xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอ ขยายผลจับเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - ดีเอสไอ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ขยายผลจับเครือข่ายยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท

สืบเนื่องจากนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน และบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ต่อเนื่อง และให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นั้น

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.69 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 โดย นายธีรเกียรติ เกษปรีชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการด้านการข่าว บูรณาการร่วมกับ หน่วยปราบปรามยาเสพติด (นปส.นครพนม) กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 (หน่วยงานหลัก) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ศูนย์รักษาความปลดภัย (ศรภ.) และหน่วยข่าวกรองทางทหาร ร่วมจับกุม นายไตรรัตน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.สกลนคร พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 12 กระสอบ จำนวนประมาณ 5 ล้านเม็ด มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท และรถยนต์ของกลาง จำนวน 3 คัน

การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.68 ตำรวจทางหลวง ได้จับกุมยาเสพติด (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ต่อมาทาง นปส.นครพนม กก.3 บก.ปส.2 ได้ทำการสืบสวนขยายผลจนสามารถทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด จนกระทั่งวันที่ 24 ส.ค.69 พบความเคลื่อนไหวในพื้นที่เสี่ยง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงสืบสวนติดตาม และบูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง

กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อป้องกันแลัปราบปรามสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรม และนำผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมอย่างเด็ดขาด