งแต่ปีงบประมาณ2569ถึง2576วงเงิน61,534.55ล้านบาทและโครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ใช้ระยะเวลาดำเนินการ6ปีตั้งแต่ปีงบประมาณ2569ถึง2574วงเงิน8,371.45ล้านบาท

ส่วนสาระสำคัญและเหตุผลที่มีการปรับเพิ่มวงเงินโครงการจากเดิมนั้นกระทรวงคมนาคมรายงานว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของโครงการสายใต้ใหม่ทั้ง3โครงการเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐานโดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบันตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการปรับปรุงราคาก่อสร้างให้เป็นปัจจุบันตามต้นทุนค่าวัสดุและค่าน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางรวมถึงมีการปรับปรุงค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้างและค่าชดเชยพืชผลต้นไม้ให้เป็นราคาประเมินณปัจจุบันอีกทั้งยังขอปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้างจากเดิมร้อยละ2.25เปลี่ยนเป็นร้อยละ2.75ของค่าก่อสร้างเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้การปรับปรุงรายละเอียดดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าโครงการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี2568โดยโครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานีมีวงเงินเดิม30,422.53ล้านบาทปรับเป็นวงเงินใหม่36,892.32ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น6,469.79ล้านบาทขณะที่โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์มีวงเงินเดิม7,772.90ล้านบาทปรับเป็นวงเงินใหม่8,371.45ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น598.55ล้านบาทส่วนโครงการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลาเดิมมีวงเงินรวม66,270.51ล้านบาทซึ่งวงเงินใหม่ได้ปรับเพิ่มเป็น77,556.97ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นถึง11,186.46ล้านบาทอย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้กรอบวงเงินสูงเกินไปจนกระทบต่อระยะเวลาการก่อสร้างในภาพรวมการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรก่อสร้างเฉพาะช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่วงเงิน61,534.55ล้านบาทไปก่อนและตัดสินใจชะลอการก่อสร้างช่วงชุมทางหาดใหญ่-สงขลาวงเงิน15,922.42ล้านบาทออกไปในภายหลังจนกว่าจะสามารถดำเนินการผลักดันผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ได้แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้ให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่2อีกจำนวน3โครงการซึ่งประกอบไปด้วยโครงการช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัยโครงการช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่และโครงการช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานีโดยได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งดำเนินการทบทวนความเหมาะสมของโครงการจัดทำกลยุทธ์การตลาดและแผนธุรกิจอย่างรัดกุมตามข้อสังเกตของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเนื่องจากประเมินว่าข้อมูลประมาณการผู้โดยสารและสินค้าอาจยังมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบันเพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป