ท่ามกลางการโหมกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก การแห่ตั้ง Data Center กลางกรุงเทพมหานคร กำลังกลายเป็น “ภัยเงียบ” ซุกซ่อนอยู่ข้างบ้านประชาชน โดยเฉพาะกรณีล่าสุดใน ซอยรามคำแหง 28 เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ที่มีการซุกซ่อนพลังงานสำรองเป็นน้ำมันดีเซลปริมาณมหาศาลสูงถึง 429,000 ลิตร ซึ่งเทียบเท่ากับปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 3–4 ปั๊มมารวมกันอยู่ในอาคารเดียว เรื่องนี้ถูกกระชากหน้าหน้ากากโดย นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน และ นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ที่ออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัย และวิพากษ์วิจารณ์ถึงฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานคร(กทม.) ซึ่งนำโดยนายสิทธิชาติ สิทธิพันธุ์ ว่า ไม่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ - Suphanat Minchaiynunt โพสเฟซบุ๊ก เปิดสาเหตุทำไม Data Center สร้างกระจายอยู่ทั่วกรุงฯ ไร้การกำกับ ที่สำคัญบางแห่งตุนน้ำมันเกือบ 500,000 ลิตร เอาไว้ว่า รู้หรือไม่ ที่ data center สร้างกระจายทั่วกทม. และในหลายๆ จังหวัดแบบไร้การควบคุม ส่วนหนึ่งก็เพราะยังไม่มีการนิยามว่า data center เป็นอาคารประเภทใด ทั้งนิยามตามกฎหมายควบคุมอาคาร และนิยามตามกฎหมายผังเมือง นี่จึงทำให้มีการสร้าง data center มั่วไปหมด โดยอ้างว่าเป็นอาคารประเภทเดียวกับ คลังสินค้าบ้าง, สำนักงานบ้าง หรือ อาคารพาณิชย์บ้าง
ประเด็นที่น่ากลัวกว่านั้นคือ Data Center จะมีการตุนน้ำมันดีเซลไว้ เพื่อเป็นพลังงานสำรองให้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อย่าง data center แห่งหนึ่งในซอย รามคำแหง 28 เขตบางกะปิ ก็มีการเก็บน้ำมันดีเซลไว้สูงถึง 429,000 ลิตร เทียบเท่าปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 3-4 ปั๊ม แต่เอามายัดไว้ในอาคารเดียว ซึ่งถ้าเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้น คงไม่กล้าคิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดไหน กับคนที่อาศัยอยู่แถวนั้นที่จะโดนลูกหลงไปด้วย แต่นี่คือ ภัยเงียบที่ซ่อนตัวอยู่ข้างบ้านของเราทุกคน โดยเฉพาะคนกรุงเทพ
นายศุภณัฐ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 67 ได้นำเรื่องเข้า กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้ กรมโยธาธิการ เร่งกำหนดนิยาม data center รวมถึงให้ กทม.เร่งกำกับ data center ผ่านร่างผังเมืองใหม่ที่กำลังจะแก้ไข แต่สุดท้าย ผ่านมา 2 ปี ก็ไร้ความคืบหน้า ทั้งกรมโยธาฯ ที่ไม่ทำอะไรเลย และ กทม.เอง ที่แม้จะเอาผังเมืองไปดองไว้นานกว่า 2 ปี แต่สุดท้าย ร่างผังเมืองใหม่ ของกทม. ก็ปล่อยให้เอกชน ยังคงสามารถสร้าง data center ได้โดยขาดการกำกับควบคุม
“นี่คือความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชน ที่แทบไม่รู้ได้เลยว่า อาจมีคลังน้ำมันขนาดย่อม ตั้งอยู่ข้างบ้านตัวเอง”
นายศุภณัฐ ยังบันทึกหมายเหตุ **แนบภาพให้และตอบข้อสงสัย เผื่อมี 1) data center นี้ไม่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะมีต่ำกว่า 500,000 ลิตร
2) ไม่ต้องทำ EIA เพราะตามประกาศแนบท้าย ลำดับ 2 และ 3 เป็นเรื่องของการพัฒนาปิโตรเลียม และการขนส่งปิโตรเลียม
ขณะเดียวกัน “นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ติวเตอร์หมู” โพสต์เฟซบุ๊กไปในท่วงทำนองเดียวกัน โดยระบุว่ากำลังจะมีดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในซอยรามคำแหง 28 กรุงเทพฯ และทราบว่าภายในโครงการมีการสำรองน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 429,000 ลิตร จึงอยากให้มีการเปิด 1.เอกสาร และ 2.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
1.รายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของน้ำมัน 2.ปริมาณที่ได้รับอนุญาต 3.สถานที่จัดเก็บ และ 4.มาตรการความปลอดภัย
