xs
xsm
sm
md
lg

ผ่าแผนจัดซื้อฟริเกตลำใหม่ กับคำถามที่ทัพเรือไทยต้องเคลียร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ซีรี่ย์ : วิกฤตเรือหลวงภูมิพลVS ฟริเกตลำใหม่EP.2 (จบ) ผ่าแผนจัดซื้อฟริเกตลำใหม่ กับคำถามที่ทัพเรือไทยต้องเคลียร์

สิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรือหลวงภูมิพลก็คือการที่อู่ต่อเรือเจ้าเดิมอย่าง Hanwha Ocean (DSME เดิม) ผู้ขายเรือลำแรกที่มีสารพัดปัญหา กำลังจะกลายเป็นผู้ชนะสัญญาในโครงการจัดหา "เรือฟริเกตลำที่ 2" วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาทอีกครั้ง

วิวัฒนาการประมูลสุดล้ำ?

ในการประกวดราคาจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ กองทัพเรือกำหนดสัดส่วนคะแนนออกเป็น คะแนนเทคนิค 90% และคะแนนราคา 10% โดยในส่วนคะแนนเทคนิค 90% นั้น ถูกแบ่งย่อยเป็น คะแนนสเปกเรือสูงถึง 85% และ คะแนนข้อเสนอชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) อีก 15% ซึ่ง ผบ.ทร. และผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ต่างเคยให้สัมภาษณ์เน้นย้ำตรงกันว่า "สเปกเรือคือหัวใจสำคัญที่สุดในการคัดเลือก"

แต่เมื่อเจาะลึกสเปกทางยุทธการที่ Hanwha Ocean นำเสนอ กลับพบว่าได้คะแนนสเปก "เกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อย" และด้อยกว่าคู่แข่งอย่าง HHI (Hyundai) หรือ Navantia (สเปน) ในเกือบทุกมิติ:

•ปืนหลัก: Hanwha เสนอปืน 76 SRMF ยิงลูก DART ไม่ได้ สกัดจรวดได้ต่ำกว่า ขณะที่คู่แข่งเสนอปืน 76 STRALES สมรรถนะสูง

•ระบบเรดาร์: Hanwha เสนอเพียงเรดาร์หมุน TRS-4D ตัวเดียว พิสัยสั้นและโอกาสพบเป้าต่ำกว่า ขณะที่ HHI เสนอเรดาร์แบบ Fixed Array SPY-200K

•ระบบตรวจจับใต้น้ำและสงครามอิเล็กทรอนิกส์: Hanwha เสนอเพียงโซนาร์ Passive และ ไม่มี ระบบ R-ECM (ทำ Radar Jamming ไม่ได้), ไม่มี ระบบ IRST (ตรวจจับเป้าแนวขอบฟ้าแบบ Passive ไม่ได้) และ ไม่มี ระบบ LWS (ไม่รู้ตัวเมื่อโดนเลเซอร์ชี้เป้า)

•ระบบอำนวยการรบ (CMS): Hanwha เสนอระบบ SETIS หรือ Naval Shield ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใช้งานในกองทัพเรือไทย ต่างจาก Navantia ที่เสนอระบบ CATIZ ซึ่งเข้ากันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์กับเรือหลวงช้าง เรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงนราธิวาส

ทางเพจ ThaiArmedForce.com ได้โพสต์ระบุไว้เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ชี้ให้เห็นว่า TOR ครั้งนี้ไม่ได้ล็อกสเปกในเอกสารตั้งแต่แรกเพราะเปิดกว้างให้ทุกอู่ยื่นข้อเสนอได้ แต่ใช้วิธีเปิดให้เข้ามาแข่ง แล้วใช้ดุลยพินิจในการตัดสิน

นอกจากนั้น ยังได้ถอดรหัสสัดส่วนคะแนนเทคนิค 90% (แบ่งเป็นสเปก 85% และ Offset 15%) พร้อมชี้ให้เห็นว่าสเปกของ Hanwha ได้คะแนนเกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อย จึงสรุปว่าหากอู่อื่นที่มีสเปกสูงกว่าไม่ถูกปรับตกคุณสมบัติ Hanwha จะไม่มีทางเอาชนะในการประมูลได้เลย

คำถามคือ สเปกขนาดนี้เอาชนะคู่แข่งได้อย่างไร?

ข้อสังเกตดังกล่าวของ ThaiArmedForce.com สอดคล้องและถูกนำไปขยายผลต่อโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน อดีตประธาน กมธ.ทหารฯ ที่นำปม "ยื่น 6 ตก 5" ไปเปิดแผลและตั้งข้อสังเกตตรวจสอบต่อสภาผู้แทนราษฎร
"มีกระแสข่าวลือว่ายื่น 6 ตก 5... กองทัพเรือต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ หากยอมรับข้อเสนอสเปกต่ำและ Offset Policy ต่ำโดยไม่มีการแข่งขันที่สมบูรณ์ จะทำให้โครงการเสี่ยงโดนร้องเรียน ถูกแขวนงบ และได้เรือล่าช้าไปอีกหลายปี" วิโรจน์โพสต์ให้ความเห็น

