xs
xsm
sm
md
lg

ไขปริศนาเรือหลวงภูมิพล ปืนพัง-เครื่องดับ 7 ปี ทร. ไม่กล้าเคลม Hanwha?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เจาะลึกวิกฤตเรือหลวงภูมิพล ปืน Phalanx พัง 7 ปี เครื่องยนต์ MTU ดับยกชุด สูญงบแอบแฝงเกิน 300 ล้าน แฉปม ทร. แช่แข็งหลักประกัน 1,500 ล้าน ไม่กล้าเคลม Hanwha ก่อนดันดีลฟริเกตหมื่นล้าน

ซีรี่ย์ : วิกฤตเรือหลวงภูมิพล VS ฟรีเกตลำใหม่ EP.1 ไขปริศนา รล.ภูมิพลปืนพัง-เครื่องดับ 7 ปีชำรุด แต่ทัพเรือไม่กล้าเคลม Hanwha?

กระแสเปิดแผลงบประมาณและยุทธการของ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช อย่างเข้มข้นทำให้กองทัพเรือไทยเปิดปฏิบัติการตีโต้ทางภาพลักษณ์อย่างเร่งด่วน ด้วยการออกมาชี้แจงว่าเรือฟริเกตสมรรถนะสูงมูลค่า 14,600 ล้านบาทลำนี้ "ยังคงปฏิบัติภารกิจและใช้งานได้ตามปกติ" สอดรับกับการลงพื้นที่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางไปตรวจการฝึกความพร้อมรบกลางอ่าวไทยของกองทัพเรือ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ราวกับต้องการส่งสัญญาณตอกย้ำว่าภาพ “ความพัง” ของเรือหลวงภูมิพลเป็นเพียง "เรื่องเข้าใจผิด"

ปฏิบัติการสร้างภาพดังกล่าวกลับซ่อนความจริงอันชวนหดหู่ เพราะการยืนยันว่าเรือยัง "แล่นได้" เป็นเพียงคำอธิบายทางเทคนิคเพื่อกลบปัญหา "ความพร้อมรบเต็มรูปแบบ" ที่ล้มเหลวสิ้นเชิง เมื่อเรือฟริเกต Stealth ที่ทันสมัยที่สุดของประเทศ ต้องตกอยู่ในสภาพ "เรือแล่นได้ แต่ไร้เขี้ยวเล็บ" ระบบปืนป้องกันภัยระยะประชิด Phalanx ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายสกัดขีปนาวุธล้มเหลวใช้งานไม่ได้นานถึง 7 ปี ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล MTU ซึ่งเป็นหัวใจในการเดินเรือประหยัดงบกลับพังชำรุดพร้อมกันทั้ง 2 เครื่องอย่างน่าพิศวง ท่ามกลางปริศนาว่า เหตุใดหนังสือค้ำประกันสัญญาวงเงิน 1,500 ล้านบาทของอู่ Hanwha Ocean ที่ ทร. ถือไว้ในมือ จึงไม่มี ผบ.ทร. คนใดกล้าเซ็นริบเงินประกันมาปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

วิศวกรรมพิศวง เครื่องยนต์ MTU ดับยกชุด

ในบันทึกทางวิศวกรรมการเดินเรือ เครื่องยนต์ดีเซลยี่ห้อ MTU จากเยอรมนีขึ้นชื่อลือชาเรื่องความอึด ถึก ทนทาน เรือรบหลายลำปลดประจำการไปแล้วแต่เครื่องยนต์ยังใช้งานได้ดีอยู่ การที่เครื่องยนต์ MTU บนเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชเกิดชำรุดเสียหาย "พร้อมกันทั้ง 2 เครื่อง" จึงเป็นความผิดปกติทางวิศวกรรมที่เกิดขึ้นได้ยากมากในประวัติศาสตร์การเดินเรือของโลกใบนี้
กองทัพเรือไทยจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซลในการลาดตระเวนเป็นหลัก เนื่องจากเครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์ซึ่งทำความเร็วสูงมีอัตรากินน้ำมันมหาศาลเกินกว่างบประมาณน้ำมันของ ทร. จะรองรับไหว การพังยกชุดของเครื่องยนต์ดีเซลจึงบีบให้ ทร. ต้องใช้วิธี "ผ่าเรือเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่" โดยมีการเสนอตั้งงบประมาณซื้อเครื่องใหม่ 240 ล้านบาท ทว่าความเสียหายที่แท้จริงกลับพุ่งเกิน 300 ล้านบาท เมื่อ ทร. ต้องแอบตัดงบซ่อมบำรุงปกติส่วนอื่นมาสมทบโปะเพิ่ม

จากการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกตลอด 2 ปีที่ผ่านมาของเพจ ThaiArmedForce.com สรุปสาเหตุของการดับยกชุดของเครื่องยนต์เกิดจาก 3 ปัจจัยร่วม นั่นคือ

•ข้อบกพร่องเชิงแบบเรือ: เชื่อว่ามีปัญหาจากการออกแบบและแบบเรือของ Hanwha Ocean (DSME เดิม) ซึ่งเรือชั้นใกล้เคียงกันที่ต่อใช้งานในเกาหลีใต้ก็เจอปัญหาซ่อมบำรุงคล้ายคลึงกันนี้

•วิกฤต Single Ship Concept: การมีเรือสมรรถนะสูงที่ใช้งานได้จริงเพียงลำเดียว ทำให้ ทร. ต้องโหมใช้งานเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชเกินขีดจำกัดและเกินสมรรถนะการออกแบบ

•ระบบซ่อมบำรุงสะสม: ปัญหาการบริหารจัดการการซ่อมบำรุงและงบประมาณสะสมของกองทัพเรือตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

หากแจกแจงตัวเลขค่าใช้จ่ายเพื่อแก้วิกฤตเครื่องยนต์และงบประมาณที่ใช้จ่ายสำหรับเรือหลวงภูมิพล จะพบตัวเลข ดังนี้

•14,600 ล้านบาท: วงเงินจัดหาเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช (ผูกพันงบประมาณปี 2556)

•240 ล้านบาท: งบประมาณที่ ทร. ขอจัดซื้อเครื่องยนต์ดีเซล MTU ชุดใหม่

•300+ ล้านบาท: มูลค่าความเสียหายจริงเมื่อรวมงบซ่อมบำรุงที่ถูกดึงมาถูไถโปะเพิ่ม

•2 เครื่อง: จำนวนเครื่องยนต์ดีเซล MTU ที่ชำรุดพร้อมกันจนต้องผ่าเรือเปลี่ยน

"ถ้าเครื่องยนต์พังแค่เครื่องเดียวยังพอเข้าใจได้ว่าอาจจะมีปัญหาที่เครื่อง แต่พังถึงสองเครื่องนี่ ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะคุณภาพของเครื่องยนต์โอกาสน่าจะน้อยมาก เผลอ ๆ จะน้อยพอๆกับที่ผู้สมัคร สว. เลือกเบอร์เดียวกันโดยมิได้นัดหมายด้วยซ้ำ... เรื่องตลกก็คือถ้าข่าวลือเป็นจริง อู่ Hanwha Ocean จะเป็นผู้ชนะสัญญาในการต่อเรือฟริเกตลำใหม่ให้กองทัพเรือไทย... แม้อู่จะขายของไม่ดี วิธีแก้ของกองทัพเรือก็คือซื้อเพิ่มอีกลำนึงเลย" — อนาลโย กอสกุล นักวิเคราะห์ความมั่นคง เพจ ThaiArmedForce.com ว่าไว้ในเพจที่เผยแพร่ช่วงเดือนสิงหาคม 2569

7 ปีปืน Phalanx พัง ยังไม่กล้าเคลม

คำยืนยันว่าเรือ "ใช้งานได้" ยิ่งฟังไม่ขึ้นเมื่อเจาะลึกไปที่ระบบป้องกันภัยระยะประชิด (CIWS) รุ่น Phalanx ซึ่งใช้ปืนกล Vulcan 20 มม. อัตราสกัดยิง 75 นัด/วินาที กลับเสียหายใช้การไม่ได้มาตั้งแต่รับมอบเรือใหม่ๆ และถูกปล่อยทิ้งไว้ยาวนานถึง 7 ปีโดยไม่มีการซ่อมแซมตามวงรอบ

แม้ ทร. จะเคยแจ้งเคลมไปยัง Hanwha Ocean และผู้ผลิตอย่าง General Dynamics จากสหรัฐฯ แต่การซ่อมบำรุงล้มเหลวสิ้นเชิง สปอตไลต์จึงจับจ้องไปที่หนังสือค้ำประกันสัญญาวงเงิน 1,500 ล้านบาท ของ Hanwha ที่ ทร. ถือไว้ในมือตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง ทร. มีสิทธิ์ยึดเงินก้อนนี้มาซ่อมเรือได้ทันทีเพราะความผิดเกิดจากคู่สัญญา แต่สาเหตุที่ไม่มี ผบ.ทร. คนไหนกล้าลงนามริบเงินประกันตลอด 7 ปี เป็นเพราะวัฒนธรรมองค์กร "ผบ.ทร. อายุราชการ 1 ปี" ที่เน้นการ "ส่งไม้ต่อ-โยนภาระให้รุ่นน้อง" เพราะเกรงกลัวผลกระทบทางการเมืองและการฟ้องร้องข้ามชาติ

ฉะนั้น การที่ฝ่ายการเมืองระดับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจความพร้อมรบของ ทร. ในช่วงเวลานี้ จึงถูกมองว่าเป็นเพียง "ละครตบตา" เพื่อสร้างภาพรับรองว่าเรือไม่ได้พัง ก่อนที่ ทร. จะดันทุรังเสนออนุมัติโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตลำที่ 2 วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาทในสภาฯ

มาแจกแจงตัวเลขวิกฤตระบบป้องกันและเม็ดเงินค้ำประกัน สักเล็กน้อย
•7 ปี: ระยะเวลาที่ระบบปืน Phalanx CIWS ล้มเหลวและจอดอัมพาต
•75 นัด/วินาที: สมรรถนะปืน Phalanx ที่ไทยจ่ายเงินซื้อ แต่ใช้งานจริงไม่ได้
•1,500 ล้านบาท: มูลค่าหนังสือค้ำประกันสัญญาของ Hanwha ที่ ทร. ดองไว้ไม่ยอมยึด
•1 เดือน: เวลาที่เรือหลวงภูมิพลต้องถอยหลังแล่นกลับไปซ่อมคลังอู่ที่เกาหลีใต้หลังรับมอบ

"เรื่อง Phalanx ไม่ใช่ความผิดของกองทัพเรือ เป็นความรับผิดชอบของ Hanwha ในฐานะผู้รับจ้าง คำถามคือ 7 ปีแล้วทำไมยังซ่อมไม่ได้... สรุปจนถึงป่านนี้ CIWS บนเรือหลวงภูมิพลก็ยังใช้ไม่ได้ ปัญหาเกิดจากอะไร แล้วทำไมถึงแก้ไม่จบสักที 10 ปีแล้ว เซ็นตรวจรับมายังไง" — เพจ ThaiArmedForce.com (TAF Talk 275 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569)

ขณะที่ วาสนา นาน่วม สื่อมวลชนสายทหาร กล่าวในรายการเรื่องใหญ่ Live Talk เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ตอนหนึ่งว่า "มันเริ่มมีแล้ว เริ่มมีจดหมายส่งทางออนไลน์แล้วว่า เนี่ย เขาจะร้องเรียนเรื่องนี้ พวกที่เขาโดนตัดคุณสมบัติ... ทหารอากาศเขาถึงบอกว่า เออ เห็นใจทหารเรือว่ะ ซื้ออะไรก็โดน ทำไมรับเละมากเลย... ทำไมไม่เหมือนทหารอากาศ"

พิมพ์เขียวหมื่นล้านกับความจริง

เมื่อนำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเมื่อปี 2556 มาวางทาบกับ "ความจริงเชิงยุทธการ" จะเห็นภาพสะท้อนวิกฤตการบริหารจัดการของกองทัพเรืออย่างล่อนจ้อน ในช่วงตลอด 7 ปีที่ผ่านมา กล่าวคือ

