xs
xsm
sm
md
lg

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก "เจ๊หนิง-สามี" 1 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 3 ปี ปรับ 150,000 บาท ปมหมิ่น"เมียโจ๊ก"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศาลอาญาพิพากษาจำคุก "เจ๊หนิง-สามี" 1 ปี 6 เดือน รอลงอาญา 3 ปี ปรับ 150,000 บาท ปมให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาท"เมียโจ๊ก"

วันที่ 26 ส.ค.2569 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.3561/2567 ที่ นางศิรินัดดา หักพาล ภรรยา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. (โจทก์) เป็นโจทก์ น.ส.ธณัฏฐา ยอดเยี่ยม หรือเจ๊หนิง (จำเลยที่ 1) และ พ.ต.อ.ภีมพศ น้อมชอบพิทักษ์ สามี (จำเลยที่ 2) ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

คดีนี้มีมูลเหตจากจำเลยทั้งสองคนให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2567 โดยกล่าวหาว่า โจทก์มีชู้ ลักทรัพย์ และบุกรุก ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง

พิเคราะห์พยานหนักฐานที่โจทก์และจำเลยทั้งสองนำสืบโดยมิได้โต้แย้งเป็นอย่างอื่นแล้ว คดีที่ปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เมื่อการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 นั้น ต้องได้ความว่า การใส่ความดังกล่าว ได้ระบุตัวบุคคลผู้ถูกใส่ความ เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่รู้ได้แน่นอนว่า บุคคลที่ถูกใส่ความเป็นผู้ใดเป็นการเฉพาะ และต้องพิจารณาถ้อยคำที่ผู้ใส่ความกล่าวทั้งหมดรวมกันพิจารณาเพียงถ้อยคำคำเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ ส่วนความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้น ต้องพิจารณาว่า ข้อความที่ลงใส่สื่อโซเซียลมีเดียนั้นๆ ว่า ผู้ชมหรือผู้อ่านสามารถทราบได้หรือไม่ว่าบุคคลที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นบุคคลใด เมื่อพิจารณาช่วงเวลาที่จำเลยที่ 1 เข้าแจ้งควาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับโจทก์ในวันที่ 20 ต.ค. 2567 และวันที่ 23 ต.ค. 2567 ไปถึงการที่สำนักข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ได้เสนอข่าวของโจทก์ต่อประชาชนทั่วไปในวันที่ 23 และวันที่ 24 ต.ค. 2567 และการที่จำเลยทั้งสองออกให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2567 เป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกระชั้นชิดกัน แม้ว่าจำเลยทั้งสองจะไม่เอ่ยชื่อโจทก์ แต่การให้สัมภาษณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นการตอบคำถามเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับข่าวที่เผยแพร่ในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าคำให้สัมภาษณ์ของจำเลยทั้งสองจะเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นความจริงหรือเป็นการใส่ความด้วยข้อความเท็จหรือไม่นั้นอยู่ในวิสัยที่ประชาชนที่รับชมรายการสามารถเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นหญิงไม่ดี เป็นชู้กับสามีของผู้อื่น และอยู่ในวิสัยที่จะทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ดังนี้ แสดงให้เห็นว่า ประชาชนที่ติดตามข่าวเรื่อยมาย่อมทราบและเข้าใจได้ทันทีว่า จำเลยทั้งสองหมายถึงโจทก์ อันเป็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทในการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 328คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อไปว่า จำเลยทั้งสองแสดงความคิดเห็น หรือข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม หรือเพื่อป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม อันจะเป็นเหตุให้ได้รับการยกเว้นความรับผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1) หรือไม่ เห็นว่า การให้สัมภาษณ์ของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับเรื่องของทรัพย์สินที่จำเลยทั้งสองได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับโจทก์ เห็นว่า การให้สัมภาษณ์ของจำเลยทั้งสองจากพยานหลักฐานในทางนำสืบรับฟังได้ว่า เป็นการให้สัมภาษณ์ที่จำเลยทั้งสองเชื่อโดยสุจริตใจว่าทรัพย์สินที่สูญหายอยู่ในความครอบครองของโจทก์ และมีเจตนาเพื่อติดตามทรัพย์สินคืน อันเป็นการแสดงความ
คิดเห็นโดยสุจริตหรือเพื่อป้องกันตน หรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตน แต่อย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นการตอบคำถามเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงให้เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นหญิงที่มีสามีอยู่แล้วไปมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสามีของจำเลยที่ 1 อันมีลักษณะเป็นการประจานโจทก์ทำให้โจทก์อับอาย และเสื่อมเสีย
ชื่อเสียงยิ่งกว่าเป็นการกระทำสุจริตเพื่อความชอบธรรม การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นเหตุยกเว้นความรับผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1)ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองดำเนินการให้นายกรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโหนกระแสดำเนินการลบบันทึกการให้สัมภาษณ์ออกจากสื่อออนไลน์นั้น คำขอดังกล่าวเป็นคำขอบังคับที่เกี่ยวพันกับบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความในคดี และไม่ใช่คำขอที่เกี่ยวข้องกับการยึดหรืออายัดวัตถุซึ่งมีข้อความหมิ่นประมาท
ไว้เพื่อทำลาย คำขอนี้จึงให้ยก

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 200,000 บาท ในทางนำสืบจำเลยทั้งสองนับเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละหนึ่งในสี่ คงเหลือโทษจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 150,000 บาท ไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองได้กลับตัวเพื่อทำประโยชน์ให้กับสังคม โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามมาตรา 29 และมาตรา 30 กับให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อในหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน กับให้จำเลยทั้งสองโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อผ่านทางเว็บไซต์ข่าวแพร่หลายอีก 3 เว็บไซต์ โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาทั้งหมดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 332 (2) คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก