สำนวนคดีสืบสวนที่ 20/2568 ได้เวลาส่งไม้ต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช้เวลาแรมปี ไล่พิสูจน์พยานหลักฐานแก้ข้อสงสัยไขทีละปม ที่ยังเคลือบแคลงใจคนไทยทั้งประเทศ กรณีเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ "แตงโม" ว่าอาจมีกลุ่มบุคคลร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จุดเริ่มต้น ดีเอสไอ เข้ามาสืบสวนประเด็น “แตงโม” เกิดขึ้นช่วงเดือน มี.ค.2565 นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีดีเอสไอ (ในขณะนั้น) มีคำสั่งให้ รับเรื่องไว้ทำการสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อประกอบการพิจารณา โดยเหตุผลสำคัญ “มีข้อสงสัยที่สาธารณชนตั้งขึ้นเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งดีเอสไอเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ รัฐมีหน้าที่ต้องทำความจริงให้ปรากฏ”
กระทั่ง ปี 2568 ดีเอสไอ มีการตั้งคณะสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางพนิดา ศิริยุทธโยธิน หรือ “แม่แตงโม” และ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยเน้นตามหลักนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องตำแหน่ง GPS บนเรือ เพื่อดูความเกี่ยวข้องของบุคคลอื่น รวมถึงมีการจำลองเหตุการณ์ “แตงโม” ตกเรือ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้
“ดีเอสไอ” เดินหน้าพิสูจน์เรื่อง บาดแผล , GPS เรือ , เวลาเสียชีวิต , ตำแหน่งคนบนเรือ , ผ้าขาว , เส้นผม , ทราย/ดิน และคำให้การของคนบนเรือ เพราะคดีนี้มีข้อมูลจากหลายฝ่ายปะปนกันมา
แฟ้มที่ 1 “พลัดตกเรือเอง” หรือมีเหตุอื่นก่อนตก? ตั้งข้อสงสัยว่า ลักษณะบาดแผลและพยานหลักฐานบางอย่าง ไม่สอดคล้องกับคำอธิบายว่าแตงโมตกท้ายเรือและถูกใบพัดเรือ จึงขอให้ ดีเอสไอ ตรวจสอบใหม่
แฟ้มที่ 2 บาดแผลที่ขา เกิดจากอะไร และเกิดก่อนหรือหลังเสียชีวิต ซึ่งมีข้อสังเกตเรื่องจำนวนและลักษณะบาดแผลที่ต่างกัน ระหว่างข้อมูลที่เผยแพร่โดยตำรวจและผลชันสูตรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึง บาดแผลขนาดใหญ่บริเวณต้นขาถูกนำไปถกเถียงว่าเกิดจากใบพัดเรือหรือวัตถุมีคมอื่น
แฟ้มที่ 3 บาดแผลด้านหลังขาขวา (กำลังตรวจสอบว่า เคยมีการพิจารณา/บันทึก/นำเข้าสำนวนมาก่อนหรือไม่) มีการวิเคราะห์ว่าบาดแผลบางส่วน ลึกถึงชั้นไขมัน ลักษณะคล้ายถูกวัตถุแข็งหรือปลายแหลม และบาดแผลบริเวณขาซ้ายอีกหลายตำแหน่ง โดย ดีเอสไอ ให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ลักษณะบาดแผลสามารถเกิดจากเหตุการณ์ตามคำให้การเดิมได้หรือไม่
แฟ้มที่ 4 GPS และเส้นทางเรือ มีการตรวจสอบรอบใหม่ เนื่องจากเรือวิ่งอย่างไรในช่วงเวลาสำคัญก่อนและหลังแตงโมตกน้ำ? เพื่อพิสูจน์ 1. เรืออยู่ตรงไหนในแต่ละช่วงเวลา 2. ความเร็วเท่าใด 3. ทิศทางการเดินเรือเป็นอย่างไร 4. ตำแหน่งที่อ้างว่า “แตงโม” ตกน้ำสอดคล้องกับข้อมูลหรือไม่ และ 5. หากเกิดเหตุการณ์ตามคำให้การ ตำแหน่งของคนบนเรือควรอยู่ตรงไหน
แฟ้มที่ 5 คำให้การของคนบนเรือ คือ คำให้การแต่ละคนสอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือไม่? ในรอบการตรวจสอบใหม่ ดีเอสไอ ระบุชัดว่าจะนำ คำพิพากษา , คำให้การของจำเลย , คำให้การพยาน , GPS , การจำลองเหตุการณ์ มาประกอบกัน เป็นวิธีคิดแบบ “เอาพยานแต่ละชิ้นมาตรวจไขว้กัน” มากกว่าจะเชื่อหลักฐานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
แฟ้มที่ 6 ผ้าขาวลายจุด? เส้นผม 2 เส้น? เศษวัสดุคล้ายดินและทราย? ดีเอสไอ ระบุว่าวัตถุเหล่านี้ถูกส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อประกอบการสืบสวนพิสูจน์ DNA ตรงกับใคร? เส้นผมเป็นของใคร? ดิน/ทรายมาจากไหน? ผ้ามีร่องรอยทางชีวภาพหรือไม่?
แฟ้มที่ 7 การจำลองเหตุการณ์ ปี 2568 มีการจำลองเหตุการณ์โดยอาสาสมัคร เพื่อทดสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการตกเรือ มีการจำลองหลายครั้งเพื่อดูว่า ร่างกายมนุษย์สามารถตกจากตำแหน่งและท่าทางดังกล่าวได้อย่างไร
แฟ้มที่ 8 ประเด็น “บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม“ คือ จุดคดีสืบสวนของ ดีเอสไอ? มุ่งตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐ-บุคคลใดร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาหรือไม่ เพื่อช่วยให้บุคคลอื่นไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ดังนั้นจึงมีการตรวจสอบกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่และพยานหลักฐานเดิมด้วย

