xs
xsm
sm
md
lg

เปิดศึกชิงมรดก! เจ้าของรีเจ้นท์ เฮ้าส์ นายอุธรณ์/โนรี เตชะไพบูลย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เมื่อถึงเวลาแบ่งสมบัติ หลายครอบครัวมหาเศรษฐี ซึ่งมีฐานะเป็นตระกูลใหญ่ มีกองทรัพย์สินเงินทองมหาศาลเหลือคณานับ มักจะประสบปัญหาการแย่งชิงมรดกตามมา

จนเกิดเป็นข่าวดัง กลายเป็นศึกสายเลือดที่หากจบด้วยการตกลงเจรจากันไม่ได้ ทางที่จะจบข้อพิพาทก็จะต้องไปฟ้องร้องกัน ลงเอยกันด้วยการเป็นคดี ฟ้องกันไปฟ้องกันมาในชั้นศาล

ถึงแม้จะเสียเงินเสียเวลามากเท่าไร ก็ยังไม่มีใครยอมกัน ในที่สุดต้องตัดสายสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องตลอดไป นี่เป็นจุดจบของครอบครัวมหาเศรษฐีที่มีให้เห็นเสมอมา

ตระกูลเตชะไพบูลย์ ในสายของ นายอุธรณ์ เตชะไพบูลย์ กับ นางโนรี กำลังเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ไม่อาจหนีความขัดแย้งเรื่องมรดกไปได้ จนเป็นคดีในขณะนี้

มูลค่าสูงนับหมื่นล้านบาท คือมรดกของครอบครัวเตชะไพบูลย์สายนี้ นายอุธรณ์และโนรี มีลูก 3 คน โดยนายอุธรณ์ เสียชีวิตไปเมื่อมกราคม ปี 2568 หรือราวๆ 1 ปีกว่า มีพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้แก่ลูกๆ ซึ่งอุธรณ์กับโนรี คือเจ้าของรีเจนท์ เฮ้าส์ ถนนราชดำริรวมทั้งที่ดินอีกหลายแปลงในกรุงเทพ และต่างจังหวัด

แม้ว่าได้ระบุการแบ่งมรดกไว้แล้ว แต่กำลังจะถูกบอกล้าง เพราะ นายวิลาศ เตชะไพบูลย์ ลูกคนกลาง ไม่เชื่อว่าพินัยกรรมของพ่อ ที่นำเอามาเปิด เป็นของจริง

เนื้อหาพินัยกรรมดังกล่าว ระบุว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของนายอุธรณ์ ยกให้ นางปิยะมาน ลูกคนโต และ นายวิลิต ลูกชายคนสุดท้อง ไม่มีชื่อนายวิลาศ เป็นผู้รับมรดก ทั้งที่เป็นทายาทโดยธรรม นายวิลาศไม่ได้รับมรดกแม้แต่สตางค์แดงเดียว

ปัญหามรดกครอบครัวนายอุธรณ์ นางโนรีเกิดเรื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 โดยนายวิลาศ ได้เปิดเผยกับ Sondhi X ว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้มีคำสั่งให้นางโนรี ผู้เป็นมารดา เป็นคนไร้ความสามารถ เนื่องจากโรคสมองเสื่อม และมีคำสั่งแต่งตั้งนายอุธรณ์ เป็นผู้อนุบาล

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 นายอุธรณ์ถึงแก่กรรม จึงเป็นเหตุให้ความเป็นผู้อนุบาลของนายอุธรณ์สิ้นสุดลงตามกฎหมาย

ซึ่งนางโนรีมีอาการเป็นโรคสมองเสื่อมมานานนับสิบปีแล้วไม่อาจปฏิบัติภารกิจส่วนตัวได้ ต้องมีผู้ดูแล นายอุธรณ์ถึงแก่กรรม ทำให้นางโนรีไม่มีผู้อนุบาล

ปี 2568 นางปิยะมานยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งตั้งตนเป็นผู้อนุบาลของนางโนรี เพราะได้ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลนางโนรี

