xs
xsm
sm
md
lg

ไม่กลัว 'ปูติน' กันแล้ว! ‘ยูเครน-สหราชอาณาจักร ประกาศศักดา จับมือเป็นหุ้นส่วนด้านโดรน มุ่งทำให้รัสเซียยิ่งเจ็บสาหัส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร แอนดี เบิร์นแนม (ที่2จากซ้าย) และประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี (ที่3จากซ้าย)  ดูโดรนยูเครนลำหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่เดินชมยุทโธปกรณ์ของยูเครน และพบปะกับบุคลากรชาวยูเครน ที่ฐานทัพเรือ HM Naval Base ของสหราชอาณาจักร ในเมืองพอร์ตสมัธ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/08/uk-ukraine-drone-partnership-will-boost-long-term-security/)

UK Ukraine drone partnership will boost long term security
by Arun Dawson
21/08/2026

มันเสี่ยงทำให้ปูตินยิ่งโกรธเกรี้ยวหนัก แต่คิดกันว่าความเป็นสมาชิกนาโตของสหราชอาณาจักร จะเป็นยันต์คุ้มภัยทำให้รัสเซียอย่างเก่งก็แค่ตอบโต้แก้เผ็ดด้วยการก่อวินาศกรรม ไม่ถึงกับกล้าเปิดศึกกับลอนดอนโดยตรง

เมื่อตอนที่สหราชอาณาจักรอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธร่อน (cruise missile) “สตอร์ม แชโดว์” (Storm Shadow) ซึ่งแดนยูเนียนแจ็กเป็นผู้จัดหาจัดส่งให้ ในการโจมตีเล่นงานเป้าหมายต่างๆ ภายในรัสเซีย ในช่วงปลายปี 2024 มอสโกได้ตอบโต้อย่างที่สามารถคาดเดากันได้ [1] ด้วยการกล่าวหาว่าลอนดอนกำลังทำให้สงครามบานปลายขยายตัว พร้อมข่มขู่ที่จะดำเนินการตอบโต้แก้เผ็ด

ด้วยเหตุนี้ การส่งเสียงเตือนล่าสุดของรัสเซีย [2] ในเรื่องที่สหราชอาณาจักรจัดส่งโดรนซึ่งตนผลิตไปให้ยูเครนใช้โจมตีแดนหมีขาว โดยระบุว่า “ยิ่งพวกเขาเข้าเกี่ยวข้องพัวพันกับการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้อย่างล้ำลึกมากขึ้นเท่าใด ... ราคาที่พวกเขาต้องจ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น” จึงอาจเป็นอะไรที่ฟังดูคุ้นๆ กระนั้นก็ตามที จริงๆ แล้ว มันมีความแตกต่างที่สำคัญมากอยู่ประการหนึ่ง ได้แก่เรื่องของขนาดขอบเขต

ด้วยพิสัยทำการ 250 กิโลเมตร สตอร์ม แชโดว์ ทำให้ยูเครน [3] มีอาวุธซึ่งมีขีดความสามารถสูงยิ่งสำหรับการโจมตีใส่พวกเป้าหมายคุณค่าสูงซึ่งอยู่ข้างหลังแนวรบของฝ่ายรัสเซีย อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรโและเหล่าพันธมิตรมีคลังอาวุธขีปนาวุธร่อนราคาแพงในจำนวนที่จำกัด

กระบวนการเติมอาวุธที่พร่องไปในสต็อก ก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งเวลา, เงินทอง, และความสามารถการผลิตทางอุตสาหกรรม ทำให้กลายเป็นตัวกำหนดเพดานสูงสุดในทางปฏิบัติว่าจะใช้อาวุธเหล่านี้ได้มากน้อยแค่ไหน

