นอกเหนือจากความขัดแย้งของตระกูล “เตชะไพบูลย์” โดยมีเดิมพันอาณาจักรสินทรัพย์กงสีมูลค่าแตะ 10,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศึกชิงมรดกของตระกูลเจ้าสัวเมืองไทยรายล่าสุดแล้ว ที่ผ่านมา เคยมีปัญหาในทำนองนี้เกิดขึ้นกับตระกูลเศรษฐีดังเมืองไทยหลายตระกูลด้วยกัน
1.ตระกูลตั้งสมบัติวิสิฐ (ซอสปรุงรสตราเด็กสมบูรณ์ / หยั่นหว่อหยุ่น)
หนึ่งในคดีมรดกเลือดระดับตำนานที่เคยสร้างความสะเทือนขวัญให้แก่สังคมไทยเมื่อปี 2546 คือกรณีศึกกงสี 4,000 ล้านบาท ของตระกูล “ตั้งสมบัติวิสิฐ” ผู้ก่อตั้งอาณาจักรซีอิ๊วและซอสปรุงรสตรา “เด็กสมบูรณ์” ในนาม บริษัท หยั่นหว่อหยุ่น จำกัด
ในยุคบุกเบิก ครอบครัวได้จัดสรรแบ่งหน้าที่ให้ลูกๆ แต่ละสายช่วยกันดูแล เช่น ลูกชายคนที่ 2 ดูแลร้านชำบางรัก และลูกชายคนที่ 3 (นายวิเชียร) ดูแลโรงงานผลิตซีอิ๊ว โดยถือว่าชื่อและเครื่องหมายการค้า “หยั่นหว่อหยุ่น” และ “ตราเด็กสมบูรณ์” เป็นทรัพย์สินกลางของกงสีที่ลูกหลานทุกคนมีสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ต่อมาเมื่อลูกชายคนที่ 5 เสียชีวิตลง “ซ้อสาม” (นางประภา ตั้งสมบัติวิสิฐ) ผู้เป็นสะใภ้ เข้ามากุมอำนาจบริหารจัดการ และดำเนินการโอนย้ายสิทธิ์เครื่องหมายการค้าและสินทรัพย์หลักไปเป็นของตนเองและบุตรบริวาร จนตัดสิทธิทายาทสายอื่นออกจากการเป็นเจ้าของ
จุดแตกหักที่สะเทือนใจสังคมที่สุด คือการที่ “นางเหล่น แซ่ซู่ทู่” (เหล่าม่า/อาม้า) ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งขณะนั้นมีอายุสูงถึง 100 ปี ต้องนั่งรถเข็นเดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องลูกสะใภ้และทายาทต่อศาล เพื่อทวงคืนสิทธิ์ในเครื่องหมายการค้า สินสมรส และทรัพย์มรดกกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาเป็นทุนในการดูแลรักษาตนเองในวาระสุดท้ายของชีวิต
2.ตระกูลโทณวณิก - สาลีรัฐวิภาค (เครือดุสิตธานี)
กรณีความขัดแย้งในกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เกิดขึ้นหลังการล่วงลับของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย หุ้นกงสีสัดส่วนราว 25% ใน DUSIT ถูกส่งต่อให้แก่ทายาท 2 สาย คือ สายนายชนินทธ์ โทณวณิก กับ สองน้องสาว (เธียรประสิทธิ์ & สาลีรัฐวิภาค)
เมื่อทายาททั้งสองฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกันในยุทธศาสตร์การบริหารและการลงทุน การแบ่งสัดส่วนหุ้นที่ก้ำกึ่งกันโดยไม่มีข้อตกลงผู้ถือหุ้น จึงเปิดช่องให้ฝ่ายถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ใช้วีโต้โหวตไม่อนุมัติงบการเงินประจำปี 2567 และโหวตค้านการแต่งตั้งกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนเมษายน 2568
ความขัดแย้งภายในตระกูลลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการยื่นงบการเงินของบริษัทมหาชน และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกขึ้นเครื่องหมาย SP จากตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนที่จะมีการเจรจาปรับโครงสร้างผู้จัดการมรดกในเวลาต่อมา กระทั่งทุกอย่างตกลงกันได้ในที่สุด
3.ตระกูลธรรมวัฒนะ (ตลาดยิ่งเจริญ)
หากกล่าวถึงศึกมรดกที่ยาวนาน รุนแรง และซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ชื่อของตระกูล “ธรรมวัฒนะ” เจ้าของตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ คือบทเรียนที่ตอกย้ำให้เห็นถึงผลลัพธ์ขั้นสุดของความขัดแย้งในกงสี
หลังการเสียชีวิตของ นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ ผู้เป็นมารดา ทรัพย์สินที่ดินและหุ้นตลาดยิ่งเจริญมูลค่าหลายพันล้านบาท กลายเป็นชนวนแย่งชิงสิทธิ์การบริหารและสัดส่วนหุ้นระหว่างพี่น้องร่วมสายเลือดและต่างมารดา (ห้างทอง, นพดล, ณฤมล, คนึงนิตย์ ฯลฯ)