ในมิติ ระบบขับเคลื่อนดีเซล สัญญาจัดซื้อระบุไว้ชัดเจนถึงการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล MTU จากเยอรมนีที่มีความทนทานสูง เพื่อใช้เดินเรือในความเร็วประหยัด แต่ความเป็นจริงทางยุทธการกลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อเครื่องยนต์เกิดการชำรุดเสียหายพร้อมกันทั้งสองเครื่อง ส่งผลให้ต้องผ่าโครงสร้างตัวเรือเพื่อยกเครื่องใหม่ สร้างภาระงบประมาณแอบแฝงสูงเกิน 300 ล้านบาท
ในมิติ ระบบป้องกันภัยระยะประชิด พิมพ์เขียวเดิมวาดหวังไว้ว่า ปืนกล Phalanx ขนาด 20 มม. จะทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายคอยสกัดขีปนาวุธนำวิถีด้วยระบบอัตโนมัติ แต่ในความเป็นจริง ระบบนี้กลับจอดอัมพาตและใช้งานไม่ได้มาตั้งแต่รับมอบเรือนานถึง 7 ปี ทำให้เรือรบที่ได้ชื่อว่าทันสมัยที่สุดของไทยต้องลอยลำโดยปราศจากเกราะคุ้มกันภัยทางอากาศระดับประชิด

ในมิติ การสิทธิประกันสัญญา กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างให้อำนาจกองทัพเรือยึดหนังสือค้ำประกันสัญญาวงเงิน 1,500 ล้านบาทของ Hanwha Ocean ได้ทันทีเมื่อคู่สัญญาบกพร่อง แต่ความเป็นจริงคือ กองทัพเรือกลับ "แช่แข็ง" หลักประกันดังกล่าวไว้โดยไม่กล้าเซ็นริบเงินมาซ่อมเรือ ทำให้รัฐบาลสูญเสียประโยชน์จากการดึงงบซ่อมบำรุงอื่นมาถูไถ และกลายเป็นมรดกบาปที่ ผบ.ทร. แต่ละรุ่นต่างโยนภาระกันไปมาปีต่อปี

และในมิติ ความพร้อมทางการรบ จากเดิมที่วางเป้าให้เป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงรองรับมิติการรบ 3 มิติ ทั้งอากาศ-ผิวน้ำ-ใต้น้ำ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชกลับต้องตกอยู่ในภาวะ "Single Ship Concept" หรือการถูกโหมใช้งานหนักจนระบบล้าเพราะมีเรือสมรรถนะสูงอยู่เพียงลำเดียว และเมื่อเรือต้องจอดนิ่งเพื่อผ่าเปลี่ยนเครื่องยนต์ ช่องว่างด้านความมั่นคงทางทะเลของอ่าวไทยจึงเปิดกว้างขึ้นทันที

การออกมาโต้ข่าวและการเชื้อเชิญนายกรัฐมนตรีตรวจการซ้อมรบของกองทัพเรือ ไม่ได้ช่วยลบล้างความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ยิ่ง ทร.พยายามอ้างว่าเรือ "ยังใช้งานได้" มากเท่าไร ก็ยิ่งเปลือยความย้อนแย้งที่ว่า "หากเรือลำแรกมีคุณภาพดีและไร้ปัญหาจริง เหตุใด ทร. จึงต้องใช้วิธี 'ยื่น 6 ตก 5' และท่ายากสารพัด เพื่อประเคนสัญญาลำที่ 2 ให้กับอู่เรือเจ้าเดิม?"

อะไรคือเบื้องหลังของกระบวนการคัดเลือกดีลหมื่นล้านที่เขี่ยคู่แข่งตกยกแผง? เหตุใดสเปกทางยุทธการที่ร่อแร่และข้อเสนอ Offset Policy ต่ำเตี้ย จึงสามารถเอาชนะอู่ชั้นนำระดับโลกรายอื่นไปได้?


ติดตามได้ใน EP.2: “ยื่น 6 ตก 5” ผ่าแผนจัดซื้อฟริเกตลำที่ 2 เมื่อสเปกต่ำเตี้ยชนะด้วย 'ท่ายาก'