แต่โดรนพิสัยไกลกลับสามารถทะลวงผ่านข้อจำกัดนี้ได้เยอะทีเดียว พวกมันอาจจะบรรทุกหัวรบที่มีขนาดเล็กกว่า และถูกสกัดกั้นได้อย่างง่ายดายกว่านักหนาเมื่อเปรียบเทียบกับขีปนาวุธร่อน ทว่าโดรนนั้นมีราคาถูกกว่ามากและผลิตขึ้นมาได้ง่ายกว่าเยอะด้วย ถ้าหากสหราชอาณาจักรและยูเครนสามารถผลิตพวกมันออกมาได้ในปริมาณมากเพียงพอแล้ว ความสำคัญของพวกมันก็จะขึ้นอยู่กับผลรวมสะสมของการโจมตีด้วยโดรนจำนวนมากๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกลึกเข้าไปภายในรัสเซีย มากกว่าสิ่งที่โดรนเดี่ยวๆ แต่ละลำสามารถที่จะทำลายอะไรได้บ้าง

นี่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถผลิตโดรนเพิ่มขึ้นมาได้อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด ถึงอย่างไรการผลิตย่อมต้องการชิ้นส่วนต่างๆ, ความสามารถทางการผลิตของโรงงาน, และห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงสม่ำเสมอ เวลาเดียวกันประสิทธิภาพของโดรนเหล่านี้ย่อมต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการเอาชนะฝ่าข้ามการป้องกันภัยทางงอากาศของรัสเซีย และการคว้าชัยในสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ทว่าเรื่องเหล่านี้ย่อมแตกต่างจากกรณีของขีปนาวุธร่อน ซึ่งมีข้อจำกัดตรงที่มีให้ใช้ได้ตามจำนวนที่ยังอยู่ในคลังแสง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ สหราชอาณาจักรมีเซคเตอร์ระบบยานไม่ต้องใช้ลูกเรือที่เติบใหญ่เป็นเนื้อเป็นหนังขึ้นมาแล้ว โดยโปรแกรมโดรนของแดนยูเนียมแจ็กประกอบด้วย โปรแกรม เนียน (Nyan) [4] ที่ใช้เครื่องยนต์ไอพ่น, เออาร์3 (AR3) [5] , เค3 สเกาต์ (K3 Scout) [6], และ ออคโตพุส (Octopus) [7] ซึ่งแต่ละแบบถูกดีไซน์มาเพื่อให้ปฏิบัติภารกิจต่างๆ กันไป กล่าวคือ การโจมตีจากพิสัยไกล, การตรวจการณ์, การปฏิบัติการโดยอิสระในท้องทะเล, และการทำสงครามต่อสู้โดรน ตามลำดับ แต่โปรแกรมเหล่านี้ต่างได้รับการหนุนหลังโดย ศูนย์ระบบไร้ลูกเรือ (Uncrewed Systems Centre) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองสวินดอน อันเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรโอ่อวดด้วยความภาคภูมิใจ [8]ว่าเป็น”ศูนย์ทดสอบโดรนแห่งใหญ่ที่สุด” ของยุโรป

กระนั้นก็ตาม สถานที่เพื่อการทดสอบใดๆ ย่อมไม่มีที่ไหนเลยสามารถลอกเลียนแบบสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในยูเครนออกมาได้ ทำให้ยูเครนกลายเป็นสมรภูมิอันมีชีวิตชีวาซึ่งโดรนที่ออกแบบกันมาจะถูกประเมินผลอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้ต่อกรกับข้าศึกที่มีความสามารถ ตามถ้อยแถลงของ เทคเอเวอร์ (Tekever) กิจการอุตสาหกรรมการผลิตด้านการบินและอวกาศ ประสบการณ์จากโลกที่เป็นจริงแห่งนี้เป็นตัวขับดันให้โดรนสอดแนม AR3 ของบริษัทมีการอัปเดตในจุดต่างๆ มากกว่า 100 จุด [9]