เงินลงทุนจริงต่ำ ถอยสเปกต่อเรือในไทย

เพื่อสยบข้อครหา กองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงตัวเลขผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) โดยอ้างว่าผู้ชนะจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 50,000 ล้านบาท หรือ 300% ของมูลค่าโครงการ ทว่า เมื่อกางสูตรคำนวณก็พบว่า ยังคงมีคำถามที่สังคมค้างคาใจ

ในหลักการ Offset ตัวเลข Actual Value คือ "เงินจริงที่อู่เรือจ่ายจริง" เพื่อสร้างกิจกรรมชดเชยในไทย ส่วน Offset Credit Value คือมูลค่าที่นำเงินจริงไปคูณกับตัวคูณ ตามความสำคัญของกิจกรรม

เมื่อนำตัวเลขมาแผ่กางจะพบว่า

1.Navantia (สเปน): จ่ายเงินจริง 5,728 ล้านบาท แต่เน้นกิจกรรมตัวคูณสูง ได้ Offset Credit 51,000 ล้านบาท (300%) พร้อมเสนอ ต่อเรือในไทย 100% สำหรับลำแรก

2.HHI (Hyundai): จ่ายเงินจริง 6,970 ล้านบาท ได้ Offset Credit 44,880 ล้านบาท (264%) พร้อมเสนอต่อเรือในไทย 40%

3.Hanwha Ocean (ว่าที่ผู้ชนะ): จ่ายเงินจริงสูงถึง 7,000 ล้านบาท แต่กลับได้ Offset Credit เพียง 150% (~25,000 ล้านบาท) และเสนอ ต่อเรือในไทยเพียง 20% เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อสังเกตในเรื่องที่เปลี่ยนไปกล่าวคือ จากเดิมที่ปักธงว่า "ต้องต่อเรือในประเทศไทย 100% เท่านั้น" เหลือเพียง 20% ใน TOR จริง โดยอ้างเหตุผลเรื่องโครงสร้างตัวเรือมีมูลค่าแค่ 25%

"แปลไทยเป็นไทยอีกครั้งคือ การลงทุนของว่าที่ผู้ชนะที่คุณก็รู้ว่าใคร ลงทุนในกิจกรรมที่มีตัวคูณน้อย คือมีความสำคัญน้อย และเป็นที่ต้องการน้อยกว่านั่นเอง... ยิ่งไม่ได้เอ่ยถึงสเปกแม้แต่นิดเดียว แสดงว่าสเปกสู้คนอื่นไม่ได้จริง ๆ หรือไม่ก็อยู่ในระหว่างต่อรองให้เพิ่มสเปกขึ้นมา... ชนะไปด้วยท่ายากแบบนี้ กองทัพเรือก็ต้องตอบคำถามให้มากหน่อย" — อนาลโย กอสกุล นักวิเคราะห์ความมั่นคง เพจ ThaiArmedForce.com ว่าไว้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569

ความผิดปกติวิสัย นำไปสู่กระแสข่าวลือเรื่องการ "ดึงเวลาประกาศผล" ไปจนถึงปลายเดือนสิงหาคมหรือกันยายน 2569
ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นก็คือ เอกชนต่างชาติที่ถูกตัดตกคุณสมบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมถึงสื่อมวลชนได้เริ่มเปิดเผยเอกสารร้องเรียนออนไลน์ ซึ่งตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างฯ การยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อตกลงคุณธรรม จะส่งผลให้กระบวนการลงนามในสัญญาต้องถูกชะลอไว้ทันที

"มันเริ่มมีแล้ว เริ่มมีจดหมายส่งทางออนไลน์แล้วว่า เนี่ย เขาจะร้องเรียนเรื่องนี้ เรื่องนี้ พวกที่เขาโดนตัดคุณสมบัติ... เริ่มมีกระแสข่าวลือหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ ว่า ผลจากข้อกังขาและเอกสารร้องเรียนดังกล่าว อาจส่งผลให้กองทัพเรือต้องนำโครงการเรือฟริเกตมาพิจารณาหรือเลือกแบบกันใหม่" — วาสนา นาน่วม สื่อมวลชนสายทหารว่าไว้ในรายการเรื่องใหญ่ Live Talk 29 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ กรรมาธิการการทหาร นำโดย เอกราช อุดมอำนวย ประกาศปักธงตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด หาก ทร. เซ็นสัญญากับ Hanwha งบประมาณผูกพันก้อนนี้จะโดนแขวนหรือตัดทิ้งในชั้นการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ อย่างแน่นอน
นี่นับเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีกระแสข่าวออกมาว่า อาจจะจบลงที่ “การนำโครงการมาพิจารณาหรือเลือกแบบกันใหม่” ก็เป็นได้

ย้อนอ่าน >>ซีรี่ย์ : วิกฤตเรือหลวงภูมิพล VS ฟรีเกตลำใหม่ EP.1 ไขปริศนา รล.ภูมิพลปืนพัง-เครื่องดับ 7 ปีชำรุด แต่ทัพเรือไม่กล้าเคลม Hanwha?