xs
xsm
sm
md
lg

ศาลฎีกาของแสลงภูมิใจไทย ถูกประหารทางการเมืองแล้ว 5 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สำหรับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยแล้ว ประสบการณ์ในอดีตสอนว่า ศาลฎีกาฯ เป็นพื้นที่อันตราย ระดับ“คิลลิ่งโซน”

เพราะที่ผ่านมาคดีของคนพรรคสีน้ำเงินที่ขึ้นสู่ศาล มีอย่างน้อย 5 คน ที่ถูกประหารชีวิตทางการเมือง
เริ่มจาก “ฉลอง เทอดวีระพงศ์” อดีต สส.พัทลุง “ภูมิศิษฏ์ คงมี” อดีต ส.ส.พัทลุง และ “นาที รัชกิจประการ"อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นภรรยาของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม คนปัจจุบัน
ทั้ง 3 คน ถูกศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก 9 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ต้องติดคุกจริง และถูกตัดสิทธิทางการเมือง จากกรณีเสียบบัตร สส.แทนกัน ในการประชุมสภา

ยังมี “กนกวรรณ วิลาวัลย์” อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี และ อดีต รมช.ศึกษาธิการ ถูกศาลฎีกาพิพากษาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ดินเขาใหญ่ ให้พ้นจากตำแหน่งและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต
ต่อมาก็เป็น “ศุภชัย โพธิ์สุ” อดีต ส.ส.นครพนม และอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ถูกตัดสินตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต จากข้อหาครอบครองที่ดินป่าดงพะทาย ที่จัดสรรไว้ให้กับคนจน โดยมิชอบกว่า 200 ไร่

และขณะนี้ มีคดีที่เกี่ยวข้องกับคนของพรรคภูมิใจไทย กำลังอยู่บนเส้นทางจะต้องถูกส่งไปศาลฎีกา คือ “คดีฮั้วสว.” ซึ่งตอนนี้ อยู่ในมือ กกต.
พรรคภูมิใจไทย จึงพยายามทำทุกทางเพื่อ “ไม่ให้คดีไปถึงศาล”

คดีการเมืองหลายประเภท ศาลฎีกา ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้น แต่จะมี “ด่าน” ก่อนหน้า เช่น กกต. หรือ ป.ป.ช. .แล้วแต่ประเภทของคดี

ดังนั้น ถ้าสามารถทำให้เรื่องไม่ผ่านด่านองค์กรอิสระตั้งแต่ต้น ก็เท่ากับลดความเสี่ยงที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการศาล
เพราะถ้าคดีไปถึงศาล ก็จะอยู่นอกเหนือการควบคุม ต้องไปสู้กันด้วยพยานหลักฐาน และข้อกฎหมาย ปัจจัยเกี่ยวกับอำนาจต่อรองทางการเมืองจะลดลงอย่างมาก หรือถึงขั้นไม่มีผล

แต่คดีฮั้ว สว.นี้ ผ่านการสืบสวนสอบสวนของ ดีเอสไอ ผ่านคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่มีมติให้ดำเนินการกับ 229 ผู้ถูกกล่าวหา ที่ประกอบไปด้วย ผู้สมัคร สว. สส. รัฐมนตรี และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่น มีหลักฐาน ทั้งเส้นเงิน โพย และพยานบุคคล ประกอบคดี

ถ้า กกต.ไม่ส่งศาลฯ ก็จะมีคำถามตามมาทันทีว่า แล้วหลักฐานที่มีนั้น กกต.ประเมินอย่างไร จึงไม่ส่งศาลฎีกา

ดังนั้น กกต.อาจส่งศาลเพียงบางส่วน เช่น ผู้สมัคร สว. ผู้ปฏิบัติการระดับล่าง หรือ สว.บางคนที่มีหลักฐานหนาแน่น โดยกันคนของพรรคเพื่อไทยออกมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประสานงาน สส. หรือรัฐมนตรี

อีกประเด็นคือ กรณีของ “ป.ป.ช.กับ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีต รมว.คมนาคม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี จากเรื่องการถือหุ้น ความเกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น

แต่การดำเนินการในประเด็น “ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ป.ป.ช. กลับยกคำร้อง ตัดตอน ไม่ให้ส่งไปศาลฎีกา
เพราะถ้าถึงศาลฎีกา ก็ตกอยู่ในความเสี่ยง เหมือนเข้าสู่ “คิลลิ่งโซน”

เมื่อเป็นเช่นนี้ ฝ่ายค้านจึงยื่นเรื่องต่อประธานสภา ให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งกรรมการอิสระ ไต่สวนกรรมการป.ป.ช. แต่ตอนนี้ “โสภณ ซารัมย์" ประธานสภา ยื้อเวลาโดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาข้อกฎหมาย ยังไม่ส่ง ป.ป.ช.ไปขึ้นศาล เพราะถึงที่สุดแล้ว จะมีผลกระทบมาถึงพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน

ต้องมาติดตามดูว่า พรรคภูมิใจไทย จะสกัดไม่ให้ เรื่องฮั้ว สว.และเรื่องไต่สวน ป.ป.ช. ไปถึงศาลฎีกาสำเร็จหรือไม่