ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสค์ข้อความผ่าน Truth Social ว่าแคนาดา "ต้องการได้รับผลประโยชน์" เสมือนเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐฯ "ทั้งที่ไม่ได้เป็นจริงๆ" ท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ความเห็นของ ทรัมป์ ในโพสต์สั้นๆ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (23 ส.ค.) เป็นการออกมาแสดงความคิดเห็นครั้งแรกของเขา หลังจากที่การเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล้มเหลว และเกิดขึ้นหลังจากที่มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้แล้ว
ทรัมป์ ยังกล่าวหาแคนาดาว่าเรียกเก็บภาษี "จำนวนมหาศาล" จากเกษตรกรชาวอเมริกันมานานหลายปี
"พอแล้ว!!!" เขาเขียนในโพสต์
รัฐบาลแคนาดายังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อคำกล่าวของทรัมป์ ซึ่งพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองในปี 2025 ว่าต้องการให้แคนาดากลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ
ภาษี 50% สำหรับสินค้าแคนาดาหลายรายการถูกบังคับใช้เมื่อเช้าวันเสาร์ (22) หลังการเจรจาการค้าที่ยืดเยื้อไม่ประสบผลสำเร็จ
มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า คณะผู้เจรจาของแคนาดาถอนตัวออกจากการเจรจาหลังจากที่ฝ่ายบริหารของ ทรัมป์ เรียกร้องในสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้" รวมถึงการจำกัดความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ
"เราไม่สามารถยอมรับสิ่งที่พวกเขาเสนอมา และเราจะไม่ให้ในสิ่งที่พวกเขาขอ" คาร์นีย์ กล่าว พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ "ขอมากเกินไป และเสนอมาน้อยเกินไป"
คาร์นีย์ ยังประกาศด้วยว่า รัฐบาลของเขาจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้แบบ "ดอลลาร์ต่อดอลลาร์" กับสินค้าของสหรัฐฯ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.
ภายใต้นโยบายใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ จะมีการเก็บภาษีนำเข้า 50% สำหรับสินค้าหลายร้อยรายการ มูลค่ากว่า 28,000 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ไม้อัดและซีเมนต์ ไปจนถึงไวน์และไม้ฮอกกี้
เช้าวันอาทิตย์ (23) ชูวาลอย มายุมดาร์ ส.ส.แคนาดาจากพรรคอนุรักษนิยม เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผย "รายละเอียดทั้งหมดของข้อตกลงที่เสนอ"
มายุมดาร์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีเงาด้านความสัมพันธ์แคนาดา-สหรัฐฯ ของพรรคอนุรักษนิยม กล่าวว่าพรรคอนุรักษนิยมไม่ได้ขอ "ความลับในการเจรจา" แต่กำลังขอข้อมูลที่ออตตาวาและวอชิงตันรู้กันอยู่แล้ว
"ข้อมูลนี้จะช่วยให้ชาวแคนาดาสามารถอภิปรายและหารือถึงแนวทางข้างหน้าของประเทศได้" มายุมดาร์เขียนไว้ในจดหมายที่ส่งถึง โดมินิก เลอบลอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าแคนาดา-สหรัฐฯ ซึ่งเผยแพร่บน X
ที่มา: CBC

