กาญจนบุรี – สังขละบุรีผนึกสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองกาญจน์ ลงพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคง “สะพานมอญ” หลังโซเชียลเผยภาพพื้นสะพานชำรุดจนมีนักท่องเที่ยวพลัดตกได้รับบาดเจ็บ พบจุดที่ต้องเฝ้าระวังรวม 5 จุด โดยเฉพาะโครงสร้างใต้สะพานบริเวณร่องน้ำลึก 3 จุด พร้อมเตือนนักท่องเที่ยวงดเดินหรือถ่ายภาพบริเวณริมขอบสะพานทั้งสองด้าน และควบคุมจำนวนคนบนสะพาน ขณะที่เตรียมแผนซ่อมใหญ่ทั้งระบบ คาดใช้งบ 40–50 ล้านบาท
จากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่ภาพสภาพชำรุดของ สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือ “สะพานมอญ” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยในคลิปปรากฏภาพนักท่องเที่ยวเดินอยู่บนสะพานก่อนพื้นไม้หัก ทำให้ได้รับบาดเจ็บ แม้จะเป็นเพียงอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมสะพานดังกล่าว
ล่าสุดนายจอมไตร ตันติเสวี ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอสังขละบุรี พร้อมด้วยนายสัณหรัฐ สมบัติทอง วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี นายถนอม แก้วจันทร์ กำนันตำบลหนองลู น.ส.รัชนี จำปีขาว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ชุมชนชาวมอญบ้านวังกะ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เทศบาลตำบลวังกะ นิคมสหกรณ์ และตัวแทนวัดวังก์วิเวการาม ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างสะพานอย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตั้งแต่ “ไม้แกงแนง” ซึ่งทำหน้าที่ยึดโยงระหว่างเสาสะพาน สภาพไม้พื้นสะพาน ไม้ปูทางล้อ เหล็กฉากที่ใช้เสริมความแข็งแรง ตลอดจนเสาค้ำยันและไม้ตอม่อที่ฝังลึกลงไปใต้ผิวดินบริเวณท้องน้ำ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับช่วงที่มีร่องน้ำเดิมไหลผ่าน ซึ่งเคยเป็นจุดที่สะพานพังถล่มเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2556
สำหรับสะพานมอญหลังเกิดเหตุพังถล่มในปี 2556 ได้รับการซ่อมแซมโดยทีมวิศวกรและกำลังพลจากกองพันทหารช่างที่ 9 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ โดยใช้วัสดุที่ได้มาตรฐาน ทั้งไม้พื้น เหล็กฉาก ไม้แกงแนง และไม้ปูทางล้อ ก่อนบูรณะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2557 ซึ่งตรงกับวันครบรอบชาตกาล 104 ปี ของพระราชอุดมมงคล หรือหลวงพ่ออุตตมะ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านการใช้งานมานานกว่า 12 ปี แม้วัสดุเดิมจะมีความแข็งแรง แต่ต้องเผชิญกับสภาพแดด ฝน และความชื้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม้บางส่วนเกิดการผุพังและเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน
นายจอมไตร ตันติเสวี ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเรียเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีเศษสวะและท่อนไม้ลอยมาติดบริเวณเสาสะพานจำนวนมาก นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเฝ้าระวังและตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างสะพานอย่างใกล้ชิด
อำเภอสังขละบุรีได้วางมาตรการดูแลสะพานไว้ 2 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น จะเร่งตรวจสอบเสาไม้ที่ใช้ค้ำยัน พื้นสะพาน และราวสะพาน หากพบจุดใดมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย จะเร่งซ่อมแซมทันที ส่วน ระยะยาว จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการซ่อมแซมสะพานทั้งระบบ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ 40–50 ล้านบาท
ด้านนายสัณหรัฐ สมบัติทอง วิศวกรโยธาปฏิบัติการ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบจุดที่ต้องเฝ้าระวังและเร่งดำเนินการซ่อมแซมประมาณ 5 จุด โดยจุดที่มีความน่ากังวลเป็นพิเศษอยู่บริเวณโครงสร้างด้านล่างของสะพานจำนวน 3 จุด ซึ่งอยู่ตรงบริเวณร่องน้ำลึก มีระยะจากพื้นดินถึงพื้นสะพานค่อนข้างมาก ประกอบกับระยะห่างระหว่างเสา หรือ Span ค่อนข้างยาว จึงมีโอกาสที่โครงสร้างบริเวณดังกล่าวจะเกิดการแกว่งหรือเซได้
พร้อมกันนี้ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ได้แนะนำมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว โดยขอให้งดเดินหรือถ่ายภาพบริเวณ ริมขอบสะพานทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เนื่องจากพื้นไม้ด้านบนและโครงสร้างด้านล่างบางจุดมีสภาพผุพังตามอายุการใช้งาน
ส่วนหน่วยงานและผู้ดูแลพื้นที่ควรพิจารณา จำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวและควบคุมจำนวนคนที่อยู่บนสะพานในเวลาเดียวกันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือนที่อาจส่งผลต่อโครงสร้าง โดยย้ำว่าสภาพสะพานในปัจจุบันยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนช่วงที่ก่อสร้างใหม่
ทั้งนี้ อำเภอสังขละบุรีระบุว่า ภาพรวมของสะพานมอญในปัจจุบันยังมีความแข็งแรงเพียงพอ และยังสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมได้ตามปกติ แต่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและเร่งซ่อมแซมจุดที่พบความเสี่ยง
ขณะที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมสนับสนุนด้านวิชาการและองค์ความรู้ทางวิศวกรรม เพื่อร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่วางแผนซ่อมแซมและปรับปรุงสะพานให้มีความมั่นคงแข็งแรง และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในระยะยาว

