โซยาล กาเล เด็กน้อยวัย 8 ขวบ ที่รอดตายราวปาฏิหาริย์จากการใช้ไหวพริบปฏิภาณ วิ่งเข้าไปปีนต้นไม้ หนีกระแสน้ำป่าไหลหลาก ที่ถาโถมถล่มพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน เข่นฆ่าผู้คนจำนวนมาก ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับผู้เป็นแม่อีกครั้งในวันศุกร์(29ส.ค.) หลังเบื้องต้นผู้เป็นแม่หวาดกลัวว่าลูกชายทั้ง 2 คนอาจเสียชีวิตอยู่ภายในโรงเรียน
หนึ่งวันก่อนหน้านี้ กาเล วัย 8 ขวบ ถูกลำเลียงตัวทางอากาศเพียงลำพังจากพื้นที่ประสบภัยในเขตราสุวา ทางเหนือของเนปาล ในสภาพขาหักและมีบาดแผนบริเวณใบหน้า ขณะที่ แมตตี มายา ทามัง วัย 28 ปี ผู้เป็นแม่ กระวีกระวาดมุ่งหน้าจากจุดรวมพลแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งอื่นๆ ในความพยายามตามหาลูก 2 คนที่สูญหายไป
"แห่งที่สี่ก็เช่นกัน ชื่อของลูกๆของฉันไม่อยู่ในรายชื่อ และพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น" ทามังเล่าวกับรอยเตอร์ส "ในตอนนั้น ฉันจำเป็นต้องทำใจ ว่าลูกทั้งสองคนจากไปแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือร้องไห้ ฉันไม่สามารถประคองสติหรือเก็บอาการไว้ได้เลยแม้แต่น้อย"
มีเด็กอย่างน้อย 17,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยร้ายแรงที่ครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขว่างในเขตราสุวา, นุวาโกต และ ดาดิง ทางเหนือของกาฐมาณฑุ จากการเปิดเผยของยูนิเซฟ พร้อมระบุว่าพวกเขากำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลเนปาล เพื่อระบุตัว ลงทะเบียนและส่งมอบเด็กๆที่พลัดหลงกับครอบครัว
ทามัง และครอบครัวของเธอ เป็นหนึ่งในไม่กี่ครอบครัวที่เคราะห์ดีอย่างที่สุด ในขณะที่จนถึงตอนนี้ยืนยันแล้วว่ามีผู้คนอย่างน้อย 580 รายเสียชีวิตและอีกราว 2,500 คน สูญเสียในเหตุมหันตภัยน้ำป่าไหลหลากตามแนวชายแดนเนปาลและทิเบต
หลังไม่ประสบความสำเร็จในการหาตัวลูก ในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) ทามัง ได้เบอร์โทรศัพท์มือถือของ ซาฮานา บาจราชารยา ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ส ซึ่งอ้างว่าพบตัวเด็กรายหนึ่งที่เชื่อว่าเป็น กาเล ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ณ โรงพยาบาลเล็กๆแห่งหนึ่งในเขตนุวาโกต
ทั้งนี้ บาจราชารยา และทีมงานของรอยเตอร์ส เดินทางไปยังโรงพยาบาลดังกล่าว หลังได้ยินมาว่ามีเด็กชายตัวเล็กๆรายหนึ่งถูกพาไปที่นั่น และเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าครอบครัวของเด็กเป็นใครและอยู่ที่ไหน
ก่อนถูกพาตัวขึ้นอากาศยานสำหรับส่งตัวไปรักษาเพิ่มเติม ทาง บาจราชารยา ได้พูดคุยกับ กาเล และทางเด็กยอมให้บันทึกภาพในความหวังว่าทางครอบครัวจะพบเห็นมัน นอกจากนี้แล้ว บาจราชารยา ยังให้เบอร์โทรศัพท์ไว้กับโรงพยาบาล เพื่อให้ญาติติดต่อมา และท้ายที่สุดล้ว ทามัง ก็ต่อสายเข้ามาในอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง
ตอนที่ บาจราชารยา ได้รับแจ้งว่า กาเล ยังมีชีวิตอยู่ และถูกย้ายไปยังกาฐมาณฑุ เธอบอกว่าเธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินและถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "ตอนที่พวกเขาบอกว่ารู้ว่า โซยาล อยู่ที่ไหน มันฟังดูไม่สมจริงเลย ฉันละทิ้งความหวังที่จะเจอลูกๆของฉันแล้ว" บาจราชารยากล่าว
ก่อนหน้านี้ ทามัง พบว่าลูกชายคนเล็กของเธอก็ยังมีชีวิตอยู่เช่นกัน "หลังจากฉันพบตัวลูกชายคนโต ฉันรู้สึกว่าฉันได้ชีวิตของฉันกลับมาแล้ว"
เด็กชายทั้ง 2 คน ขึ้นรถโรงเรียนเดินทางไปโรงเรียนในตอนเช้าวันพุธ(26ส.ค.) ส่วนผู้เป็นแม่เริ่มลงมือทอผ้าที่บ้าน แต่จากนั้นไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวคล้ายกับแผ่นดินไหว
ส่วนล่างของธารน้ำแข็งใกล้กับยอดเขาลังตัง ลิรุง เกิดพังถล่มในวันพุธ(26ส.ค.) และร่วงหล่นสู่พื้นหุบเขาที่อยู่เบื้องล่าง การพังครืนของน้ำแข็งและหิน จุดชนวนดินและโครนถล่มขนาดมหึมา ไหลหลากเข้าเล่นงานพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน
"ฉันเห็นทุกสิ่งทุกอย่างถูกกระแสน้ำซัดหายไป" ทามังเล่า "ฉันคิดว่าลูกๆของฉันคงถูกน้ำซัดไปเช่นกัน" พร้อมเผยว่าเธอพยายามมุ่งหน้าไปที่โรงเรียน ซึ่งปกติแล้วใช้เวลาขับรถไฟประมาณ 15 ถึง 20 นาที แต่พอไปถึงพบว่าภูมิทัศน์แถวนั้นเปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ อาคารโรงเรียนถูกทำลายโดยสิ้งเชิง "ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงเรียนอยู่ตรงไหน ตรงไหนที่เคยเป็นที่ตั้งของตลาด มันมีแต่น้ำ หินและโคลนเต็มไปหมด"
ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์พบตัว ดาเล ตอนราวๆ 11.00น. ตามเวลาท้องถิ่นในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) ณ โรงพยาบาลขนาดเล็ก Chakra Dev ที่มีเตียงคนไข้ 15 เตียงในเขตนุวาโกต และดูเหมือนไม่มีใครรู้ว่าครอบครัวของเด็กน้อยรายนี้อยู่ที่ไหน เด็กมีอาการขาขวาหัก ใบหน้ามีบาดแผลและรอยถลอก ส่วนมือซ้ายกำธนบัตร 10 รูปี 2 ใบไว้แน่น
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยเหลือหนูน้อยรายนี้เผยว่าพวกเขาเป็นคนให้เงินเด็กเอง เพื่อโน้มน้าวเด็กให้ยอมถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
กาเล เล่าว่ากำลังเรียนหนังสืออยู่ตอนที่น้ำป่าไหลหลากลงมา และทันใดนั้น "ทุกอย่างดำมืดไปหมด" หนูน้อยบอกต่อว่าได้ตัดสินใจวิ่งหนีออกจากโรงเรียนเข้าไปยังป่าพร้อมกับเพื่อนอีกคน และปีนต้นไม้หลบหนีกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทั้งนี้พอถูกถามว่ากลัวหรือไม่ คำตอบนั้นสร้างความตกตะลึงแก่ผู้สื่อข่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กน้อยตอบว่า "ไม่"
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

