MGR Online - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้นำข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-ไทย ขึ้นกล่าวในเวทีการประชุมประธานสภานานาชาติที่จัดขึ้นในกรุงพนมเปญ โดยกล่าวว่ากองทัพไทยยังคงยึดครองดินแดนกัมพูชาในหลายพื้นที่ และพยายามสร้างข้อเท็จจริงใหม่ในพื้นที่ ขณะที่ชาวกัมพูชาที่พลัดถิ่นมากกว่า 20,000 คน ยังไม่สามารถกลับบ้านได้
ในการกล่าวเปิดการประชุมประธานสภานานาชาติครั้งที่ 2 วานนี้ (27) ฮุน มาเนต กล่าวว่าแม้ข้อตกลงหยุดยิงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 จะยุติการสู้รบแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนได้
เขากล่าวต่อที่ประชุมอีกว่ากองกำลังทหารหลายพันนายยังคงเผชิญหน้ากันตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย และมาตรการลดความตึงเครียดที่มีประสิทธิภาพยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง และกล่าวเสริมว่าประชาชนชาวกัมพูชาที่พลัดถิ่นกว่า 20,000 คน ยังไม่สามารถกลับบ้านได้
ฮุน มาเนต กล่าวหาว่ากองทัพไทยยังคงยึดครองหลายพื้นที่ภายในดินแดนกัมพูชา รวมถึงตำแหน่งทหารยังขยายออกไปนอกเหนือเส้นเขตแดนที่ไทยอ้างสิทธิเพียงฝ่ายเดียว
เขายังกล่าวอ้างว่าสิ่งที่กัมพูชาเป็นกังวลคือการกระทำของกองทัพไทย ที่กัมพูชามองว่าเป็นการพยายามสร้างข้อเท็จจริงใหม่ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุม ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะดำเนินการปักปันเขตแดนอย่างเป็นทางการเสร็จสิ้น
เขาได้ยกตัวอย่างการขยายรั้วลวดหนาม การวางตู้คอนเทนเนอร์ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนและทางทหาร และการออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชน
“การกระทำของกองทัพไทยในการพยายามสร้างข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมก่อนที่การปักปันเขตแดนและการติดตั้งหลักเขตแดนจะเสร็จสมบูรณ์ เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง” ฮุน มาเนต กล่าว
ผู้นำเขมรยังอ้างอีกว่าข้อกล่าวหานี้เป็นประเด็นขัดแย้งที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ระหว่างพนมเปญและกรุงเทพฯ หลังเกิดความขัดแย้งชายแดน และไทยโต้แย้งข้อกล่าวหาของกัมพูชาที่ว่ากองกำลังของไทยยึดครองดินแดนกัมพูชา
ฮุน มาเนต กล่าวว่าข้อพิพาทนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นแค่เรื่องปัญหาทวิภาคีระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดคำถามที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ หลักการห้ามละเมิดพรมแดน และกฎบัตรอาเซียน
เขาระบุว่าการตัดสินใจของเขาที่หยิบยกข้อพิพาทนี้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมนั้น เพื่อทำให้ประเด็นนี้มีเวทีทางการทูตที่กว้างขึ้น เนื่องจากกัมพูชายังคงแสวงหาการสนับสนุนจากนานาชาติอย่างต่อเนื่องสำหรับการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงและการแก้ไขปัญหาอย่างสันติบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
ฮุน มาเนต ยังกล่าวอีกว่าแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงในเดือนธันวาคม แต่ชายแดนยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความตึงเครียดขึ้นอีก เนื่องจากปัญหาดินแดนที่ยังดำเนินอยู่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
เขายังระบุว่ากัมพูชาและไทยได้ตกลงกันภายใต้ข้อตกลงกัวลาลัมเปอร์วันที่ 26 ตุลาคม และคำแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม เพื่ออนุญาตให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เริ่มดำเนินการปักปันและติดตั้งหลักเขตแดนโดยเร็วที่สุด
เขาอ้างว่ากระบวนการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างขอบเขตดินแดนอย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงของการพิพาทในอนาคตและปูทางให้พลเรือนพลัดถิ่นเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี แต่ JBC ยังไม่ได้ดำเนินงานตามที่งางแผนไว้ตามข้อตกลงเหล่านั้น
ฮุน มาเนต กล่าวว่าความขัดแย้งคุกคามอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนและความเป็นอยู่ ครอบครัวพลัดถิ่น และการพัฒนาในชุมชนชายแดนได้รับผลกระทบอย่างหนัก
นอกจากการกล่าวหาไทยแล้ว ผู้นำเขมรยังใช้ประเด็นความขัดแย้งเรียกร้องการสนับสนุนจากประชาคมระหว่างประเทศ ด้วยการกล่าวว่ากฎระหว่างประเทศจะมีผลเฉพาะเมื่อรัฐอื่นๆ พร้อมที่จะปกป้องพวกเขา
“กฎหมายไม่สามารถปกป้องสันติภาพได้หากรัฐนั้นถูกโดดเดี่ยวเมื่อเกิดการละเมิดกฎ” ฮุน มาเนต กล่าวอ้าง
เขากล่าวว่าความเป็นนำ้หนึ่งใจเดียวกันควรหมายถึงการใช้หลักการเดียวกันกับทุกรัฐ สนับสนุนการดำเนินการตามข้อตกลง การปกป้องพลเรือนและรักษาการสนทนาแม้ความสัมพันธ์จะตึงเครียด
“ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันต้องไม่ปรากฎเฉพาะในคำแถลง แต่ต้องเปลี่ยนเป็นความร่วมมือในทางปฏิบัติ” ฮุน มาเนต กล่าวเสริม
ผู้นำเขมรยังอ้างอีกว่ากัมพูชามุ่งมั่นที่จะยุติข้อพิพาทอย่างสันติตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยชี้ถึงการริเริ่มของกัมพูชาในการดำเนินกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ต่อข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลกับไทย ที่อ้างว่าเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่ากัมพูชาต้องการใช้กลไกทางกฎหมายมากกว่าการเผชิญหน้า
ฮุน มาเนต ยังกล่าวขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศที่ให้การสนับสนุนการหยุดยิงและการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ พร้อมกับชี้แจงว่าพนมเปญต้องกรให้ความร่วมมือดังกล่าวดำเนินต่อไป
“กัมพูชาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาคมระหว่างประเทศจะให้ความสนใจและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” ฮุน มาเนต กล่าว.