ทางด้าน ออคโตพุส ทำให้ความสัมพันธ์นี้ไปไกลยิ่งขึ้นอีก และกำลังปรากฏตัวให้เห็นในฐานะเป็นโมเดลหนึ่งสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตโดรนของสหราชอาณาจักรกันเลยทีเดียว กล่าวคือ นำเอางานออกแบบของทางยูเครนที่ผ่านการทดสอบจากสมรภูมิมาแล้ว ไปปรับปรุงให้มีความละเอียดประณีตมากขึ้นด้วยทักษะความเชี่ยวชาญการด้านวิศวกรรมของสหราชอาณาจักร, จากนั้นจึงดำเนินการผลิตอย่างขนานใหญ่ในโรงงานต่างๆ ของแดนยูเนียนแจ็ก ทั้งนี้ โดรน ออคโตพุส ซึ่งดีไซน์ขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับโดรน ชาเฮด (Shahed) ที่อิหร่านเป็นผู้ออกแบบ แล้วรัสเซียนำมาดัดแปลงใช้เล่นงานนครต่างๆ ตลอดจนโครงสร้างพ้นฐานของยูเครน ได้รับการคาดหมายว่าจะสามารถทำการผลิตในอัตราเดือนละเป็นพันๆ ลำ [10]

ด้วยข้อตกลงและการดำเนินการเพื่อการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีระหว่างรัฐบาลสหราชอาณาจักรกับยูเครน [11] รวมทั้งในฐานะที่ทั้งสองประเทศต่างเป็นคณะผู้นำร่วมของกลุ่มพันธมิตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านโดรน (Drone Capability Coalition) ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือระดับระหว่างประเทศเพื่อช่วยเหลือยูเครน ทำให้มีการขยายการแลกเปลี่ยนความรู้นี้ไปสู่ระบบอื่นๆ ด้วย

เรื่องนี้ส่งผลกลายเป็นการพลิกกลับความสัมพันธ์ที่เคยเป็นมาระหว่างยูเครนกับพวกชาติตะวันตกที่เป็นผู้จัดหาจัดส่งอาวุธต่างๆ ให้แก่เคียฟ นั่นคือ ยูเครนไม่ได้เป็นเพียงแค่ลูกค้าเท่านั้นอีกต่อไปแล้ว ยูเครนกำลังมีคุณูปการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องดีไซน์ที่ผ่านการทดสอบจากสมรภูมิแล้ว ตลอดจนความรู้ในแง่มุมของการปฏิบัติการ ขณะที่สหราชอาณาจักรสามารถให้ทักษะความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม, ความสามารถผลิตทางอุตสาหกรรม, การให้การรับรองอย่างเป็นทางการ, เงินทุน, และการเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศ

แต่นี่ไม่ได้เป็นการตกลงดำเนินการเพียงรูปแบบเดียว [12] เท่านั้นที่พวกหุ้นส่วนของยูเครนกำลังยอมรับนำมาใช้กันอยู่ในเวลานี้ ภายใต้ “โมเดลแบบเดนมาร์ก” (Danish model) [13] นั้น พวกรัฐบาลของชาติยุโรปจะทำหน้าที่ให้ความสนับสนุนทางการเงิน ให้แก่การผลิตอาวุธต่างๆ ในประเทศยูเครนเองทีเดียว ถึงแม้มีความเสี่ยงจะถูกฝ่ายรัสเซียโจมตีสถานที่ผลิตเหล่านี้ก็ตาม

เวลาเดียวกัน เยอรมนีก็ได้กลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของแผนการ “ผลิตร่วมกับยูเครน” (Build with Ukraine) [14] ของเคียฟ โดยภายใต้แผนการนี้ พวกบริษัทของยูเครนและของเยอรมนีจะจัดตั้งกิจการร่วมลงทุนขึ้นมาเพื่อทำการผลิตโดรนในโรงงานที่แดนดอยช์ โรงงานเหล่านี้บางแห่งรู้จักกันในฐานะเป็น “โรงงานที่มีความหยุ่นตัว” (resilience factories) เนื่องจากพึ่งพาอาศัยห่วงโซ่อุปทานและกำลังแรงงานในท้องถิ่นซึ่งอยู่ห่างไกลจากภัยคุกคามของการโจมตีจากรัสเซีย แล้วยังมียันต์คุ้มภัยเพื่อการป้องปรามเพิ่มเติมขึ้นมา เนื่องจากเป็นการผลิตที่กระทำอยู่ในดินแดนของชาติพันธมิตรนาโต

