จันทบุรี – กองทัพเรือนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดภาพการก่อสร้าง “รั้วมั่นคง” ระยะที่ 1 บริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 อ.โป่งน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร หวังเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมพื้นที่ ป้องกันการลักลอบข้ามแดนและอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเตรียมขยายแนวรั้วอีกกว่า 7 กิโลเมตร ย้ำทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงอธิปไตย ความมั่นคง วิถีชีวิตประชาชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 23–24 สิงหาคม 2569 สำนักงานโฆษกกองทัพเรือได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา จ.จันทบุรี เพื่อเยี่ยมชมความคืบหน้าและผลสำเร็จของการก่อสร้าง “รั้วมั่นคง” ระยะที่ 1 บริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร
สำหรับรั้วดังกล่าวเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งลวดหนามหีบเพลง มีความสูงรวมประมาณ 3.35 เมตร มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ ลดช่องทางการลักลอบข้ามแดน ป้องกันการกระทำผิดและอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงสนับสนุนภารกิจการเฝ้าตรวจและลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน
ขณะที่แผนดำเนินงานระยะต่อไป กองทัพเรือเตรียมขยายแนวรั้วจากหลักเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7.07 กิโลเมตร เพื่อให้แนวทางรักษาความมั่นคงมีความต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น
พลเรือตรี ปารัช กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการก่อสร้างรั้วให้เสร็จ แต่คือการทำให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างเรียบร้อย เนื่องจากแนวรั้วชายแดนเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งอธิปไตย ความมั่นคง พื้นที่ทำกินและวิถีชีวิตของประชาชน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา
“การสร้างรั้วไม่ยาก แต่ยากกว่าคือทำอย่างไรให้สร้างได้โดยเรียบร้อย เพราะทุกเมตรของแนวรั้วเกี่ยวข้องทั้งกับอธิปไตย ความมั่นคง วิถีชีวิตของประชาชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” โฆษกกองทัพเรือกล่าว
ทั้งนี้ การก่อสร้างจำเป็นต้องผ่านกระบวนการสำรวจและกำหนดแนวพื้นที่ รวมถึงการพิจารณาร่วมกันตามข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Instruction) และการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบและลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือกระทบกระทั่งระหว่างกัน
นอกจากนี้ “รั้วมั่นคง” ยังเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของระบบรักษาความมั่นคงชายแดน โดยต้องทำงานควบคู่กับถนนตรวจการณ์ จุดเฝ้าตรวจ บังเกอร์ หลุมบุคคล หลุมหลบภัย การลาดตระเวน การข่าว และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายหลังเยี่ยมชมแนวรั้ว คณะสื่อมวลชนยังเดินทางไปยังจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาแหลม และจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด เพื่อรับฟังสถานการณ์และมาตรการควบคุมพื้นที่ผ่านแดน โดยกองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการ “ปิดด่าน 100%” ควบคู่กับการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและการกระทำผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่บริเวณ “รูปตัว ก” ระหว่างหลักเขตแดนที่ 64–65 บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพเรือเข้าแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำกั้นเขตแดน รวมถึงเยี่ยมชมบังเกอร์ที่ได้รับการปรับปรุง ณ ฐานปฏิบัติการที่ 6 และติดตามภารกิจของกำลังพลแนวหน้า
กองทัพเรือระบุว่า การนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงจากพื้นที่จริง และเห็นภาพการดำเนินงานรักษาความมั่นคงชายแดนในหลายมิติ ตั้งแต่การจัดระเบียบพื้นที่ การป้องกันการลักลอบกระทำผิด การเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ ไปจนถึงการดูแลอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้ กองทัพเรือยืนยันว่าจะเดินหน้าพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงชายแดนอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ควบคู่กับการดูแลสิทธิ วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการประสานงานที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้มาตรการด้านความมั่นคงนำไปสู่ความขัดแย้งหรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ.

