xs
xsm
sm
md
lg

เลิกเจรจา! 'ทรัมป์' กร้าวไม่คุยแล้วกับอิหร่าน เดินหน้าทุบเศรษฐกิจ ลงโทษทุกชาติที่ทำธุรกิจกับเตหะราน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) สหรัฐฯไม่ได้กำลังคุยอยู่กับอิหร่าน และวอชิงตันหันมามุ่งเน้นเล่นงานเศรษฐกิจเตหะราน พร้อมประกาศกร้าวประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้จะถูกลงโทษ

"เราไม่อยากพูดคุยกับพวกเขา เราไม่ได้มองหาการพบปะเจรจาหรืออะไรทำนองนั้น" ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน แคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของทำเนียบขาวบอกว่ายุทธการทางเศรษฐกิจของอเมริกาจะเดินหน้าไปจนกว่าอิหร่านจะตัดสินใจเข้าสู่การเจรจาอย่างมีความหมาย

"ตอนนี้เรามีปฏิบัติการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจทำลายเศรษฐกิจของพวกเขา" ลีวิตต์ให้สัมภาษณ์กับรายการ Fox & Friends "ตอนนี้ไม่มีการเจรจาใดๆเกิดขึ้น และสถานการณ์จะเป็นไปเช่นนี้ จนกว่าท่านประธานาธิบดีรู้สึกว่าบางทีพวกเขาอาจยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจาในทิศทางที่มีความหมาย แน่นอนว่าเขายังคงเปิดกว้างสำหรับทุกทางเลือกที่มีอยู่"

ก่อนหน้านี้ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนประเทศต่างๆเมื่อวันจันทร์(24ส.ค.) ให้ตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับอิหร่าน หรือไม่ก็จะต้องเจอกับมาตรการคว่ำบาตรรอง ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า "วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ (Economic D-Day)" อย่างไรก็ตามทางกระทรวงการคลังยังไม่ได้กำหนดบทลงโทษที่แท้จริงใดๆ

เมื่อถูกถามในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) ว่าเขาจะลงโทษรัสเซียสำหรับการที่ยังคงเดินหน้าทำธุรกิจกับอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า "แล้วแต่สถานการณ์ ที่ผ่านมา ผมคิดว่ารัสเซียมีพฤติกรรมที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ คุณต้องเข้าใจว่า ทุกๆอย่างที่พวกเขาทำ เราเองก็ทำเช่นกัน คุณก็รู้ มีบางคนพูดถึงจีน แล้วจีนเป็นยังไง เราได้ยินว่าพวกเขากำลังสอดแนมเราอยู่ เราเองก็สอดแนมพวกเขาเช่นกัน"

จากนั้นพอถูกถามต่อว่าเขาจะคว่ำบาตรธนาคารต่างๆของจีนที่ทำธุรกิจร่วมกับอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า "ใครบอกว่าผมจะไม่ทำละ คุณไม่รู้หรอกว่าผมกำลังจะทำอะไร ผมไม่จำเป็นต้องแจ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ"

นายกรัฐมนตรีกาตาร์เดินทางเยือนกรุงเตหะรานในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) เพื่อพยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต หลังจากสหรัฐฯและอิหร่านกล่าวโทษกันไปมา เกี่ยวกับคำประกาศกร้าวของวอชิงตันในการยกระดับกดดันทางเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวที่พวกเจ้าหน้าที่อิหร่านให้คำจำกัดความว่าเป็น "สงครามเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ"

ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการหันมามุ่งเน้นเล่นงานเศรษฐกิจของอิหร่าน ในวันพฤหัสบดี(27ส.ค.) เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของอิหร่าน ยอมรับว่าประเทศของเขาไม่สามารถนำเข้าเบนซินได้มากพอ สำหรับชดเชยปริมาณการผลิตภายในประเทศได้อย่างเพียงพอ สืบเนื่องจากมาตรการปิดล้อมทางทะเลของอเมริกา

"การผลิตเบนซินไม่เพียงพอ และสืบเนื่องจากมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ เราไม่สามารถนำเข้าได้" สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ สื่อมวลชนแห่งรัฐ อ้างคำพูดของ จาฟาร์ กาเอ็มปานาห์ รองประธานาธิบดี กล่าวเมื่อวันพุธ(26ส.ค.) ความเห็นนี้มีขึ้นหลังจากพบเห็นชาวอิหร่านต่อแถวยาวเหยียดด้านนอกสถานีบริการน้ำมันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากสงครามกับสหรัฐฯ เริ่มเบี่ยงสู่การยกระดับกดดันทางเศรษฐกิจเล่นงานเตหะรานหนักหน่วงขึ้น

โมห์เซน ฮาจิ-มีร์ซาอี หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีอิหร่าน บอกว่าจะมีการทบทวนการจัดสรรโควตาสำหรับน้ำมันเบนซิน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม ส่วน กาเอ็มปานาห์ วิพากษ์วิจารณ์ การแจกจ่ายเชื้อเพลิงที่ได้รับเงินอุดหนุนสูงในอิหร่าน บอกว่าระบบปัจจุบันเอื้อประโยชน์อย่างไม่สมส่วนแก่ผู้ที่ครอบครองยานพาหนะหลายคัน

"การจัดสรรน้ำมันเบนซินในประเทศไม่เป็นธรรม ผู้ที่มีรถหลายคันได้ประโยชน์จากมาตรการอุดหนุน ต่างจากคนอื่นๆที่ไม่มีรถเป็นของตนเอง" เขากล่าว

อิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่และมีราคาเชื้อเพลิงที่ถูกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้มีการอุดหนุนราคาเบนซินอย่างมากเป็นเวลานานปลายปี ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆในทางราคา แน่นอนว่าจะกลายมาเป็นประเด็นที่อ่อนไหวทางการเมือง

(ที่มา:รอยเตอร์ส)