xs
xsm
sm
md
lg

ดีเอสไอยื่น ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่รัฐ-ผู้เกี่ยวข้อง บิดเบือนคดีแตงโม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



คดีแตงโมไม่จบแค่บนเรือ ดีเอสไอส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ฟันเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้อง 40 ราย พบหลักฐานชัดร่วมขบวนการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม หวังช่วยเหลือคนบนเรือให้พ้นผิด

สัปดาห์นี้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีแตงโม หรือการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา หรือ ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หลังศาลจังหวัดนนทบุรีพิพากษาเมื่อปีที่แล้ว คือ วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ยกฟ้อง 3 จำเลยที่อยู่บนเรือสปีดโบ้ท ได้แก่

1. กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์

2. แซน-วิศาพัช มโนมัยรัตน์

3. จ๊อบ-นิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร

และกุนซืออีก 1 คน คือ เอ็ม-ภีม ธรรมธีรศรี ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่ได้พิพากษานายจ๊อบ จำคุก 4 เดือน รับ 16,000 บาท ข้อหาแจ้งความเท็จ และข้อหาทิ้งสิ่งปฎิกูล จำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี

ทำให้คุณแม่แตงโม คือ คุณพนิดา ศิริยุทธโยธิน พร้อมด้วย คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร้องเรียนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจสอบการทำงานในกระบวนการยุติธรรม ต่อมา คณะพนักงานสืบสวน DSI รับเรื่องสืบสวนที่ 20/2568 จากนางพนิดา และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในฐานะผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ


ล่าสุดเมื่อ วันจันทร์ที่ผ่านมา (24 สิงหาคม 2569) อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้ระบุความคืบหน้าของคดีนี้ล่าสุดว่า “สรุปว่า ผลการสืบสวนพบการบิดเบือนคดีแตงโมมีมูลจริง DSI ยื่น ป.ป.ช. ฟันผู้เกี่ยวข้อง วันพุธนี้” ซึ่งก็คือวันนี้ วันที่ 26 สิงหาคม 2569

สอดคล้องกับ แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยกับ MGR ONLINE ว่า คณะพนักงานสืบสวนที่ 20/2568 ได้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นสิ้นแล้ว ทั้งการสอบปากคำพยานผู้ที่เกี่ยวข้อง หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพถ่ายคนบนเรือ ซึ่งผลตรวจพิสูจน์ขัดแย้งกับ GPS เรือและโทรศัพท์มือถือ และหลักฐานอื่นๆ โดยสำนวนคดีรวม 45 แฟ้ม เอกสารกว่า 13,000 แผ่น เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลธรรมดา ประมาณ 40 ราย ที่ร่วมบิดเบือนผลการสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม โดยมีพฤติการณ์เป็นที่ต้องสงสัยว่า มีกลุ่มบุคคลส่วนต่างๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่นให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง

รวมทั้งเปิดรับพยานหลักฐาน พยานเอกสาร พยานวัตถุ และมีการสอบสวนปากคำพยานบุคคลต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินการสืบสวนดังกล่าวมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 จนถึงปัจจุบัน กระทั่งดีเอสไอเตรียมส่งสำนวนให้สำนักงาน ป.ป.ช. ในวันนี้ คือ วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. รวมระยะเวลาดำเนินการกว่า 1 ปีเศษ


อย่างไรก็ตาม หลังข่าวนี้ออกมา ปรากฎว่ามีความพยายามที่จะปิดกั้นการแสวงหาความจริง หนึ่งในนั้นคือ นางสาวสุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว หนึ่งในคณะทำงานผู้รับผิดชอบสำนวนคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา ตั้งแต่แรก ออกมาระบุว่า

“มั่วมาก ยุติเรื่องปัดตกชัดๆ ใครลงมือล่ะ..ไม่มี แล้วจะช่วยใคร ? บิดเบือนข้อหาไหน..เป็นข้อหาไร มีแต่แจ้งข้อหาเพิ่ม..ชอบปั่นกันจัง ใครสอบสวนไม่ทราบ ตอบมา แค่ปัดตกแล้วโยนทิ้ง..ทำมาหิวแสง”




