วันนี้ (26 ส.ค. 2569) พล.ท.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า ประเด็นยิงจากเฮลิคอปเตอร์ยังดุเดือด ต่างฝ่ายต่างงัดเหตุผลมายันกัน แม้แต่วิชาตรีโกณซึ่งส่งคืนครูไปนานแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมไม่ได้นำมาวิเคราะห์ คือความเป็นไปได้ในการปฎิบัติทางยุทธวิธีอากาศ-พื้นดิน ในฐานะอดีตนายทหารยุทธการฝ่ายอากาศ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยุคแรกที่ยังไม่มีกองทัพอากาศ โดยริเริ่มจัดทำสนามเฮลิคอปเตอร์ทั่วพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อส่งกำลังทางเฮลิคอปเตอร์เร่งด่วนเวลากลางคืน เพราะถูกวางตะปูเรือใบไปทางถนนไม่ได้
.
งานที่จะต้องทำ คือ ขั้นที่ 1 ไปทางรถยนต์ ตรวจสนามเฮลิคอปเตอร์ ดูขนาดทิศทางบินขึ้นลง และสิ่งกีดขวาง ว่าเป็นสนามที่เหมาะสม ขั้นที่ 2 นำนักบินเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์เวลากลางวัน ลงสนามครั้งแรก ขั้นที่ 3 นำนักบินฝึกลงในเวลากลางคืนด้วยกล้อง และฝึกเจ้าหน้าที่หน่วยภาคพื้นรับเฮลิคอปเตอร์เวลากลางคืน และทดสอบระบบสื่อสาร แต่เมื่อมาดูสภาพภูมิประเทศ จุดเกิดเหตุแล้ว แทบเป็นไปไม่ได้ที่เฮลิคอปเตอร์จะบินตามภูมิประเทศในเวลากลางคืนและต่ำตามคำให้การ
.
ยังไม่รวมถึงการติดต่อระหว่างเฮลิคอปเตอร์กับภาคพื้น เพื่อชี้เป้าในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่เฮลิคอปเตอร์และด่านตรวจจะติดต่อกันได้ โดยไม่มีเครื่องมือและไม่มีการซักซ้อมมาก่อน แม้แต่รถยนต์ทหาร ต้องมีนายทหารควบคุมรถ จ่าคนนี้เป็นใคร มานั่งตรงไหนในเฮลิคอปเตอร์ มีอำนาจมากถึงขนาดสั่งนักบินสัญญาบัตรบินไปซ้ายขวา ให้ตนเองยิงได้ และติดต่อนักบินจากห้องโดยสารด้วยอะไร และรู้ได้อย่างไรว่าคนกลุ่มนี้คือเป้าหมาย ใช้เครื่องมืออะไรติดต่อกับหน่วยภาคพื้น ทั้งที่เพิ่งบินผ่านมา
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ก่อนหน้านี้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ระบุว่า ตามที่สื่อมวลชนหลายสํานักได้นําเสนอข่าว โดยระบุว่ามีนายทหารยศ "จ๋า" ใช้อาวุธปืนเล็กยาว M16 A2 ยิ่งใส่ กลุ่มวัยรุ่นจากอากาศยานในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส โดยอ้างอิงร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางนั้น หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง และขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ ถูกต้อง ดังนี้
.
1. ภารกิจทางอากาศเป็นการลาดตระเวนและตรวจการณ์เท่านั้น ในคืนวันที่ 22 ส.ค. 2569 ได้เกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วทั้ง จ.นราธิวาส หน่วย เฉพาะกิจนราธิวาสจึงได้จัดอากาศยาน (เฮลิคอปเตอร์) ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและตรวจการณ์ทาง อากาศ เพื่อสนับสนุนและประสานการปฏิบัติกับกําลังภาคพื้นดินเท่านั้น โดยไม่มีการนําอาวุธขึ้นไปบนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการยิงแต่อย่างใด
.
2. กําลังพลบนอากาศยานไม่มีนายทหารยศ "จ๋า" ปฏิบัติหน้าที่ใดใดบนอากาศยาน ในภารกิจคืนดังกล่าว มีกําลังพลขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนอากาศยานจํานวน 4 นาย ซึ่งไม่มีใครได้นําอาวุธประจํากาย ขึ้นไปด้วยตามคําสั่งของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ระบุไว้ว่า ห้ามนําอาวุธประจํากายขึ้นบนอากาศยานโดยเด็ดขาด โดยมีนักบิน, นักบินผู้ช่วย และฝ่ายอํานวยการ ซึ่งทั้ง 3 นายเป็นนายทหารสัญญาบัตร ทั้งนี้ นายทหารสัญญาบัตร (ฝ่ายอํานวยการ) 1 นาย ทําหน้าที่ตรวจการณ์ทางอากาศและรายงานประสานงานกับหน่วยภาคพื้นดิน สําหรับนายทหารประทวน (ช่างเครื่อง) 1 นาย ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของอากาศยานตามภารกิจปกติ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขอยืนยันว่า ไม่มีนายทหารยศ "จ๋า" บนอากาศยานทําการยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.จะแนะ ตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน
.
3. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภาพถ่ายร่องรอยบนพื้นถนน สําหรับภาพร่องรอยบนพื้นถนนลาดยางที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เป็นภาพที่ถ่ายก่อนที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตํารวจเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นทางการ การเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุของบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องก่อนการตรวจพิสูจน์ อาจส่งผลให้เกิดความยุ่งเหยิง และกระทบต่อพยานหลักฐานในทางคดีตามกฎหมาย
.
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและประชาชนในการรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยความ ระมัดระวัง และยึดถือข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม
......
Sondhi X

