MGR Online - ตำรวจ ปปป.รวบเจ้าหน้าที่ อบต.ศรีสะเกษ ร่วมกับ "นายกเฮง" เรียกรับเงิน 6.5 แสน สอบบรรจุเข้ารับราชการ เหยื่อหลงเชื่อจ่าย 3 ครั้ง สุดท้ายสอบไม่ติด
วันนี้ (27 ส.ค.) พ.ต.ต.ถิรวัฒน์ ฟักประไพ สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปปป. นำกำลังจับกุม นางนวพร ปรือปรัง อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลตองปิด จ.ศรีสะเกษ ได้ที่บริเวณถนนหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงิน จำนวน 650,000 บาท อ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นได้
รายงานข่าวระบุว่า นางนวพร นั้นถูกกล่าวหาว่าร่วมกับ นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เรียกรับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 650,000 บาท โดยอ้างเป็นค่าดำเนินการช่วยเหลือเกี่ยวกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 2 ราย ในข้อหาเป็นคนกลางเรียกรับสินบน และเรียกรับทรัพย์สินเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานของรัฐ ก่อนเข้าดำจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย และนำตัวกลับมาดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานถึงพฤติการณ์ของคดีว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียหายได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ นางนวพร ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่ อบต.ตองปิด ก่อนที่ช่วงปี 2566 นางนวพรจะชักชวนให้ผู้เสียหายสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมกล่าวอ้างว่า นายประวิทย์ หรือ “นายกเฮง” ได้รับโควตาและสามารถช่วยเหลือบุคคลให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้หลายตำแหน่ง
ต่อมาประมาณกลางปี 2566 ผู้เสียหายและนางนวพรเดินทางไปยังบ้านของนายประวิทย์ เมื่อไปถึงพบกับนายประวิทย์และบุคคลอื่นอีกหลายราย ผู้เสียหายจึงแจ้งความประสงค์ขอจองตำแหน่งนักวิชาการศึกษา กลุ่มภาคกลาง เขต 2
โดยนายประวิทย์และนางนวพรกล่าวอ้างว่า จะนำเงินไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบ ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและมอบเงินสดจำนวน 100,000 บาท เพื่อจองตำแหน่ง พร้อมได้รับแจ้งว่า หากมีรายชื่อเป็นผู้สอบผ่าน จะต้องชำระเงินส่วนที่เหลือให้ครบจำนวน 650,000 บาท
หลังจากนั้น นางนวพรยังเดินทางไปพบบิดาและมารดาของผู้เสียหายที่บ้าน และชักชวนให้ผู้เสียหายสมัครสอบบรรจุครู สพฐ. โดยอ้างว่าจะนำเงินไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบ ทำให้บิดาของผู้เสียหายนำที่ดินไปเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อจำนวน 270,000 บาท ก่อนที่วันที่ 17 พ.ค. 2567 ผู้เสียหายจะฝากเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารของนางนวพร
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบปรากฏว่าผู้เสียหายไม่ผ่านการคัดเลือก จึงติดตามทวงถามเงินคืนเป็นระยะ แต่ก็ไม่ได้รับเงินคืน
ต่อมาเมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดรับสมัครสอบอีกครั้ง นางนวพรได้ให้ผู้เสียหายสมัครสอบในตำแหน่งนักวิชาการศึกษา กลุ่มภาคกลาง เขต 2 พร้อมให้ชำระเงินแก่นายประวิทย์เพิ่มอีก 280,000 บาท กระทั่งวันที่ 24 พ.ย. 2568 ผู้เสียหายพร้อมสามีเดินทางไปส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวที่บ้านของนายประวิทย์ โดยนายประวิทย์และนางนวพรยังกล่าวอ้างว่า เงินจะถูกนำไปมอบให้คณะกรรมการจัดสอบ และหากชำระเงินครบถ้วนก่อน ผู้เสียหายจะมีรายชื่ออยู่ในลำดับต้น ๆ ด้วย รวมแล้วผู้เสียหายส่งมอบเงินทั้งสิ้น 3 ครั้ง เป็นเงินรวม 650,000 บาท
แต่ภายหลังประกาศผลสอบกลับปรากฏว่าไม่ผ่านการคัดเลือก เมื่อผู้เสียหายติดตามทวงถามเงินคืน กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา จึงเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายประวิทย์และนางนวพรตามกฎหมาย พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย และวางแผนเข้าจับกุมดำเนินคดีดังกล่าว

