xs
xsm
sm
md
lg

ต่างชาติมีกฎคุม ‘Data Center' สำรองน้ำมันอย่างไร? ปกป้องทั้งสิ่งแวดล้อม-ชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ภาพประกอบจาก AI
ยิ่งความต้องการใช้งานศูนย์ข้อมูล (Data Center) พุ่งสูงขึ้น แต่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม และไม่มีการมาตรการรองรับการใช้พลังงาน หรือแนวทางการใช้พลังงานสะอาดที่ชัดเจน ทำให้กลายเป็นว่าปัจจัยเบื้องหลังการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงของดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก ยังคงต้องพึ่งพาการสำรอง "น้ำมัน" ปริมาณมหาศาล เพื่อเป็นหลักประกันความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงาน

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์คือมาตรฐานความต่อเนื่องในการให้บริการ ที่กำหนดให้ระบบต้องมีความพร้อมใช้งานสูง หรือมีโอกาสเกิดระบบขัดข้องได้ไม่เกิน 5.26 นาทีต่อปี ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าจะมีระบบสำรองไฟด้วยแบตเตอรี่ (UPS) ทำหน้าที่จ่ายไฟทันทีเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ แต่แบตเตอรี่ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโหลดเพียงช่วงสั้นๆ ราว 5–15 นาทีเท่านั้น ก่อนที่ระบบจะสลับไปพึ่งพาเครื่องปั่นไฟขนาดหลายเมกะวัตต์ที่ใช้น้ำมัน

สำหรับปริมาณการสำรองน้ำมันนั้น ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale ในหลายประเทศทั่วโลก มักจะต้องมีถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพียงพอต่อการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 24 ถึง 72 ชั่วโมง หรือในบางภูมิภาคที่มีความเสี่ยงด้านภัยพิบัติสูงอาจต้องสำรองยาวนานถึง 96 ชั่วโมง เพื่อรองรับกรณีที่โครงข่ายไฟฟ้า เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม การเก็บสำรองน้ำมันปริมาณมหาศาลกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล จากทั้งกลุ่มนักลงทุนและผู้บริโภค ที่กังวลถึงมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยต่างๆ ที่อาจเกิดอันตรายได้ถ้ามีการจัดเก็บไม่เหมาะสม หรือกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจะกลายเป็นแหล่งเชื้อเพลิงให้เกิดภัยพิบัติได้

ประเด็นการสำรองน้ำมันในกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ เกิดขึ้นหลังจากที่ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และ นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัย ที่ซอยรามคำแหง 28 เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร มีการซุกซ่อนพลังงานสำรองเป็นน้ำมันดีเซลปริมาณมหาศาลสูงถึง 429,000 ลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 3 - 4 ปั๊มมารวมกันอยู่ในอาคารเดียว

ต่างประเทศมีกฎหมายกำกับดูแลจริงจัง

เมื่อค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำกับดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมในต่างประเทศ พบว่า ในสหรัฐฯ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ (US EPA) มีการบังคับใช้กฎเกณฑ์จำกัดการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อการทดสอบไม่เกิน 100 ชั่วโมงต่อปี เพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษในชุมชนรอบข้าง

รวมถึงมาตรฐานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่ติดตั้งในศูนย์ข้อมูล ต้องผ่านมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวด เช่น มาตรฐาน EPA Tier 4 ในสหรัฐฯ หรือมาตรฐาน EU Stage V และคำสั่ง MCPD (Medium Combustion Plant Directive) ในสหภาพยุโรป บีบให้ผู้ประกอบการต้องติดตั้งระบบบำบัดไอเสีย เพื่อดักจับก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ไปจนถึงความปลอดภัยของถังเก็บเชื้อเพลิง การติดตั้งถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ต้องเป็นไปตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมและป้องกันการรั่วไหล เช่น แผนควบคุมการรั่วไหลของน้ำมัน (SPCC Rule) ในสหรัฐฯ ที่กำหนดให้มีแนวคันกั้นดินหรือถังผนังสองชั้น เพื่อป้องกันการรั่วซึมลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน