xs
xsm
sm
md
lg

ยืดเยื้อ! วอเตอร์ฟร้อนท์ พัทยา รอกรมที่ดินชี้ขาด “รื้อถอน” หรือ “ปรับอาคารให้ถูกกฎหมาย” พบลอบใช้อาคารจอดรถทั้งที่ยังมีคำสั่งห้ามใช้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวศรีราชา - นายกเมืองพัทยาแจง โครงการ "วอเตอร์ฟร้อนท์” เชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเพจดังนำประเด็นโครงการมาเผยแพร่จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ด้านนายกเมืองพัทยา เผยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอกรมที่ดินพิจารณาข้อเท็จจริง เหลือ 2 ทาง คือ “รื้อถอน” หากพบว่าออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ หรือ “ปรับแก้อาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย”

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ ว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความเห็นเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินของโครงการ โดยเมืองพัทยาได้ส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณาตามอำนาจหน้าที่แล้ว ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา ซึ่งผลดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อแนวทางดำเนินการกับตัวอาคารต่อไป

หากกรมที่ดินมีข้อยุติว่าเอกสารสิทธิของโครงการออกโดยมิชอบ เมืองพัทยาจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยแจ้งให้เจ้าของโครงการดำเนินการรื้อถอนอาคาร และหากไม่ดำเนินการ เมืองพัทยาสามารถเข้าสู่กระบวนการรื้อถอนตามกฎหมาย พร้อมเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากเจ้าของโครงการได้

แต่หากกรมที่ดินมีข้อยุติว่าเอกสารสิทธิออกโดยชอบ เจ้าของโครงการจะต้องนำแบบอาคารเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายควบคุมอาคารของเมืองพัทยา เพื่อปรับแก้หรือดัดแปลงส่วนที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยอาจรวมถึงการลดความสูงหรือแก้ไขรูปแบบของอาคารในส่วนที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร

“ขณะนี้แนวทางหลักจึงมีอยู่ 2 ทาง หากที่ดินไม่ถูกต้องก็ต้องรื้อ แต่ถ้าที่ดินถูกต้องก็ต้องมาดูเรื่องแบบอาคารและปรับแก้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย” นายปรเมศวร์กล่าว

นายกเมืองพัทยา ยืนยันว่า เมืองพัทยาพร้อมดำเนินการตามกฎหมายทันทีที่กรมที่ดินมีข้อยุติ พร้อมต้องการให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปโดยเร็ว เนื่องจากกรณีดังกล่าวยืดเยื้อมานานหลายปี และอยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกรณีมีการนำรถเข้าไปจอดภายในอาคารโครงการ วอเตอร์ฟร้อนท์ นายปรเมศวร์ระบุว่า อาคารดังกล่าวยังเป็นอาคารที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ และอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามใช้อาคาร การนำรถหรือบุคคลเข้าไปใช้พื้นที่จึงอาจก่อให้เกิดอันตราย และเมืองพัทยาไม่สามารถอนุญาตให้ใช้อาคารได้

ที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้ดำเนินการทางกฎหมายแล้ว โดยเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ได้รับมอบอำนาจจากเมืองพัทยาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ได้รับข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีกลุ่มรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์หรือรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดบริเวณด้านล่างและบริเวณชั้น 2 ของอาคารโครงการ วอเตอร์ฟร้อนท์

เอกสารแจ้งความระบุว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคารที่อยู่ภายใต้คำสั่งของเมืองพัทยาตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยเกี่ยวข้องกับคำสั่งห้ามใช้อาคาร หรือยินยอมให้บุคคลใดใช้อาคารที่อาจเป็นอันตราย ตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

เมืองพัทยาจึงมอบอำนาจให้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทเจ้าของโครงการและผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย โดยเหตุเกิดภายในอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาได้รับคำร้องทุกข์ไว้และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ โครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ ถือเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในเมืองพัทยามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับที่ดิน เอกสารสิทธิ และการก่อสร้างอาคาร ขณะที่ผลการพิจารณาของกรมที่ดินจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของโครงการว่าจะเดินหน้าไปสู่การรื้อถอน หรือเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงแก้ไขอาคารให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป