ในวันพุธ (25 ส.ค.) เกาหลีใต้เปิดเผยว่าได้ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดเครื่องบินทหารของรัสเซียที่เข้ามาในเขตป้องกันภัยทางอากาศของตน ซึ่งนับเป็นการรุกล้ำครั้งที่สองในรอบไม่กี่สัปดาห์
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศแย่ลงนับตั้งแต่เกาหลีใต้เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกหลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย และตั้งแต่รัฐบาลมอสโกสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับเกาหลีเหนือ
กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ ระบุว่า เครื่องบินรัสเซียหลายลำได้บินเข้ามาและบินออกจากเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศเหนือน่านน้ำทะเลตะวันออก หรือที่เรียกว่าทะเลญี่ปุ่น
“กองทัพเกาหลีใต้ตรวจพบเครื่องบินรัสเซียก่อนที่จะเข้าสู่เขตดังกล่าว และได้ส่งเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศไปเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น” กระทรวงฯ ระบุโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ระบุว่าเครื่องบินของรัสเซียไม่ได้ละเมิดน่านฟ้าอธิปไตยของเกาหลีใต้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ เขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defence Identification Zone - ADIZ) ไม่ใช่น่านฟ้าอธิปไตย แต่เป็นพื้นที่กันชนที่ประเทศต่าง ๆ กำหนดให้เครื่องบินต่างชาติต้องแสดงตัวตนเพื่อจุดประสงค์ด้านความมั่นคง
โดยทั่วไปแล้ว เครื่องบินทหารมักจะแจ้งให้ประเทศที่เกี่ยวข้องทราบก่อนเข้าสู่เขตดังกล่าว แม้ว่าจะไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายบังคับให้ต้องทำเช่นนั้นก็ตาม
ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน เครื่องบินทหารของจีนและรัสเซียกว่า 10 ลำได้บินเข้าสู่เขตป้องกันภัยทางอากาศของเกาหลีใต้
ในเวลานั้น กระทรวงกลาโหมของจีนกล่าวว่า กองกำลังทหารของจีนและรัสเซียได้ดำเนินการ "ลาดตระเวนทางอากาศเชิงยุทธศาสตร์" เหนือทะเลญี่ปุ่น ทะเลจีนตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก
ส่วนกระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า การลาดตระเวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนความร่วมมือทางทหารตามปกติ และ "ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ประเทศที่สาม"
แต่เกาหลีใต้ก็ยังคงยื่นหนังสือประท้วงต่อรัฐบาลปักกิ่งและมอสโก พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำขึ้นอีก
ที่มา เอเอฟพี