กระนั้นก็ตาม เมื่อมองกันที่ผลรวม โดรนอิมพอร์ตเหล่านี้ทั้งหมดยังมีจำนวนเท่ากับเพียงแค่ 5% ของการใช้สอยโดรนของยูเครนเท่านั้นเอง [15] ตัวอย่างเช่น “แพกเกจโดรนสำหรับยูเครนซึ่งเป็นแพกเกจใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดกันมา” [16] ซึ่งสหราชอาณาจักรประกาศเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ของปีนี้ ปริมาณสูงสุดจะอยู่ที่ 150,000 ลำ ตัวเลขนี้ยังห่างไกลนักจากโดรนจำนวน 10 ล้านลำ [17] ซึ่งยูเครนกำลังหาทางที่จะผลิตขึ้นเองภายในประเทศในปีนี้ –ถึงแม้แทบทั้งหมดจะเป็นระบบซึ่งใช้ในสนามรบพิสัยใกล้ๆ ไม่ใช่อาวุธซึ่งมีศักยภาพเข้าไปได้ลึกภายในรัสเซียก็ตามที

แล้วสหราชอาณาจักรจะเพิ่มผลผลิตโดรนของตนไหม ในเมื่อการทำเช่นนี้ยังจะเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่การทหารของตัวเองอีกด้วย แผนการลงทุนด้านกลาโหมที่รัฐบาลประกาศออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ [18] มีการระบุคร่าวๆ ถึงยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะยึดถือโดรนเป็นศูนย์กลาง โดยครอบคลุมไปทั่วทั้งทางอากาศ, ภาคพื้นดิน, และในทะเล ในนี้รวมถึง “ฝูงนาวาลูกผสม” (hybrid fleet) ของราชนาวี ที่จะประกอบด้วยพวกเรือรบซึ่งมีลูกเรือประจำอยู่ ผสมผสานกับพวกนาวาอัตโนมัติไร้ลูกเรือที่มีราคาถูกกว่า

กระนั้น ยังคงมีความไม่ชัดเจนในเรื่องที่ว่าเงินทุนที่เตรียมกันเอาไว้ จะสามารถจับคู่เข้ากันได้อย่างเหมาะสมกับยุทธศาสตร์เน้นเรื่องโดรนนี้หรือไม่ ทั้งนี้มีการจัดสรรเงินงบประมาณเอาไว้เพียงแค่ 5,000 ล้านปอนด์สำหรับใช้จ่ายในทั้ง 3 เหล่าทัพ และครอบคลุมระบบไร้ลูกเรือทุกๆ ประเภท รวมทั้งระยะเวลาใช้จ่ายก็กระจายออกเป็น 4 ปี เรื่องนี้ทำให้เกิดความสงสัยข้องใจกันว่า การผลิตจะสามารถทำได้ถึงขนาดขอบเขตและด้วยอัตราความรวดเร็วตามที่ยุทธศาสตร์นี้กำหนดไว้หรือไม่

อุปสรรคขัดขวางการขยายขนาดขอบเขตของการใช้โดรน

ปัญหาเรื่องรัฐบาลจะให้ความสนับสนุนทางการเงินมากน้อยแค่ไหนนั้น อย่างไรเสียก็ถือเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสมการเท่านั้น โดยเห็นกันว่ามีความจำเป็นที่จะต้องได้เม็ดเงินลงทุนจากภาคเอกชนเข้ามาด้วย ทั้งนี้ไม่เพียงเพื่อประคับประคองให้พวกบริษัทโดรนขนาดเล็กๆ และบรรดาห่วงโซอุปทานของพวกเขาสามารถอยู่ในธุรกิจได้ รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือให้พวกเขาในการขยับขยายขนาดขอบเขต แต่ยังเพื่อเป็นการส่งสัญญาณแห่งความน่าเชื่อถือเชิงพาณิชย์ไปถึงพวกที่มีโอกาสลู่ทางจะเข้ามาเป็นลูกค้าระหว่างประเทศของบริษัทสหราชอาณาจักรอีกด้วย

