xs
xsm
sm
md
lg

สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ 9.5 ล้านราย พบยังไม่ยืนยันตัวตนอีก 6 แสน คนไม่ผ่านยื่นทบทวนสิทธิ์แล้ว 4.76 ล้านราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ (26 ส.ค. 2569) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 ส.ค. 2569 พบว่ามีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) 3,139,886 ราย โดยขณะนี้มีผู้ดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) สำเร็จแล้ว 2,510,504 ราย คิดเป็น 80% ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 9,314,253 ราย มีผู้ยื่นทบทวนสิทธิแล้ว 4,767,301 ราย ซึ่งผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติที่เห็นว่า ผลการตรวจสอบอาจมีความคลาดเคลื่อนหรือข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน สามารถรักษาสิทธิของตนและยื่นขอทบทวนสิทธิได้จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2569
.
ผ่านเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง แอปพลิเคชั่นทางรัฐ หรือสาขาของ 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยหากมีข้อมูลที่จะต้องปรับปรุงเพื่อให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สามารถติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลหรือศูนย์ประสานงาน One Stop Service (OSS) ระดับอำเภอ ซึ่งพร้อมให้บริการดูแลอำนวยความสะดวกและมีระยะเวลาสามารถดำเนินการได้ภายในวันที่ 20 ก.ย. 2569
.
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานะการยื่นขอทบทวนสิทธิได้ผ่านเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ https://welfare.mof.go.th โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ซึ่งผู้ที่ผ่านคุณสมบัติที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) จะต้องดำเนินการให้เรียบร้อยแล้วจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ปัจจุบันโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีผู้ผ่านคุณสมบัติ 9,506,531 ราย แบ่งเป็นผู้ที่ไม่ต้องยืนยันตัวตน 6,366,645 ราย คิดเป็น 67% ของผู้ที่ผ่านคุณสมบัติทั้งหมด กับผู้ที่ต้องมายืนยันตัวตน 3,139,886 ราย คิดเป็น 33% ของผู้ที่ผ่านคุณสมบัติทั้งหมด ขณะนี้ยังเหลือผู้ที่ยังไม่มายืนยันตัวตน 600,474 คน คิดเป็น 19.1% ของผู้ที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ส่วนผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จมีจำนวน 28,908 ราย คิดเป็น 0.9% ของผู้ที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC)
.
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนมากเกิดจากมีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เกินกว่าที่โครงการกำหนด รองลงมาคือ มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และทุกบัญชีเกิน 100,000 บาท กลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิตามเงื่อนไขโครงการ และกลุ่มที่มีรายได้หรือจ่ายให้บุคคลอื่นเกิน 100,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังเกิดจากมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าที่โครงการกำหนด มีทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝาก หรือสลากออมทรัพย์ เกิน 100,000 บาท และการมีบัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลังเปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติทบทวนสิทธิ์ดังกล่าว รวมถึงภาครัฐให้ความช่วยเหลือกรณีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ เป็นต้น
......
Sondhi X