อีกด้านหนึ่ง เมื่อวานนี้ (25 สิงหาคม 2569) ก็ยังมีความพยายามปล่อยข่าวว่า ดีเอสไอไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา 40 เจ้าหน้าที่รัฐในคดีแตงโม ซึ่งทีมงานผมเช็กแล้ว ยืนยันว่าอัยการไม่เกี่ยว อีกทั้งไม่เกี่ยวกับคดีพิเศษ เพราะอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของดีเอสไอ เมื่อปรากฎว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก ก็ต้องยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ไม่ได้เพื่อยุติเรื่อง แต่เพื่อให้ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไปว่าจะชี้มูลความผิดหรือไม่

อัยการดาวครับ ผมไม่รู้ว่าอัยการดาวไปได้ข่าวมาจากไหน ถึงได้มาปล่อยข่าวแบบนี้ แต่ดีเอสไอยืนยันว่ายื่นแน่นอนครับ

กรณีที่ดีเอสไอยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. เอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลธรรมดา ประมาณ 40 ราย ที่ร่วมบิดเบือนผลการสอบสวนคดีแตงโมนั้น ถือเป็นความก้าวหน้าในการแสวงหาความจริงที่มีหนึ่งเดียว ท่ามกลางคนที่ออกมาค่อนแคะ ออกมาแซะว่าคดีแตงโมไปถึงไหน ออกมาด้อยค่ามูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ยังทำเร่งคดีแตงโมทุกวันไม่เคยหยุด ถึงแม้ดีเอสไอสรุปแล้ว แต่คดีแตงโมในภาคประชาชนเร่งพยายามให้จบเช่นกัน


ในภาพจะเห็นทั้งอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อาจารย์คมสัน โพธิ์คง คุณเอกราช นามโภคิน ทีมงานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินรุ่นลูกๆ หลานๆ ออกมาช่วยแสวงหาความจริงกันหมด


ย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมามีคนเข้ามาค่อนแคะทีมงานบ้านพระอาทิตย์ และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ยกตัวอย่างเช่นคนที่อยู่บนเรืออย่าง แซน วิศาพัช หนึ่งในจำเลยคดีแตงโม กล่าวหาว่าอาจารย์ปานเทพแค่ทำคอนเทนต์ และบอกว่าถ้ามีคนผิดจริงแล้วต้องรอนานขนาดนี้ อาชญากรคงล้นเมืองอยู่ไม่ได้

หรือจะเป็น ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ อดีตที่ปรึกษากฎหมายคดีแตงโม อ้างว่ายังไม่พบพยานหลักฐานใหม่ที่มีน้ำหนักพอจะเปลี่ยนข้อเท็จจริงหรือคำพิพากษาของศาลได้ พยานหลักฐาน คำให้การ ผู้เชี่ยวชาญ ผลการตรวจพิสูจน์ต่างๆ ได้ผ่านการไต่สวนในชั้นศาลมาแล้ว และประเด็นใหม่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน และการทยอยนำเสนอข้อมูลคดีเป็นตอน ๆ มีลักษณะคล้ายกับการสร้างกระแส เพราะหากจะกล่าวอ้างว่าเป็นคดีฆาตกรรมก็ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนด้วยว่าใครเป็นผู้กระทำ

นายเดชา กล่าวว่า

“การเชื่ออะไรมันต้องอยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล ศาลก็ตัดสินไปแล้ว พยานหลักฐานถ้ามันจะมี มันก็มีไปแล้ว นี่ผ่านมา 4 ปีแล้ว แล้วแต่ละคนบอก มีหลักฐานเด็ดมาตั้งแต่ต้น แล้วเก็บไว้ทำไม ทำไมไม่ส่งให้ตำรวจ มองว่าเหมือนการปั่นกระแสเท่านั้น ตนสงสารคุณแม่ รักคุณแม่ ยังคุยกับคุณแม่เหมือนเดิม ไม่อยากจะให้คุณแม่ตกเป็นเครื่องมือของใคร”


"ความจริงเรื่องคดีแตงโมไม่มีอะไรเลย นะครับ นะ มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นดาราแล้วก็ตกท้ายเรือก็จบ ศาลก็ตัดสินไปแล้วเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ไม่มีใครต้องรับผิด นะครับ มี ปอ กับ เบิร์ต สองคนรับผิดเพราะเป็นคนขับเรือก็จบ เรื่องราวไม่มี มีแค่นั้นพยานหลักฐานแค่นั้นแล้ว แต่พอ-มันปรากฏว่ามันมีเอเจนต์ ขนเข้ามา รับมอบอำนาจ เป็นตัวแทนอะไรต่าง ๆ คือคดีแตงโมมันก็เลยบานไปเลย เรื่องราว สตอรี่ไม่มีอะไรเลย"


"ผมมีข่าววงในทั้งใน DSI ทั้งในตำรวจนะ ไม่มี เชื่ออาจารย์เด ผมมี FC อยู่ใน DSI แล้วก็มีอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มี คดี คดีแตงโมเนี่ยสุดท้ายไม่มีอะไร มันไม่มีหลักฐาน แล้วผมก็คุยกับหมอมา ทั้งหมอนิติเวช ตำรวจ หมอ กระทรวงยุติธรรมอะไร ไม่มี เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เป็น เป็นเหมือนละคร นะ บางคนก็มาปั่นกระแส นะครับ ว่าเป็นคดีฆาตกรรมอะไรต่าง ๆ มัน เป็น เป็นเรื่องของเวรกรรม คนตายไปแล้ว แตงโมเนี่ยจนไปเกิดใหม่แล้ว คนก็ยังเป็นไง มารื้อ มาอะไรต่าง ๆ มารื้อมาล้วงกันอยู่นั่นน่ะ นะครับ แล้วก็เป็นไง มีดกรีดขา คลิปวิดีโอ ไม่มี"


"นะ ปั่นกันเข้าไป ยอดวิวได้นะ นะ บางคนก็ หาเงิน เอ่อ เข้าก็มี มีหลายอย่าง นะ ก็บอกแล้วคดีดัง ๆ อย่าให้มีเอเจนต์เยอะ แม่งยุ่ง หลักฐานอะไรล่ะครับไม่มี หลักฐานน่ะคือแสง"

ข้อสังเกต : ทนายเดชาครับ ช่วงที่แตงโม นิดา เสียชีวิตใหม่ๆ ก่อนหน้านี้ทนายเดชาเคยออกมาตั้งข้อสงสัยมากมายทั้งต่อ 5 คนที่อยู่บนเรือและการทำคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งยังยกกรณีข้อสงสัยของชาวโซเชียลที่มีต่อคดีนี้มาเป็นตั้งคำถามถึงตำรวจเจ้าของคดี

แต่หลังจากที่ทนายเดชาเข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้คุณแม่ กลับออกมาไลฟ์สดว่า ข้อพิรุธต่างๆ ที่โชเชียลตั้งข้อสังเกตนั้นล้วนเป็นเรื่องมโน รวมถึงกรณีที่ “ไทด์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์” บอกว่าแตงโมฟันหักก็เป็นความเท็จอีก

หลักใหญ่ใจความของเรื่องนี้ก็คือ “บิดเบือนผลการสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม” ซึ่งอาจารย์ปานเทพ ทีมงานบ้านพระอาทิตย์ และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน กำลังแสวงหาความจริงขณะนี้ ผมไม่รู้ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังทนายเดชามีอะไรหรือเปล่า ถึงทำให้เปลี่ยนจุดยืนในภายหลัง โดยเฉพาะช่วงที่ไปเป็นทนายความให้คุณแม่น้องแตงโม ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจถึงทำให้คุณเปลี่ยนสีได้ขนาดนี้

ผมเคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้วว่า คดีแตงโมเป็นคดีฆาตกรรม 100% เพราะถ้าเป็นคดีตกน้ำธรรมดา เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่หรือระดับโรงพักสามารถจัดการได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ระดับผู้การจังหวัดหรือผู้บัญชาการภาค หรือแม้กระทั่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อย่าง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ลงมาดูแลเอง

ข่าวเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2565 - ผบ.ตร.ชี้คดี “แตงโม นิดา” ยังเป็นเรื่องอุบัติเหตุ คาดอีก 2-3 วัน จะมีความชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีผลการพิสูจน์บาดแผล, 3 รูที่ข้อพับเข่า รวมถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ที่เคลือบแคลงสงสัยหลายประการ ทั้งตำรวจ อัยการ นิติวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ

น่าสนใจว่า เมื่อดีเอสไอส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 40 คน ที่ร่วมบิดเบือนผลการสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือแก่บุคคลอื่น โดยเฉพาะคนบนเรือ ให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ค้านสายตาประชาชนแล้ว จะมีใครออกมาดิ้นอีกหรือไม่ ลองดูคนพวกนี้ให้ดีๆ

ย้อนรอยสนธิ คนแรกฟันธง “แตงโม” ถูกฆาตกรรม
ลำดับเหตุการณ์ (Timeline) ที่ผม สนธิ ลิ้มทองกุล วิเคราะห์และยืนยันว่าการเสียชีวิตของแตงโม นิดา ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เข้าข่าย "ฆาตกรรมอำพราง" สรุปเป็นช่วงเวลาสำคัญได้ดังนี้

ปี 2565 : จุดเริ่มต้นการเปิดประเด็นและฟันธง "ฆาตกรรมอำพราง"

หลังจากเกิดเหตุเมื่อ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 หรือเมื่อ 4 ปีเกือบ 5 ปีที่แล้วว่า “แตงโม” ตกจากเรือและจมน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และพบศพในเวลาต่อมา

วันที่ 4 มีนาคม 2565 – ผมก็เปิดประเด็นผ่าน รายการ Sondhi Talk (Ep. 127) ตั้งคำถามว่าเหตุการณ์นี้คือ “อุบัติเหตุ หรือ ฆาตกรรม?” พร้อมเปรียบเทียบความผิดปกติของคดีนี้กับคดี "บอส อยู่วิทยา" ในเรื่องการทำสำนวนและกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ

หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ในรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ Ep.128

วันที่ 11 มีนาคม 2565 - ผมก็ออกรายการโดยให้ความเห็นเรื่องแรงจูงใจโดย ฟันธงว่าคดีนี้ส่อเป็นฆาตกรรม 100% โดยอาจเกิดจากการที่แตงโมถูกหลอกไปพบผู้ใหญ่หรือมีเรื่องขัดแย้งบนเรือจนนำไปสู่การทำร้ายหรือผลักตกน้ำ ผมพูดอย่างนี้ครับจะย้อนให้ฟัง

“วันนี้ผมคงไม่มาพูดอะไรที่มันจะต้องไปแย่งกับความเห็นของคนหลายคนที่กำลังพยายามจะออกความเห็น ผมคิดว่าสิ่งที่ผมอยากจะพูด วันนี้มีข้อสังเกตอยู่ 2-3 ข้อ ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต แล้วข้อสังเกต 2-3 ข้อนี้ ถ้าท่านผู้ชมตั้งใจฟังให้ดีๆ ท่านผู้ชมจะเห็นว่า ผมกำลังชี้แจงให้เห็นว่าคราวที่แล้วผมเป็นคนพูดเองว่า ผมเชื่อว่าเป็นฆาตกรรมอำพราง ก็คือพูดง่ายๆ ว่ามีการทุบตี หรือผลักไสน้องแตงโม หลังจากที่เธอไม่ยอมทำตามที่คนพวกนั้นไปตกลงอะไรกับใครเอาไว้

“แน่นอนที่สุด ผมเชื่ออย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า น้องแตงโมถูกหลอกให้ไปงานเอนเตอร์เทน หรือไปงานเอนเตอร์เทนในรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่นั่งเป็นเพื่อนกินเหล้าหรือกินข้าว แต่เบื้องหลังก็คือว่า กลุ่มคนพวกนี้ บางคนกำลังผลักดันให้น้องแตงโมทำอะไรที่มากกว่าการเอนเตอร์เทนธรรมดา แล้วเธอเกิดไม่พอใจ ไม่ยอม ก็เลยถูกผลักดันอย่างแรง จนกระทั่งอาจถึงขั้นที่ถูกผลักตกน้ำลงไป คงไม่ใช่เพราะขับเรือแล้วกระชาก แล้วทำให้เธอต้องตกน้ำ อ่านความระหว่างบรรทัดให้ดีๆ”

“ฉันใดฉันนั้น ถ้าเอาเรื่องคดี บอส อยู่วิทยา มาจับกับคดีน้องแตงโม ผมเชื่อว่าท่านผู้ชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในโซเชียลมีเดีย ก็คงจะคิดเหมือนผมว่าคำพูดต่างๆ ที่พูดออกมา แม้กระทั่งคนระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาพูด ก็ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือ เพราะพฤติกรรมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยผู้ต้องหาออกไป หายตัวไปสองวัน แล้วค่อยมาตรวจ บอกว่าไม่มียาเสพติด กินเหล้าไวน์กันคนละแก้ว ซึ่งคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ท่านก็ออกมาออกความเห็นที่ชัดเจนว่า เป็นไปไม่ได้ ไวน์หนึ่งขวด กินกันห้าคน คนละแก้วก็หมดขวดแล้ว แสดงว่าต้องกินกันหลายขวด อยู่ในอาการมึนเมา มิหนำซ้ำก็อาจมีความเป็นไปได้ว่ามีการเสพยาเสพติดด้วย เป็นเพียงแต่เนื่องจากคนต้องสงสัย ตำรวจปล่อยตัวไปสองวัน ก็เลยทำให้หาร่องรอยยาเสพติดไม่เจอ นี่คือสิ่งที่คาใจประชาชน และตำรวจแทนที่จะทำเรื่องนี้ให้หายคาใจ คือทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตำรวจก็ไม่ทำ

“.... นั่นคือ ข้อสังเกตข้อที่หนึ่ง ของผม คือ วันนี้ประชาชนคนไทยหมดหวังกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมดหวังจริงๆ เชื่อใจไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แม้กระทั่งคนอย่างเช่น พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลองไปถามประชาชนดู


“ข้อสังเกตข้อที่สอง ท่านผู้ชมจำได้ไหม ลองดูเหตุการณ์ดีๆ น้องแตงโมตกน้ำ คนตกน้ำหนึ่งคน ทำไมถึงขั้นระดับนายกรัฐมนตรีลงมาเล่นด้วย ? พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาพูดเรื่องน้องแตงโม ให้ทำคดี ตลกไหมท่านผู้ชม เขารบกันจะตายที่ยูเครนกับรัสเซีย น้ำมันที่ขึ้นประมาณลิตรละ 50 บาท แต่วันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับบอกว่า ให้ทำคดีน้องแตงโม

“และ ข้อสังเกตข้อที่สาม ของผมก็คือว่า น้องแตงโมตกน้ำ ตำรวจเมืองไทยไม่มีน้ำยาเลยสักคนใช่ไหม ต้องให้ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาคุมคดีนี้ คุมคดีคนตกน้ำ แสดงว่าคดีที่คุมนั้นต้องการให้ออกมาในรูปแบบที่ตัวเองต้องการ ใช่หรือเปล่า ผมไม่รู้นะท่านผู้ชม นี่คือข้อสังเกตที่ผมตั้งเอาไว้ ท่านผู้ชมกลับไปดูคลิปที่แล้วของผม คลิปของผมจะไม่โยงเรื่องแชต จะไม่โยงเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่ผมกำลังจะอธิบายให้ฟังว่าผมรู้สึกอย่างไร และความรู้สึกของผม ข้อสงสัยของผม สัญชาตญาณของผม มันบอกว่าข้อเท็จจริงมันไม่ใช่อย่างที่เขาพูดกัน

“ท่านผู้ชมครับ นี่คือสิ่งที่ผมจะฝากท่านผู้ชมเอาไว้ว่าข้อสังเกตของผมสามข้อ ท่านผู้ชมเห็นด้วยไหม มันมีคำถามเยอะมากที่ตำรวจตอบให้ไม่ได้ และมันมีคำถามเยอะมากที่เกิดขึ้นมาจากโซเชียลมีเดีย ประชาชนทุกคนที่ไม่เชื่อในตำรวจ แล้วลงแรงกัน ค้นหาข้อมูลกันอย่างไม่กลัวเหน็ดไม่กลัวเหนื่อย เพียงเพื่อจะทำความจริงให้ปรากฏ”

ต่อมา ช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2565 – ผมก็ออกมาเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมเรื่อง บาดแผลบนร่างของแตงโม ว่าไม่สอดคล้องกับการถูกใบพัดเรือดูดปั่นขณะนั่งปัสสาวะท้ายเรือตามที่คนบนเรือกล่าวอ้าง พร้อมทั้งชี้ให้เห็นพิรุธเรื่องการเก็บหลักฐานและภาพถ่ายทางนิติวิทยาศาสตร์

ปี 2566 – ต้นปี 2567 : ชี้พิรุธคำพิพากษา "กลัดกระดุมผิดเม็ด"

พฤษภาคม 2566 – พฤษภาคม 2567 ศาลชั้นต้นทยอยมีคำพิพากษาคดีคนบนเรือในข้อหาประมาทฯ ผมได้นำ คำพิพากษาคดีแตงโม มาวิเคราะห์ว่า กระบวนการสอบสวนมีการ "กลัดกระดุมผิดเม็ดแรก" ตั้งแต่การตั้งข้อหาประมาท ทั้งที่มีข้อพิรุธส่อถึงการกระทำความผิดที่ร้ายแรงกว่า



ปลายปี 2567 : ยกคำพิพากษาคดีหมิ่นประมาท นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ตอกย้ำหลักฐานฆาตกรรมอำพราง
เดือนธันวาคม 2567 ผมย้ำในรายการคุยทุกเรื่อบกับสนธิว่า คำฟันธงของผมตั้งแต่เกิดเหตุในปี 2565 ก่อนถูกต้อง โดยหยิบยกกรณีที่ ศาลยกฟ้องคดีที่กลุ่มตำรวจ 21 นายฟ้อง คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งในคำพิพากษาระบุชัดว่า การทำงานและการรวบรวมหลักฐานของเจ้าหน้าที่มีพิรุธ มีเงื่อนงำ และมีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้คนบนเรือ


20 ธันวาคม 2567 – ผมออกรายการในหัวข้อ ประเด็นพิรุธ “แตงโม” ถูกฆาตกรรมอำพราง (Ep. 273) เปิดเผยข้อสงสัยเรื่องความเร็ว GPS ของเรือ บาดแผลของแตงโม และข้อเท็จจริงที่ว่าแตงโมไม่ได้ตกจากท้ายเรือตามที่มีการอ้าง

และนับตั้งแต่ ปี 2568 เป็นต้นมา : คือการผลักดันการรื้อฟื้นคดีผ่าน DSI

มกราคม 2568 นายสนธิประกาศสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังทีมงานของ อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน คุณอัจฉริยะ หมอธวัชชัย คุณเอกราช รวมไปถึงคุณณวัฒน์ และมิสแกรนด์ ในการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และการจำลองเหตุการณ์ใหม่ เพื่อผลักดันให้หน่วยงานรัฐรื้อคดี

นอกจากนี้ยัง ร่วมผลักดันให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีเดิม โดยเน้นย้ำประเด็นบาดแผลปริศนาที่ข้อพับเข่าและข้อมูลภาพถ่ายต้นฉบับ