ในเวลาเดียวกัน พวกอุตสาหกรรมการผลิตโดรนยังคงต้องพึ่งพาอาศัยชิ้นส่วนต่างๆ ของจีนกันอยู่ในระดับต่างๆ กันหลายหลาก ชิ้นส่วนที่ว่านี้ มีทั้งเรื่องแบตเตอรี, เครื่องยนต์, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, และส่วนประกอบอื่นๆ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง มีรายงานข่าวว่า กล้องถ่ายภาพหลายตัวซึ่งติดตั้งอยู่ในเรือไร้ลูกเรือแบบ K3 Scout ของราชนาวีสหราชอาณาจักร ถูกตรวจพบว่ามีการติดต่อสื่อสาร [19] กับ ไอพี แอดเดรส หนึ่งในประเทศจีน ถึงแม้กระทรวงกลาโหมแถลงในเวลาต่อมาว่า มันเป็นการรับส่งสัญญาณที่ไม่มีความอ่อนไหวใดๆ กระนั้น เหตุการณ์นี้ยังคงตอกย้ำให้เห็นความเสี่ยงประการหนึ่งจากการใช้ส่วนประกอบที่มาจากจีนอยู่ดี อีกเรื่องหนึ่งคือการที่ต้องพึ่งพาแดนมังกรในระดับอุตสาหกรรม พูดง่ายๆ ก็คือ การกำจัดการพึ่งพาทำนองนี้ให้หมดสิ้นไปเลย จะทำให้โดรนจำนวนมากมีราคาแพงขึ้นและกระทั่งยากลำบากที่จะผลิตออกมาได้ อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปโดยไม่แตะต้อง ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งด้านความมั่นคงและด้านซัปพลายในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตขึ้นมา

ถ้าหากจะให้เคียฟนำเอาประสบการณ์จากสนามรบซึ่งสามารถวินิจฉัยได้ว่าดีไซน์แบบไหนที่ใช้งานได้จริง และสหราชอาณาจักรก็สร้างคุณูปการด้วยการเปลี่ยนการออกแบบเหล่านี้ให้กลายเป็นการผลิตทางอุตสาหกรรมที่มีความมั่นคงปลอดภัย, มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์, และสามารถปรับขนาดขอบเขตการผลิตได้อย่างคล่องตัว สหราชอาณาจักรก็จำเป็นต้องเอาชนะความจำกัดต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้ได้โดรนที่ถูกดีไซน์ออกมาประสบความสำเร็จอย่างสูงลิ่ว

รัสเซียอาจจะตอบโต้เอาคืนอย่างไรได้บ้าง?

มองจากสายตาของมอสโกแล้ว จากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้ การที่สหราชอาณาจักรสนับสนุนโดรนพิสัยไกลให้แก่ยูเครน จึงเป็นการเสนอปัญหาที่ค่อนข้างแตกต่างออกไปจากการตัดสินใจในเรื่อง สตอร์ม แชว์โดว์ เมื่อก่อนนี้ ประเด็นไม่ได้อยู่เพียงแค่ว่าเทคโนโลยีสหราชอาณาจักรสามารถโจมตีใส่เป้าหมายต่างๆ ในรัสเซียเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ว่าความสามารถผลิตทางอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักร อาจช่วยเหลือยูเครนให้ประคับประคองการโจมตีดังที่ว่าในขนาดขอบเขตที่ใหญ่โตกว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

การที่ฝ่ายรัสเซียจะดำเนินการตอบโต้ทางทหารโดยตรงต่อสหราชอาณาจักรนั้น ยังคงไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงที่จะกลายเป็นการบานปลายขยายตัวอย่างชัดเจน เพราะเป็นการโจมตีประเทศสมาชิกนาโตประเทศหนึ่ง การตอบโต้ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่า จึงยังคงเป็นความต่อเนื่องของพวกกิจกรรมที่อยู่ในระดับต่ำกว่าธรณีประตูของความขัดแย้งอย่างเปิดเผย โดยอันที่จริงกิจกรรมเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่แดนหมีขาวมีการดำเนินการกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ รัสเซียถูกกล่าวหาเรียบร้อยแล้วว่าเป็นผู้จัดดำเนินการให้เกิดเหตุก่อวินาศกรรมและเหตุอัคคีภัยซึ่งมุ่งเล่นงานพวกสถานที่ต่างๆ ที่โยงใยเกี่ยวข้องกับการให้ความสนับสนุนยูเครน เป็นต้นว่า โกดังสินค้าในย่านตะวันออกของกรุงลอนดอน (east London) [20] และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ในเยอรมนี [21] ตลอดจนกิจกรรมเป็นปรปักษ์ซึ่งพุ่งเป้าไปที่พวกผู้บริหารอุตสาหกรรมด้านกลาโหม [22]