ความขัดแย้งไม่เพียงแต่นำไปสู่คดีแพ่งและอาญารวมกันนับร้อยคดี แต่ยังเกิดเหตุการณ์ลอบยิงคนในตระกูล การอุ้มหาย และเงื่อนงำการเสียชีวิตของ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ ภายในบ้านพักเมื่อปี 2542 ซึ่งกลายเป็นคดีปริศนาโด่งดังระดับประเทศ ก่อนที่คดีความทั้งหมดจะปิดฉากลงด้วยสัญญาประนีประนอมยอมความและการตกลงขายหุ้นคืนให้แก่กันเมื่อปี 2557
4.คดีซอสภูเขาทองของตระกูลวิญญรัตน์
กรณีความขัดแย้งของแบรนด์ “ซอสภูเขาทอง” เป็นหนึ่งในคดีกงสีระดับตำนานของตระกูล วิญญรัตน์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ความขัดแย้งเกิดขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของทายาทในตระกูล (นายไกรลาศ วิญญรัตน์) นำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องการบริหารงาน สิทธิในหุ้น และการจัดการทรัพย์สินกงสีมูลค่าหลายพันล้านบาท
คดีนี้กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อ นางวรรณราตรี วิญญรัตน์ (สะใภ้ 7 หรือ ซ้อ 7) ซึ่งเข้ามามีบทบาทในข้อพิพาทมรดก ได้หายตัวไปอย่างลึกลับในปี 2542 นำไปสู่การฟ้องร้องคดีอาญา คดีจ้างวานฆ่า และคดีแพ่งจัดการทรัพย์สิน จนกระทั่งศาลมีคำสั่งให้ซ้อ 7 เป็น "บุคคลหายสาบสูญ" ในเวลาต่อมา
5.ตระกูลเนื่องจำนงค์
กรณีศึกชิงมรดกตลาดสดและที่ดินในจังหวัดชลบุรี นับเป็นมหากาพย์ความขัดแย้งของตระกูล “เนื่องจำนงค์” ตระกูลขุนนางและนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังแห่ง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ที่นำโดย นายประโยชน์ เนื่องจำนงค์ อดีตรัฐมนตรีและ สส.
ขุมทรัพย์พิพาทคือกองมรดกมูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท ครอบคลุมที่ดินประมาณ 30,000 ไร่ในจังหวัดชลบุรี และศูนย์กลางกระแสเงินสดสำคัญคือ ตลาดสดใหญ่ 2 แห่ง ใน อ.บ้านบึง ได้แก่ “ตลาดเนื่องจำนงค์” และ “ตลาดหนองชาก”
ความขัดแย้งลุกลามถึงขั้นสุดเมื่อเกิดคดีสังหาร นางสุนัทที เนื่องจำนงค์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังและเป็นสะใภ้ตระกูลเนื่องจำนงค์ ในปี 2552 ซึ่งในขณะนั้นเธอเข้าไปมีบทบาทในการบริหารจัดการตลาดสดทั้ง 2 แห่งและที่ดินมรดก เหตุสังหารนำไปสู่การสืบสวนปมความขัดแย้งภายในเครือญาติเกี่ยวกับการจัดสรรผลประโยชน์ในตลาดสดและที่ดิน ก่อนที่ทายาทจะเข้าสู่กระบวนการเจรจาและไกล่เกลี่ยจัดสรรกองมรดก 3 หมื่นล้านในชั้นศาลในเวลาต่อมา
6.ศึกน้ำพริกเผา 5,000 ล้าน: ตระกูลแดงสุภา - แบรนด์ "แม่ประนอม"
คู่ขัดแย้งในศึกนี้คือ นางประนอม แดงสุภา (แม่ประนอม) ปะทะ นางศิริพร แดงสุภา (ลูกสาวคนโต) ชนวนเหตุช่วงปี 2556–2559 ปะทุขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของ นายศิริชัย แดงสุภา (สามีของแม่ประนอมและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์) ในปี 2556 ทรัพย์สินมรดก ที่ดิน และสัดส่วนหุ้นทั้งหมดในบริษัทพิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ถูกโอนย้ายไปเป็นชื่อของลูกสาวคนโตและลูกเขยแต่เพียงผู้เดียว
กรณีนี้ปมดรามาสะเทือนใจ เกิดขึ้นราวมีนาคม 2559 แม่ประนอม ในวัย 87 ปีขณะนั้น ได้เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม ปรองดอง และเปิดแถลงข่าวทั้งน้ำตาว่า ถูกลูกสาวคนโตยักยอกฮุบกิจการ โดยการเปลี่ยนแปลงเอกสารหนังสือมอบอำนาจและเปลี่ยนตัวกรรมการบริษัท จนทำให้แม่ประนอมต้องออกจากบ้านและธุรกิจที่ตัวเองร่วมสร้างมากับสามี
อย่างไรก็ดี คดีนี้จบลงในเวลาถัดมาอีกไม่นานด้วยการเจรจาประนีประนอมในชั้นศาลและการประสานงานไกล่เกลี่ย นำโดย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล โดยลูกสาวคนโตยอมตกลงเปลี่ยนโครงสร้างหุ้น โอนที่ดินคืนให้มารดาบางส่วน และจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือน ศึกแม่-ลูกจึงคลี่คลายลงได้ในที่สุดข้อยุติและการไกล่เกลี่ย.

