xs
xsm
sm
md
lg

“ดร.แก้ว” ถอนแจ้งความ 5 แสน เข้า ปปร.30 เปิดประวัติเปลี่ยนชื่อบ่อย-โยงหลายวงการ สะพัดเขย่าเก้าอี้ เลขาฯ พระปกเกล้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปมร้อนปปร.30ยังชวนจับตา“ดร.แก้ว”แจ้งความกล่าวหาเรียกรับ5แสนแลกโควตาเข้าเรียนก่อนถอนคำร้องในอีก2เดือนเปิดประวัติพบเปลี่ยนชื่อ-สกุล หลายครั้งมีบทบาททั้งการเมือง และกต.ตร.ขณะที่“อิสระ”ยืนยันข้อกล่าวหาเลื่อนลอยไม่เป็นความจริง

วันนี้ (25 ส.ค.) ประเด็นร้อนที่พาดพิงถึงการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาหลักสูตรปปร.30ของสถาบันพระปกเกล้าถูกจับตามองอีกครั้งหลังมีรายงานว่า“ดร.แก้ว”หรือนายปรเมศร์ชัยพัชรกุลพงษ์ผู้แจ้งความกล่าวหาเรียกรับเงิน500,000บาทเพื่อแลกกับการเข้าศึกษาหลักสูตรดังกล่าวได้ถอนคำร้องทุกข์แล้ว

รายงานข่าวระบุว่าเมื่อวันที่15มิถุนายน2569นายปรเมศร์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์จ.นนทบุรีแจ้งความกล่าวหาดร.อิสระเสรีวัฒนวุฒิเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าและร.ต.อ.นันทิพัฒน์นิราศในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยกล่าวอ้างถึงการเรียกรับเงิน500,000บาทและอ้างว่า สามารถเพิ่มโควตาเข้าศึกษาหลักสูตรปปร.รุ่น30ได้

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่21สิงหาคม2569มีรายงานว่านายปรเมศร์ ได้เดินทางกลับไปยังสภ.รัตนาธิเบศร์เพื่อถอนคำร้องทุกข์ดังกล่าวโดยรายงานข่าวอ้างว่าก่อนหน้านั้น มีการเจรจาไกล่เกลี่ยและคืนเงิน500,000บาทแล้วทั้งนี้รายละเอียดเรื่องการคืนเงินยังต้องรอการยืนยันข้อเท็จจริงจากบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านดร.อิสระซึ่งถูกพาดพิงในเรื่องดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้โดยยืนยันว่า ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้เงินหรือผลประโยชน์เพื่อให้ได้รับคัดเลือกเข้าเรียนหลักสูตรของสถาบันนั้นเป็นข้อกล่าวหาที่“เลื่อนลอยและไม่เป็นความจริง”

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบประวัติของนายปรเมศร์พบข้อมูลว่าเคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุลหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตั้งแต่“นายชัยรัตน์จำนงค์การ”ในช่วงปี2564ก่อนมีชื่อ“นายชับเมศร์มิลินจินดา”และ“นายชัยเมศร์ชัยพัชรกุลพงษ์”ในช่วงปี2568กระทั่งใช้ชื่อปัจจุบัน“นายปรเมศร์ชัยพัชรกุลพงษ์”

ส่วนประวัติการศึกษามีข้อมูลระบุว่า สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยปทุมธานี

นอกจากนี้ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะระบุว่านายปรเมศร์หรือ“ดร.แก้ว”เจ้าของเพจ“ดร.แก้วช่วยได้”เคยมีชื่อเกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่ปรึกษาและคณะกรรมการหลายแห่งทั้งในแวดวงการเมืองรัฐสภาและตำรวจรวมถึงมีข้อมูลว่าเคยดำรงตำแหน่งเกี่ยวข้องกับกต.ตร.ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

จุดที่ถูกตั้งข้อสังเกตคือการแจ้งความและถอนคำร้องทุกข์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่สภ.รัตนาธิเบศร์ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่มีข้อมูลว่านายปรเมศร์ดำรงตำแหน่งเกี่ยวข้องกับกต.ตร.เช่นกันอย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวมีผลต่อการดำเนินคดีแต่อย่างใด

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ตั้งคำถามว่าเรื่องดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับความพยายาม“เขย่าเก้าอี้”เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้านั้นขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อสังเกตและยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปจึงอยู่ที่เหตุผลของการถอนคำร้องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเงิน500,000บาทตลอดจนคำชี้แจงจากคู่กรณีและพนักงานสอบสวนซึ่งจะช่วยคลี่คลายว่าเรื่องนี้เป็นเพียงข้อพิพาทระหว่างบุคคลหรือมีข้อเท็จจริงอื่นอยู่เบื้องหลัง