xs
xsm
sm
md
lg

แบบนี้ก็มี! 'ทรัมป์' ยุเหล่าบริษัทแคนาดาย้ายฐานมายัง US ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่าง 2 ชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เร่งเร้าบรรดาบริษัทสัญชาติแคนาดาที่ประกอบธุรกิจในตลาดอเมริกา ให้โยกย้ายถิ่นฐานมายังทางใต้ของแนวเขตแดน "ในทันที" ท่ามกลางสงครามการค้าที่ลุกลามบานปลายมากขึ้นเรื่อยๆระหว่าง 2 ชาติเพื่อนบ้าน

เสียงเรียกร้องนี้มีขึ้นหลังจาก ทรัมป์ แถลงรีดภาษีใหม่ 50% กับรถยนต์, รถกระบะ, ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็ก ที่นำเข้าจากแคนาดา ให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 ตอบโต้สิ่งที่เขาเรียกว่า "การปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม" ของแคนาดา ต่อยานยนต์, ผลิตภัณฑ์นมและแอลกอฮอล์ ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ มาตรการใหม่นี้เป็นการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากเพดานภาษี 50% ที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ คิดเป็นมูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์ กระตุ้นให้ออตตาวาประกาศแก้แค้นด้วยมาตรการตาต่อตาฟันต่อฟัน

ในข้อความที่โพสต์บนทรูธโซเชียลเมื่อวันอาทิตย์(30ส.ค.) ทรัมป์ ให้คำจำกัดความแคนาดาว่าเป็น "หนึ่งในผู้เอาเปรียบมากที่สุด" ในด้านการค้า ขณะเดียวกันก็ยกย่องมาตรการภาษีศุลกากรว่ามีส่วนช่วย "ฟื้นฟู และถึงขั้นกอบกู้" อุตสาหกรรมยานยนต์ของอเมริกา

"ผมไม่อยากได้รถยนต์แคนาดา ผมไม่อยากได้ชิ้นส่วนแคนาดา ผมไม่อยากได้อะไรที่เป็นของแคนาดา" เขาเขียน "พวกเขาฉีกเราเป็นชิ้นๆมานานหลายทศวรรษ และพกเขาจำเป็นต้องหยุด" พร้อมให้คำจำกัดความพวกผู้นำแคนาดาว่า "เป็นหนึ่งในคณะบุคคลที่แย่ที่สุด ในบรรดาคนที่เขาเคยเจรจาต่อรองด้วย"

"ให้บริษัทแคนาดาทุกแห่งที่ทำธุรกิจกับอเมริกา ย้ายมาดำเนินกิจการในสหรัฐฯ ในทันที" ทรัมป์เขียนต่อ "เมื่อพวกคุณย้ายกลับมา จะไม่มีการเก็บภาษีศุลกากร"

การเจรจาทางการค้าระหว่างวอชิงตันกับออตตาวาพังครืนลงเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม แต่ละฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าปรับแก้ร่างข้อตกลงแบบครอบคลุมในนาทีสุดท้าย จากนั้นในวันต่อมา สหรัฐฯกำหนดเพดานภาษีสินค้านำเข้าต่างๆนานาจากแคนาดา 50% ในนั้นรวมถึงไวน์, ปูนซีเมนต์, ไม้อัดและเสื้อผ้า

มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ตอบโต้ด้วยการแถลงเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯสูงสุด 50% ราวๆ 700 รายการ และมันมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 กันยายนนี้เลย

ดัก ฟอร์ด มุขมนตรีแห่งรัฐออนแทรีโอ ดินแดนที่มีประชากรมากที่สุดของแคนาดาและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ เรียกร้องออตตาวาให้พิจารณาใช้มาตรการตอบโต้ที่ค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในนั้นรวมถึงจำกัดการส่งออกน้ำมัน โพแทชและแร่ธาตุที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ นอกจากนี้เขายังขู่ปรับขึ้นค่าไฟหรือระงับป้อนอุปทานไฟฟ้าป้อนสู่สหรัฐฯพร้อมๆกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนและธุรกิจอเมริกามากกว่า 1.5 ล้านหลัง

ทรัมป์ เมินเฉยต่อคำขู่ของ ฟอร์ด เรียกมันว่าเป็น "คำพูดเอะอะโวยวาย" และตราหน้าพวกผู้นำแคนาดาว่า "ตัวตลก" ที่ต้องทำตามคำสั่ง และตอบโต้กลับในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) ด้วยการลงนามในคำสั่งบริหาร บัญชาหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ให้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็นทะเลสาบอเมริกา ในแผนที่, สัญญา, เอกสาร และการสื่อสารต่างๆของรัฐบาลสหรัฐฯ

(อาร์ทีนิวส์)