วันนี้ (27 ส.ค. 2569) สำนักข่าวนิวสเตรทไทมส์ (NST) ของมาเลเซียรายงานว่า ชาวมาเลเซีย 17 คนที่เดินทางกับบริษัทนำเที่ยว ฟิชเทล ทัวร์ แอนด์ ทราเวล (Fishtail Tours & Travels) ในประเทศเนปาล ยังคงไม่สามารถติดต่อได้ หลังจากเกิดอุทกภัยฉับพลันรุนแรงในเขตราสุวา ประเทศเนปาล โดยนายโรชัน ปันเดย์ ตัวแทนจากบริษัทฯ กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวเดินทางไปด้วยกัน และทราบล่าสุดว่าอยู่ใกล้เมืองติมูเร ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนเนปาล-จีน เพื่อนร่วมงานจากบริษัทนำเที่ยวดังกล่าวได้ติดต่อกับสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 08.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่พวกเขากำลังเข้าใกล้ชายแดนทิเบต-จีน โดยยืนยันว่าชาวมาเลเซียทั้ง 17 คนเดินทางไปด้วยกันเมื่อมีการติดต่อครั้งสุดท้าย โดยพวกเขาเดินทางมาด้วยกันเป็นขบวนรถยนต์รวมทั้งหมด 6 คัน แต่ไปด้วยกัน
.
ทั้งนี้ บริษัทนำเที่ยวได้พยายามอย่างต่อเนื่องในการติดตามกลุ่มดังกล่าว แต่การเข้าถึงพื้นที่ถูกขัดขวางอย่างรุนแรงหลังจากถนนถูกน้ำท่วมพัดพังไป ซึ่งขณะนี้ไม่มีถนนเข้าถึงได้แล้ว เพราะทุกอย่างถูกน้ำพัดหายไปหมด ซึ่งเมื่อวานนี้ได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ไปร่วมค้นหา และยังมีการใช้โดรนเพื่อค้นหากลุ่มคนดังกล่าวด้วย ซึ่งการซ่อมแซมถนนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบอาจใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปี ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ทางอากาศเป็นวิธีการเดียวในขณะนี้
.
ด้านสำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์ รายงานว่า กระทรวงการท่องเที่ยวของเนปาลระบุว่า นักท่องเที่ยวประมาณ 468 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 393 คน สูญหายไปหลายชั่วโมงหลังจากเกิดภัยพิบัติ ประกอบด้วยชาวอินเดีย 142 คน และชาวต่างชาติจากออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ขณะที่บริษัทนำเที่ยวหิมาลัยเกลเชอร์ แจ้งกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า กลุ่มนักท่องเที่ยว 47 คน ซึ่งรวมถึงเด็ก 2 คน สูญหายไปหลังเกิดน้ำท่วม ประกอบด้วยชาวสิงคโปร์ 2 คน ชาวออสเตรเลีย 15 คน ชาวแคนาดา 10 คน ชาวเนปาล 9 คน ชาวอังกฤษ 2 คน และพลเมืองสองสัญชาติรัสเซีย-อเมริกัน 1 คน
.
ทางฝั่งจีน เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหาย 558 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 260 คน ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่อ้างโดยสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีน ชาวต่างชาติที่ขาดการติดต่อ ได้แก่ ชาวอินเดีย และชาวจากประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ตามที่คณะกรรมการการท่องเที่ยวของเนปาลระบุ
.
ส่วนสำนักข่าวจาการ์ตาโกลบ (Jakarta Globe) ของอินโดนีเซีย รายงานว่า นางเฮนี ฮามิดาห์ ผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองพลเมือง กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ชาวอินโดนีเซียที่อาศัยในประเทศเนปาลยังคงปลอดภัยดี จากการตรวจสอบและติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีรายงานว่าชาวอินโดนีเซียได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
.
ปัจจุบันมีชาวอินโดนีเซียอาศัยอยู่ในประเทศเนปาล 45 คน หลายคนอาศัยอยู่ในกรุงกาฐมาณฑุ และส่วนใหญ่ทำงานในภาคบริการการท่องเที่ยว ซึ่งสถานทูตอินโดนีเซียประจำกรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ ซึ่่งรับผิดชอบประเทศเนปาล กำลังสังเกตการณ์กลุ่มคนที่ไปทัวร์ปีนเขาอย่างใกล้ชิด โดยเรียกร้องให้บริษัทนำเที่ยวแจ้งข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานที่พำนักและสภาพความเป็นอยู่ของนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียทันที โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเดินทางหรือปีนเขาอยู่ในขณะนี้
.
สำหรับประเทศไทย น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ทราบว่า พื้นที่ดังกล่าวรับผลกระทบอย่างมาก สาธารณูปโภคพื้นฐานตามแนวแม่น้ำโบเตโกสี (Bhote Koshi) ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และยังมีชาวเนปาลและชาวต่างชาติสูญหายมากกว่า 600 คน ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ หากมีคนไทยได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ทันทีที่หมายเลข +977-9818749944 ตลอด 24 ชั่วโมง
......
Sondhi X

