xs
xsm
sm
md
lg

‘สีหศักดิ์’ ตั้งโจทย์ใหม่ดับไฟใต้ ยกระดับข่าวกรอง-เพิ่มประสิทธิภาพ ดึงมวลชนร่วมแก้ปัญหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลพลิกโจทย์ดับไฟใต้ ไม่ใช้ความมั่นคงนำหน้า แต่เดินหน้ายุทธศาสตร์ใหม่ เน้นยกระดับข่าวกรอง แก้ปัญหาปากท้อง พร้อมดึงประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน

ปัญหาชายแดนใต้กำลังถูกวางโจทย์ใหม่อีกครั้ง เมื่อรัฐบาลส่งสัญญาณว่าการแก้ไขสถานการณ์ไม่อาจพึ่งพามาตรการด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเดินควบคู่ทั้งงานข่าวกรอง การป้องกันเหตุ การพูดคุยเพื่อลดความรุนแรง การแก้ปัญหาปากท้อง ยาเสพติด และการสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะเยาวชน ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมเปิดเวทีรับฟังเสียงจากประชาชนในหลายจังหวัด เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่กลับไปสู่ระดับนโยบาย

ท่าทีดังกล่าวสะท้อนออกมาจากการให่้สัมภาษณ์ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)โดยระบุว่า การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่เวลานี้ ต้องให้ความสำคัญกับงานข่าวกรอง ซึ่งต้องดีกว่านี้ ที่บอกว่ารู้เหตุการณ์ ต้องรู้แม่นยำกว่านี้ และการปฏิบัติการที่ทันท่วงทีต้องพร้อม รวมไปถึงงานมวลชนที่เราจะต้องเข้าถึงประชาชน เพราะเราต้องทำงานร่วมกับประชาชน

สำหรับการการพูดคุยสันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องมาประเมินสถานการณ์เป็นส่วนสำคัญในการแก้ไข แต่มันไม่ใช่กระบวนการในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด เรื่องสำคัญคือการดูแลภายใน ทั้งการยกระดับความเป็นอยู่ประชาชน ทุกข์สุข โอกาสประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน และเราต้องพูดคุยว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อลดความรุนแรง และเรื่องการเมือง ตนเองว่าเราก็ต้องเน้นพูดคุยภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้แทนศอ.บต. ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ภาคเอกชน กลุ่มสตรีเยาวชน และภาคประชาสังคม ในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การรับฟังความเห็น เริ่มต้นที่ นายก อบต.กระโด จังหวัดปัตตานี ได้นำเสนอความคิดเห็นถึงประเด็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยการแก้ปัญหายาเสพติดในตำบลกระโด เกิดจากความต้องการของตนเองที่ต้องการตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่ต้น โดยการแจ้งเบาะแสให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดอย่างเดียวไม่พอ เพราะยังมีผู้ติดยาเสพติดที่จำเป็นจะต้องได้รับการบำบัดและฟื้นฟู เพื่อกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ จึงได้รวมภาคีในพื้นที่ทั้งฝ่ายบริหารฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่ ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชน ปฏิญาณตนและให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยสร้างข้อตกลง หรือธรรมนูญชุมชนในการเฝ้าระวังยาเสพติด พร้อมรับใบประกาศหมู่บ้านสีขาว เป็นขวัญกำลังใจให้ในพื้นที่ปลอดภัยยาเสพติด หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชน เมื่อพบผู้มีปัญหาเราจะพยายามเข้าถึงช่วยเหลือและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) วางกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบพื้นที่ พร้อมมีรถตัดสัญญาณโทรศัพท์เข้ามาจอดในพื้นที่ด้วย จึงคาดว่าเป็นการเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางกระแสข่าวว่าวันนี้ (31 ส.ค.) เป็นวันชาติของประเทศมาเลเซีย และที่จังหวัดสงขลาอยู่ระหว่างการจัดประชุม ครม.สัญจร