กกต.โต้ “ปริญญา”ท้วงไม่สั่งเลือกสว.ใหม่12กลุ่มยันม.96(4)ใช้เฉพาะสว.วาระแรก250คนชี้ปี67คนละระบบใช้ม.42 ย้ำ “คนละช่วงคนละระบบคนละหลักเกณฑ์”
วันนี้(31ส.ค.)สำนักงานกกต.ชี้แจงกรณีนายปริญญาเทวานฤมิตรกุลผอ.ศูนย์นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุถึงนายแสวงบุญมีเลขาธิการกกต.ในฐานะผอ.เลือกสว.ระดับประเทศว่ามาตรา96(4)กำหนดให้ถ้ากลุ่มใดมีคะแนนเป็นศูนย์10%ขึ้นไปต้องเลือกใหม่ซึ่งมี12กลุ่มแต่นายแสวงไม่สั่งเลือกตั้งใหม่โดยสำนักงานกกต.ชี้แจงว่า
มาตรา96พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.2561เป็นบทบัญญัติ�ในบทเฉพาะกาลสำหรับการได้มาซึ่งสว.ในวาระเริ่มแรกไม่ใช่หลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับการเลือกสว.ปี2567
โดยการได้มาซึ่งสว.วาระเริ่มแรกจำนวน250คนเป็นกระบวนการตามที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560และที่มาของบทบัญญัติตามมาตรา96(1)-(4)การเลือกสว.ปี2567จำนวน200คนเป็นการเลือกตามระบบที่กฎหมายกำหนดโดยใช้วิธีผู้สมัครเลือกกันเองแบ่งเป็น20กลุ่มและเลือก3ระดับได้แก่ระดับอำเภอระดับจังหวัดและระดับประเทศ
ทั้งนี้การเลือกระดับประเทศดำเนินการตามมาตรา42แห่งพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ.2561
"ดังนั้นการนำหลักเกณฑ์ตามบทเฉพาะกาลมาตรา96(4)มาอ้างว่าหากผู้สมัครไม่ได้รับคะแนนเลือกมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ10จะต้องจัดการเลือกใหม่ในการเลือกสว.�ปี2567จึงไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดเนื่องจากมาตรา96เป็นบทบัญญัติในบทเฉพาะกาลที่ใช้กับการได้มาซึ่งสว.ในวาระเริ่มแรกจำนวน250คนซึ่งเป็นคนละช่วงเวลาและคนละระบบกับการเลือกสว.ปี2567จำนวน200คน"
ทั้งนี้การที่มาตรา96(4)ไม่ใช้บังคับกับการเลือกสว.ปี2567ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการเลือกสว.ปราศจากการตรวจสอบโดยในการเลือกสว.ระดับประเทศเมื่อปี2567สำนักงานกกต.ได้จัดให้มีจุดรับเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่สืบสวนเพื่อรับเรื่องและตรวจสอบข้อเท็จจริงตลอดจนผู้สังเกตการณ์การเลือกสว.เพื่อรับข้อมูลข้อร้องเรียนและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตหรือการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมายและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้การเลือกสว.เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
สรุปง่ายๆสว.250คน→วาระเริ่มแรก→ใช้บทเฉพาะกาล→มีมาตรา96
สว.200คนปี2567→ระบบผู้สมัครเลือกกันเอง→20กลุ่ม→ใช้มาตรา42เป็นหลัก“คนละช่วงคนละระบบคนละหลักเกณฑ์”

