ศูนย์ข่าวนครราชสีมา-แกนนำม็อบชาวอำเภอคงประกาศกร้าวเดินหน้ารวมพลังชาวอำเภอคงต้านย้ายสถานที่จัดงานพืชสวนโลกโคราช ยัน จัดงานที่อำเภอคง คุ้มค่า ประชาชนหลายพื้นที่ได้ประโยชน์ หากจัดที่ อ.ปากช่องมีแต่กลุ่มทุนด้านท่องเที่ยวได้ประโยชน์แค่ฝ่ายเดียว หาก ครม.อนุมัติให้ย้ายจริง เตรียมปิดถนนมิตรภาพ เชื่อมีผลประโยชน์การเมืองอยู่เบื้องหลัง
วันนี้ (31 ส.ค.) ที่บริเวณสามแยกบ้านวัด ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา นายถวิล รัตนพร รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนแดง อำเภอโนนแดง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายวีระวิทย์ เชื้อจันอัด หรือ “ครูโอ๊ต” ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อมวลชน กรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีข้อเสนอให้ปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา ปี 2572 (KORAT EXPO 2029) จากเดิมที่ตำบลเทพาลัย อำเภอคง ย้ายไปจัดที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมและความขัดแย้งขึ้นอย่างหนัก
นายถวิล รัตนพร รองนายกเทศมนตรีตำบลโนนแดง กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ตนและตัวแทนได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อหน่วยงานและผู้มีอำนาจหลายแห่ง เช่น กระทรวงเกษตรฯ, สภาพัฒน์ และรัฐสภา เพื่อขอให้ยับยั้งและชะลอการนำวาระเรื่องการย้ายสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 (Korat Expo 2029) จากอำเภอคง ไปยังอำเภอปากช่อง เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร
โดยอ้างเหตุผลเรื่องความไม่คุ้มทุน ทางกลุ่มผู้เรียกร้องไม่เห็นด้วยและขอคัดค้านอย่างเด็ดขาด เพราะการจัดงานในพื้นที่เดิม โซนอีสานตอนล่าง จะสร้างประโยชน์และกระจายรายได้ครอบคลุมกว้างขวาง ทั้งอีสานตอนล่าง ตอนกลาง ตอนบน
รวมถึง เชื่อมโยงไปถึงพี่น้องภาคเหนือที่ติดกับภาคอีสานด้วย สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอยใน อ.คง และอำเภอใกล้เคียง ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้สะพัด จึงไม่อยากให้เปลี่ยนสถานที่จัดงาน แต่หากยังเดินหน้าเรื่องดังกล่าว จะขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ไม่ยินยอมให้มีการเปลี่ยนสถานที่ และจะมีการลงถนนและปิดถนนประท้วงอย่างแน่นอน โดยจะขอรับผิดชอบทุกผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น”
ด้านนายวีระวิทย์ เชื้อจันอัด หรือ “ครูโอ๊ต” ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวด้วยความรู้สึกชอกช้ำ ว่า “มันเกิดอะไรขึ้น ครม.สมัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เคยอนุมัติงบประมาณ 4,281 ล้านบาท และพื้นที่ "เทพาลัย" (678 ไร่) ใน อ.คง ให้เป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกโคราช และได้รับการรับรองจากระดับนานาชาติมาแล้ว แต่กลับมีความพยายามจากทางกระทรวงเกษตรฯ ในปัจจุบัน และใช้สภาพัฒน์ฯ เป็นเครื่องมือ โดยอ้างความไม่พร้อมเพื่อย้ายสถานที่ไป อำเภอปากช่อง
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบความพร้อมและผลกระทบต่อชุมชน ตนไม่เห็นด้วยกับการใช้เกณฑ์จำนวนที่พัก ใน อำเภอแปากช่อง มีนับหมื่นห้อง แต่ที่ อำเภอคง มี 90 ห้อง มาตัดสินเรื่องความไม่พร้อม เพราะมองว่า เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ยุติธรรม และไม่มีการชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจนต่อคนในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการใช้งบประมาณส่วนหนึ่งไปกับการพัฒนาชลประทานในพื้นที่แล้วกว่าร้อยล้านบาท จึงตั้งข้อสังเกตว่า การย้ายไปอำเภอปากช่อง ไม่เกิดประโยชน์โดยตรงกับประชาชนในพื้นที่ อ.คง เหมือนที่ควรจะเป็น แต่อาจสร้างประโยชน์ให้กับการท่องเที่ยวธรรมชาติหรือสัตว์ป่า หรืออาจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดมากกว่า ซึ่งการจะอ้างว่า หากยังยืนยันจัดงานที่อำเภอคงต่อไปจะต้องใช้งบประมาณสูง ปัญหาตรงนี้มาจากภาครัฐไม่เคยพัฒนาพื้นที่โซนนี้อย่างเท่าเทียมมาก่อน ซึ่งหากมีการพัฒนามาก่อนหน้านี้ งบประมาณที่ใช้เตรียมจัดงาน คงจะไม่สูงอย่างที่กล่าวอ้าง
“ตนจึงขอแสดงจุดยืนว่า พืชสวนโลกโคราชต้องจัดที่อำเภอคงเท่านั้น และในวันพรุ่งนี้จะมีการรวมตัวแสดงจุดยืน แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ตามวิถีประชาธิปไตยอย่างแน่นอน หากยังมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่”นายวีระวิทย์กล่าว
สำหรับเหตุผลการศึกษาของสภาพัฒน์ฯ ที่เสนอให้ปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากพื้นที่เดิมในอำเภอคง ย้ายไปจัดที่อำเภอปากช่อง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ว่า สภาพัฒน์ฯ ได้ดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่าง 2 พื้นที่ พบว่า อำเภอปากช่องมีศักยภาพและความพร้อมในหลายมิติมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งระบบโครงข่ายการคมนาคมขนส่ง ที่มีรถโดยสารประจำทาง รถไฟ และเส้นทางถนนเชื่อมต่อโดยตรงมาจากกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังมีสถานพยาบาล ตลอดจน ปริมาณห้องพักของโรงแรมและรีสอร์ตที่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากได้ทันที ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ อำเภอคง ที่ยังมีข้อจำกัดด้านสิ่งอำนวยความสะดวก
ซึ่งหากยังยืนยันจะใช้พื้นที่เดิม จะต้องทุ่มงบประมาณเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมากเพื่อจัดสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ส่วนการบริหารจัดการพื้นที่เดิมใน อำเภอคง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เริ่มปรับสภาพพื้นที่ไปบ้างแล้ว จะมอบหมายให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางการปรับใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าวอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศต่อไป ซึ่งข้อเสนอปรับเปลี่ยนสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้มีกำหนดจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาเห็นชอบอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) เพื่อให้กระบวนการทันต่อการนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ (AIPH) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 กันยายน 2569 ต่อไป .

