xs
xsm
sm
md
lg

ปราบหนักยาเสพติด/ของเถื่อน ต้นเหตุไฟใต้โหมแแรง กองทัพ ปฏิเสธทำร้ายประชาชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไฟใต้ปะทุระลอกใหม่ ทัพภาค 4 ชี้เป็นการตอบโต้หลังกวาดล้างยาเสพติดและของเถื่อนครั้งใหญ่ รัฐบาลกร้าวไม่ผ่อนปรน สั่งยกระดับคุมเข้มขั้นสูงสุดทั่วพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมปฏิเสธข่าวทำร้ายประชาชน

เหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ชายแดนใต้เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงจับตาอย่างใกล้ชิด หลังแม่ทัพภาคที่ 4 ประเมินว่า การก่อเหตุอาจเป็นการตอบโต้จากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ หลังเจ้าหน้าที่เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดและขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น ขณะที่นายกรัฐมนตรีเรียกหน่วยงานความมั่นคงประชุมติดตามสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เปลี่ยนแนวทางการปราบปราม และกำชับเร่งดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 21.10 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานว่า เกิดเหตุวางเพลิงบริเวณโรงรถและเหตุวางระเบิดบริเวณป้อมยามสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ที่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการควบคุมเพลิง พร้อมเร่งตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เบื้องต้นพบความเสียหายต่อรถยนต์ของเทศบาล จำนวน 3 คัน ได้แก่ รถดับเพลิง รถเก็บขยะ และรถกระบะของเทศบาล

พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาว่า การก่อเหตุที่เกิดขึ้นแม้โดยภาพรวมอาจไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิตของประชาชนหรือเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากในช่วงปลายเดือน ก.ค.ถึงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินมาตรการปิดล้อมตรวจค้นและกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการตามยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด ซึ่งสามารถจับกุมยาเสพติดได้จำนวนมาก รวมถึงผู้กระทำความผิดอีกหลายราย โดยล่าสุดกลางเดือนที่ผ่านมา จับกุมขบวนการค้าของผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอยะรัง ได้ของกลางบุรี่ผิดกฎหมายมากกว่า 2,000,000 มวน และเงินสดอีก 18 ล้านบาท

พลโท นรธิป ย้ำว่า ขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด และมีการประเมินว่ามูลค่าการค้าผิดกฎหมายในแต่ละเดือนอาจสูงหลายร้อยล้านบาท ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ สิ่งเหล่านี้คือแหล่งเงินทุนของขบวนการ ก่อความไม่สงบและมีการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง จึงเป็นไปได้ว่ากลุ่มผู้เสียผลประโยชน์อาจพยายามสร้างสถานการณ์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายชายแดนและยาเสพติด และจะดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อไปโดยไม่มีการผ่อนปรน

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีผู้ถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์นั้น พลโท นรธิป ระบุว่า ในห้วงเวลาดังกล่าวมีการใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนในการลาดตระเวนตามเส้นทางต่างๆ จริง แต่ไม่มีการใช้อาวุธหรือการยิงกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์ลงสู่พื้นแต่อย่างใด พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีการใช้กระสุนจากเฮลิคอปเตอร์อย่างแน่นอน หากมีการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ในลักษณะอัตโนมัติจริง ยานพาหนะหรือเป้าหมายที่ถูกอ้างถึงจะไม่สามารถรอดพ้นได้อย่างแน่นอน จึงยืนยันว่าเหตุการณ์ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ขณะที่ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มีหนังสือด่วนที่สุดถึงปลัดจังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี และสงขลา สั่งการยกระดับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา สู่ระดับสูงสุดตามแผนระดับ 3 (ขั้นเผชิญเหตุ) ภายหลังเมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายเหตุการณ์ในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และประชาชนในพื้นที่

สำหรับแนวทางการปฏิบัติ ให้ปลัดจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในทุกระดับ ตั้งแต่จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน โดยมีข้อสั่งการสำคัญ ดังนี้

ระดับจังหวัด ให้ปลัดจังหวัดยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามแผนระดับ 3 (ขั้นเผชิญเหตุ) เรียกรวมกำลังพลของหน่วยกลับที่ตั้ง ให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมพิจารณางดลาพักและงดลา ตรวจสอบความพร้อมของอาวุธยุทโธปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์ และยานพาหนะ รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ สถานที่ราชการ และสถานที่ที่มีประชาชนรวมตัวกัน

ระดับอำเภอ ให้นายอำเภอในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ผอ.ศปก.อำเภอ) บูรณาการการปฏิบัติร่วมระหว่างฝ่ายพลเรือน ฝ่ายทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามแผนรักษาความปลอดภัยอำเภอและแผน รปภ.เมือง โดยใช้กลไกฝ่ายปกครองทุกระดับในการดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ให้เรียกรวมกำลังพลกลับที่ตั้ง เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์ และยานพาหนะ รวมถึงยกระดับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญและพื้นที่ที่ประชาชนรวมตัวกัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นหลัก

ระดับตำบล ให้ปลัดอำเภอหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล (หน.ชคต.) หรือปลัดอำเภอผู้ประสานงานประจำตำบล ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) จัดกำลังออกลาดตระเวน ตรวจตรา รักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ โดยยกระดับการรักษาความปลอดภัยตำบลตามแผนระดับ 3 (ขั้นเผชิญเหตุ)

ระดับหมู่บ้าน ให้ผู้ใหญ่บ้านในฐานะผู้บังคับหมวดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ยกระดับการรักษาความปลอดภัยตามแผนระดับ 3 โดยเรียกรวมกำลังพล ชรบ. จัดกำลังออกลาดตระเวน ตรวจตรา รักษาความสงบเรียบร้อย และอยู่เวรยาม ณ ป้อมรักษาการณ์ รวมทั้งตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่ผ่านเข้า–ออกหมู่บ้าน โดยประสานการปฏิบัติร่วมกับ ชคต. และหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ ให้รายงานนายอำเภอทราบโดยทันที