เขาระบุ รู้ว่าดีเซลมีจุดวาบไฟสูงกว่าน้ำมันเบนซิน จึงไม่ติดไฟได้ง่าย แต่แม้ดีเซลไม่ติดไฟง่ายก็จริงแต่ถ้าเกิดเพลิงไหม้ไอ้น้ำมันดีเซลเยอะขนาดนี้ เป็นเชื้อเพลิงให้ไฟลุกไหม้ขนาดใหญ่จะเกิดความร้อนมหาศาลจะมีควันมากมาย สารจากการเผาไหม้จะเข้าจมูกเข้าปอดคนแถวรามคำแหง หากเกิดการรั่วไหล กระทบดินแน่นอน ระบบระบายน้ำและสิ่งแวดล้อมโดยรอบก็จะโดนกระทบด้วย เคยทราบว่าการเก็บน้ำมันชนิดไวไฟน้อยในปริมาณเกิน 15,000 ลิตร แต่ไม่เกิน 500,000 ลิตร เข้าข่ายสถานที่เก็บรักษาน้ำมันลักษณะที่ 3 และต้องได้รับอนุญาต อยากถามว่าตอนนี้ได้รับได้รับอนุญาตหรือยัง
นอกจากนั้นแล้ว น้ำมันมากถึง 429,000 ลิตร ทำให้อยากรู้ว่า1.อยู่ภายใต้ใบอนุญาตประเภทใด 2.หน่วยงานใดเป็นผู้อนุญาตและตรวจสอบ 3.มีการตรวจล่าสุดเมื่อใด 4.ถังเก็บและระบบท่อมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลอย่างไร 5.ระบบดับเพลิงและแผนฉุกเฉินรองรับเหตุในระดับใด 6.มีการประเมินผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบหรือไม่ คนชาวรามคำแหงและชาวกรุงเทพ ต้องได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ใช่เดา
การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีผลกระทบต่อประชาชนมากมายมหาศาลขนาดนี้ ก่อนที่จะมีการอนุญาต รัฐบาลภูมิใจไทยของคุณอนุทิน ชาญวีรกุล บังคับให้มีการทำ EIA หรือเปล่า
“นี่มันอยู่กลางกรุงเทพมหานครนะครับ อยู่กลางเมืองหลวงของประเทศนะโว้ย มันต้องมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม มันต้องศึกษาผลกระทบที่โครงการอาจมีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งเสียง อากาศ น้ำ การจราจร สุขภาพ และความปลอดภัย
“ดาต้าเซ็นเตอร์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีอุปกรณ์ระบบทำความเย็น พัดลม ปั๊ม หม้อแปลง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไอ้พวกนี้มันทำให้เกิดเสียงต่อเนื่อง ในต่างประเทศมีการฟ้องร้องกันมากมาย เสียงจากโครงการจะส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อการได้ยิน หูพังแน่นอน
บ้านที่อยู่ใกล้ดาต้าเซ็นเตอร์ จะซวย กลางคืนจะนอนไม่หลับ ต้องนอนพลิกไป พลิกมา เอาหมอนปิดหัวปิดหูทั้งคืน
พร้อมทั้งยังตั้งคำถามกับกทม.ด้วยว่า “ซอยรามคำแหง 28 และถนนรามคำแหง อยู่ในเขตบางกะปิ ซึ่งอยู่ในที่ของกรุงเทพมหานคร ผมไม่พอใจที่เห็นคนสองคนนี้เงียบเป็นเป่าสากในเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์คือ 1.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2.นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย
รองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่ 1 ผมกำลังเตรียมไม้เรียวไว้ฟาดก้นไอ้เบอร์ 2 ส่วนเบอร์ 1 เก็บไว้ให้คนกรุงเทพฯ ฟาด.”
ทั้งนี้ กล่าวสำหรับ นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่ 1 นั้น ก็คือ บุตรชายของนายนิติภูมิธณัฐหรือติวเตอร์หมู
กล่าวสำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Data Center สุ่มเสี่ยงเหล่านี้สามารถสร้างกระจายได้ทั่วกรุงฯ โดยไร้การกำกับดูแล เกิดจากช่องโหว่ของกฎหมายและช่องว่างทางนิตินัย 2 ประการหลัก ที่ดัน Data Center เป็นระเบิดเวลา นั่นคือ
1) หลบการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างแยบยล
o โครงการตุนน้ำมันไว้ 429,000 ลิตร ซึ่ง ไม่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากกฎหมายกำหนดเพดานควบคุมเข้มข้นไว้ที่ 500,000 ลิตรขึ้นไป การตุนน้ำมันเฉียดครึ่งล้านลิตรจึงหลุดรอดการสแกนความปลอดภัยระดับเข้มงวด ทั้งที่เป็นเชื้อเพลิงมหาศาลหากเกิดเหตุเพลิงไหม้
2) ไม่ต้องทำรายงาน EIA ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม
o โครงการอ้างไม่ต้องทำ EIA เพราะตามประกาศแนบท้ายกฎหมาย EIA ลำดับ 2 และ 3 กำหนดไว้เฉพาะเรื่อง "การพัฒนาปิโตรเลียมและการขนส่งปิโตรเลียม" เท่านั้น ส่งผลให้ Data Center ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้พลังงานและปล่อยความร้อน-เสียงมหาศาล สามารถก่อสร้างได้โดยไม่ต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือมลพิษทางเสียงของชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย
ภาครัฐและ กทม. ต้องเลิกลอยตัวเหนือปัญหา หยุดดองการแก้ไขผังเมือง และเร่งตรวจสอบใบอนุญาตกับระบบป้องกันภัยของ Data Center แห่งนี้โดยด่วน ก่อนที่ "ภัยเงียบข้างบ้าน" จะกลายเป็นโศกนาฏกรรมกลางเมืองหลวง.