ส่วนนายวิลิตยื่นคัดค้านการยื่นคำร้องของนางปิยะมาน แต่ท้ายที่สุดก็ขอเป็นผู้อนุบาลนางโนรีร่วมกันกับนางปิยะมาน ส่วนนายวิลาศที่ขอเป็นผู้อนุบาลนางโนรี แต่เพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากอ้างว่าการดูแลรักษาพยาบาลนางโนรีในลักษณะฟื้นความทรงจำและสุขภาพ ตลอดจนเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูนางโนรี แต่นางปิยะมานและนายวิลิตได้ใช้เหตุผลว่าเป็นผู้ทำหน้าที่หลักรวมถึงออกค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งมิใช่เป็นภาระของนายวิลาศแต่เพียงฝ่ายเดียว

ประกอบกับสถานที่หลักที่นางโนรีพักรักษาตัว ขณะที่อยู่กับนายวิลาศนั้น ก็เป็นบ้านของตนเองและภรรยาที่มีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยครบครันและมีพยาบาลคอยดูแลตลอดระยะเวลา 24 ชม. ทำให้ได้สอดส่องดูแลนางโนรีอย่างใกล้ชิดโดยตลอด จึงขอคัดค้านการร้องขอเป็นผู้อนุบาลนางโนรีของนางปิยะมาน โดยขอให้ตั้งตนเป็นผู้อนุบาลนางโนรี
นางปิยะมานคัดค้านขอเป็นผู้อนุบาลนางโนรีโดยอ้างว่า นายวิลาศมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ ทั้งยังไม่น่าไว้วางใจต่อการจัดการทรัพย์สินของครอบครัว เช่นเดียวกับนายวิลาศก็ไม่ไว้ใจถ้านางโนรี อยู่ในความดูแลของปิยะมานและนายวิลิต โดยเฉพาะมีการให้ยาบางชนิดที่ทำให้นางโนรีมีอาการแย่ลง

ปี 2569 นายวิลิตยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนายอุธรณ์ นายวิลาศยื่นคำคัดค้าน ต่อมานางปิยะมานก็ยื่นคำคัดค้านเช่นกัน แต่สุดท้ายทั้งนายวิลิตและนางปิยะมานก็ขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายอุธรณ์ร่วมกัน

นายวิลาศจึงฟ้องขอเพิกถอนพินัยกรรมของนายอุธรณ์ หลังจากนายวิลิตยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม โดยอ้างว่าพินัยกรรมฉบับนี้โมฆะ ศาลก็เลยจำหน่ายคดีเรื่องร้องผู้จัดการมรดกของนายวิลิตออกไปเพื่อให้รอจนกว่าพิสูจน์พินัยกรรมฉบับนี้ก็ว่า พินัยกรรมฉบับนี้ทำถูกต้อง เป็นตัวจริงหรือไม่

นายอุธรณ์ เจ้ามรดก ก่อนทำพินัยกรรมพิพาท เคยทำพินัยกรรมฉบับแรก แต่ถูกยกเลิกด้วยพินัยกรรมฉบับที่ 2 โดยข้อกฎหมายพินัยกรรมฉบับที่ 2 เปิดหลังจากเจ้าของมรดกเสียชีวิตแล้ว ซึ่งเปิดไปตั้งแต่ปี 2568 คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกก็ต้องรอเรื่องฟ้องเพิกถอนพินัยกรรมก่อน ศาลนัดสืบพยานในเดือนกันยายน และตุลาคมนี้

นายวิลาศ บอกว่า มีข้อสงสัยหลายจุดในพินัยกรรมฉบับที่ 2 จึงต้องฟ้องเพิกถอน เช่น
1.เพราะบอกว่าไปทำที่ศาล แต่ไม่ได้ไปที่ศาลจริง นี่คือจุดผิดปกติ 2.ไม่มีใบรับรองแพทย์ เพราะทำย้อนหลัง

พินัยกรรมฉบับที่ 2 นายอุธรณ์แบ่งมรดก ให้ปิยะมาน กับวิลิต คนละครึ่ง และก่อนหน้านายวิลาศยังไม่เคยได้แบ่งทรัพย์สินมรดกของพ่อแม่เลย จึงต้องร้องขอความเป็นธรรมจากศาลยุติธรรม