สำหรับในระยะกลางแล้ว คำถามอยู่ที่ว่า ยูเครนและพวกหุ้นส่วนสามารถที่จะยืนหยัดต้านทานแรงกดดันนี้ และสร้างนวัตกรรม, ดำเนินการผลิตทางอุตสาหกรรม, และโจมตีเล่นงานได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ เพื่อก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงลิ่วขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความรวดเร็วกว่าที่รัสเซียจะสามารถพิทักษ์ปกป้อง, ซ่อมแซม, กระจายตัวโยกย้าย, และปรับตัว หรือไม่

การแข่งขันนี้จะกลายเป็นเรื่องสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ฤดูหนาวกำลังย่างกรายเข้ามา

อรุณ ดอว์สัน เป็นนักศึกษาระดับปริญญาเอก ของภาควิชาการสงครามศึกษา (Department of War Studies), มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจลอนดอน (King’s College London), สหราชอาณาจักร เขาสังกัดอยู่กับ Royal United Services Institute (RUSI) สถาบันคลังสมองด้านกลาโหมและความมั่นคงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งฐานอยู่ที่กรุงลอนดอน

ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/uk-ukraine-drone-partnership-risks-putins-wrath-but-will-boost-long-term-security-290004

เชิงอรรถ
[1] https://news.sky.com/story/britain-directly-involved-in-ukraine-war-russian-ambassador-tells-sky-news-13257896
[2] https://www.bbc.co.uk/news/articles/cy5dz0kkn0wo
[3] https://theconversation.com/topics/ukraine-invasion-2022-117045
[4] https://www.forces.net/ukraine/nyan-inside-british-jet-powered-strike-drone-centre-russias-threat-uk
[5] https://www.politico.eu/article/factory-front-line-western-spy-drone-journey-war-ukraine-russia/
[6] https://www.bbc.com/news/articles/c4gwl3n7ne7o
[7] https://www.rusi.org/explore-our-research/publications/commentary/octopus-adds-additional-layer-ukraines-air-defences
[8] https://www.gov.uk/government/news/europes-largest-drone-testing-centre-opens-in-swindon-to-boost-defence-innovation
[9] https://www.tekever.com/news/tekever-ar3-surpassed-10000-operational-flight-hours-in-ukraine/
[10] https://www.gov.uk/government/news/uk-industry-support-to-ukraine-supercharged-with-new-business-centre
[11] https://www.gov.uk/government/news/groundbreaking-ukraine-tech-sharing-agreement-to-deliver-drones-and-support-jobs
[12] https://www.osw.waw.pl/en/publikacje/osw-commentary/2026-04-27/build-ukraine-kyivs-new-approach-to-defence-industrial
[13] https://www.gisreportsonline.com/r/danish-model-ukraine/
[14] https://www.osw.waw.pl/en/publikacje/osw-commentary/2026-04-27/build-ukraine-kyivs-new-approach-to-defence-industrial
[15] https://www.zbroya.gov.ua/en/news/95percent-droniv-yaki-zakupovuiutsia-dlia-syl-oborony-vyrobleni-v-ukraini
[16] https://www.gov.uk/government/news/uk-announces-biggest-ever-drone-package-for-ukraine-to-push-back-putin
[17] https://www.kyivpost.com/post/80328
[18] https://theconversation.com/the-new-technologies-in-the-uk-defence-investment-plan-286791
[19] https://www.telegraph.co.uk/news/2026/08/09/spy-cameras-on-navy-drones-secretly-sent-data-to-china/
[20] https://www.bbc.co.uk/news/articles/c04g5x1wq5vo
[21] https://www.bbc.com/news/articles/ckgdmrxxkdxo
[22] https://www.ft.com/content/3ed7fb42-2402-4439-a76d-081d9c084c64