คาดป่วนใต้ 51 จุด! มุ่งเขย่ารัฐ หวังกระพือข่าวท้าทายจุดอ่อนหละหลวม แนะรัฐบูรณาการข่าว เร่งจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษ สวนนักการเมืองหยุดชิงไหวชิงพริบเอาหน้า
เมื่อ 23 ส.ค.2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ถึงเหตุการณ์โจรป่วนเมืองพร้อมกัน 51 จุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ผู้ก่อเหตุไม่มีเจตนาฆ่าประชาชน แต่ต้องการกระพือข่าวและสร้างสถานการณ์ให้เห็นความหละหลวมของรัฐ ส่วนนักการเมืองควรเลิกใช้สถานการณ์นี้มาชิงไหวชิงพริบกัน
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้ทั้ง 51 จุดนั้น ผู้ก่อเหตุมุ่งประสงค์แสดงออกทั้งวางเพลิงหรือการปล้น แต่ไม่ได้มุ่งหมายเอาชีวิต เป็นการเขย่าสถานการณ์ให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถปฎิบัติการขัดขวางได้ถ้าพวกเขาจะลงมือกัน ซึ่งในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์เผาโรงเรียนพร้อมกันประมาณ 30 โรงมาแล้ว”
อีกทั้งกล่าวว่า ส่วนข่าวการกราดยิงจากเฮลิคอร์ปเตอร์นั้น ยังเป็นประเด็นระหว่าง สส.พรรคฝ่ายค้านกับกองทัพ ดังนั้น หน้าที่ของรัฐต้องตามจับผู้ก่อเหตุให้ได้และบูรณาการทางการข่าวให้เข้มแข็งและรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม การคิดนำพา 3 จังหวัดชายแดนใต้กลับมาอยู่สถานการณ์ดังเดิมให้ได้ ถ้ายังใช้ความรุนแรงแตกหักกับความรุนแรงแล้ว เหตุการณ์คงไม่สงบยิ่งขึ้น ดังนั้น การแก้ไขสถานการณ์จึงต้องสมควรแก่เหตุ ทั้งที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดยังเบาบางกว่าสถานการณ์เมื่อ 22 ปีที่ทุกฝ่ายเสียชีวิตจำนวนมากกันถ้วนหน้า
"ควรมีรัฐมนตรีดูแลเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยลงไปประจำการในพื้นที่เลย เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยปราบปรามผู้ก่อเหตุเด็ดขาด แต่ส่วนสุจริตชนต้องรักษาให้เป็นแนวร่วมรัฐบาล"
นายจตุพร กล่าวว่า ในสถานการณ์เผา 51 จุดนั้น รัฐ ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้ แต่กน่วยงานรัฐควรเน้นแก้ปัญหาตามเนื้อผ้า ทั้งที่คนในพื้นที่ตื่นตระหนกน้อยกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ด้วยซ้ำไป เนื่องจากในช่วง 22 ปี คนในพื้นที่เจอกับสิ่งเลวร้ายมามากกว่า
ดังนั้น ถัดจากนี้ไปรอดูรัฐจะจัดการจับกุมผู้ก่อเหตุกับเรื่องนี้อย่างไร ส่วนนักการเมืองควรเบาปากลงหน่อยให้เลิกนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 3 จังหวัดชายแดนใต้มาชิงไหวชิงพริบทางการเมือง โดยให้เป็นเรื่องวาระแห่งชาติ
"สิ่งสำคัญผู้ก่อเหตุต้องการกระพือข่าว หากเราไปเล่นข่าวให้กระพือก็เท่ากับเดินไปตามที่เขาต้องการ แต่ควรใช้ความเงียบจัดการเสียงดัง ความเงียบคือเอาข้อเท็จจริงแต่ละอย่าง และนักการเมืองควรใช้วิธีการที่ไม่เป็นข่าว หรือให้ชี้แจงแบบลับๆ ดังนั้นภายใต้สถานการณ์เปราะบางเราควรหยุดเล่นการเมืองกันเสียบ้าง เพื่อต้องการแก้ไขปัญหามากกว่าต้องการอยากได้หน้า" นายจตุพร ย้ำ

