xs
xsm
sm
md
lg

เฉลยแล้ว! “สมยศ 112” ล่วงละเมิดนักกิจกรรมรุ่นลูก เจ้าตัวขอโทษ อ้างเข้าใจว่ายินยอม “สุณัย” ซัดสร้างกระแส “เบลมเหยื่อ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เผยชื่อนักกิจกรรมอาวุโสมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ คือ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” จำเลยคดี ม.112 เจ้าตัวโพสต์ขอโทษ อ้างเข้าใจว่าฝ่ายหญิงยินยอม ด้าน“แก้วตา”สวน คนที่ถูกล่วงละเมิดในภาวะจำยอม ไม่ใช่ ยินยอม “สุณัย ผาสุก” อึ้งคำขอโทษสร้างกระแสโยนผิดให้เหยื่อ ขณะเพื่อนนักกิจกรรมบี้ซ้ำให้ขอโทษทุกกรณีในอดีต

จากกรณีเพจ socialgaze เผยแพร่บทสัมภาษณ์หญิงรายหนึ่งซึ่งใช้นามสมมุติว่า “คุณ A” เปิดเผยประสบการณ์ที่กล่าวหาว่า ถูกนักกิจกรรมการเมืองรุ่นอาวุโส ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงนักเคลื่อนไหวด้วยแรงงานและสิทธิมนุษยชน ล่วงละเมิดทางเพศ

จากกรณี เพจ socialgaze เผยแพร่บทสัมภาษณ์หญิงรายหนึ่งซึ่งใช้นามสมมุติว่า “คุณ A” เกี่ยวกับประสบการณ์ถูกนักกิจกรรมการเมืองรุ่นอาวุโสซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงนักเคลื่อนไหว ล่วงละเมิดทางเพศ

ล่าสุด วันนี้(22 ส.ค.) เมื่อเวลา 08.19 น.นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่าน X บัญชี @sunaibkk ระบุว่า “อัพเดต! ผ่านมา 24 ชั่วโมง ข้อมูลจากปากคำของฝ่ายต่างๆ ทำให้เชื่อว่า ‘สมยศ พฤกษาเกษมสุข’ นักกิจกรรมชื่อดัง คือ ผู้ที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศดังกล่าว

“น่าตกใจว่าพฤติกรรม Sexual Predator ของเขาเป็นที่รับรู้กันมานานแล้ว และที่ผ่านมามีผู้ถูกกระทำจำนวนไม่น้อย แต่ทำไมถึงยังมีที่ยืน ให้ใช้การเคลื่อนไหวในขบวนการแรงงาน และประชาธิปไตยเป็นพื้นที่ก่อเหตุมาเรื่อยๆ” นายสุณัยระบุ


ต่อมาเวลา 10.22 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ระบุว่า “คำขอโทษ ผมขอโทษคุณ A ที่ผมเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม แต่ไม่ใช่ดังที่คุณ A ได้เล่าให้ฟัง หลังจากการกระทำหลายครั้ง คุณ A ย้ายมาอยู่กินด้วยกันคิดว่า ความสัมพันธ์จะราบรื่นไปด้วยกันได้ในเรื่องความรัก

“คุณ A อายุ 25 ปี ผมอายุ 64 ปี มีความแตกต่างทางอายุตามที่บอกเล่า แต่เมื่อได้อยู่ร่วมกันสองปี ปีแรกยังประคับประคองไปด้วยกันได้ ปีที่สอง เป็นความสัมพันธ์ที่แปลกแยกต่อกัน ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน คุณ A ต้องการให้ปกปิดความสัมพันธ์ที่อยู่ด้วยกันและผมก็ร่วมปกปิดไปด้วย เราอยู่ด้วยกันและมีการทะเลาะกันและมีปากเสียงต่อกันรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนต้องเลิกลาจากกัน

“ขอโทษคุณ A อีกครั้ง ขอโทษทุกท่านที่ทำให้ขุ่นเคืองกับการกระทำที่ผิดพลาดครั้งนี้ จึงขอรับโทษทัณฑ์ทั้งหลายทั้งปวง” นายสมยศ ระบุ

อย่างไรก็ตาม นายพิภพ อุดมอิทธิพงศ์ ซึ่งเป็นนักกิจกรรมทางสังคม อดีตคอลัมนิสต์ประชาไท ใช้เฟซบุ๊กในชื่อ Pipob Udomittipong ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าวของนายสมยศ โดยระบุว่า “แล้วพี่จะไม่พูดถึงการละเมิดหรือคุกคามทางเพศที่พี่กระทำต่อเพื่อนนักกิจกรรมในอดีต (โดยเฉพาะคนที่เป็นรุ่นน้องหรือรุ่นลูกของพี่) ด้วยหรือครับ ผมว่ามีนะ เห็นมีคนอื่นพูดถึงหลายกรณีมาก แต่ถ้าพี่มองว่ามันไม่เป็นการคุกคามทางเพศก็แล้วไปครับ ผมคิดว่า มันไม่น่าจะจบแค่เคส คุณ A นะครับ ผมว่าเคลียร์ให้หมด ขอโทษให้หมด และสัญญาให้เต็มที่ว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก

ซึ่งนายสมยศ ได้ตอบกลับว่า “ได้ครับ ผมขอโทษทุกกรณี และสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก”


อย่างไรก็ตาม หลังจากนายสมยศได้โพสต์ขอโทษและชี้แจงแล้ว เมื่อเวลา 12.32 น. นายสุณัย ผาสุข ได้โพสต์ข้อความผ่าน X อีกครั้งว่า “อึ้ง! “คำขอโทษ” ของ ‘สมยศ’ ส่งผลนำไปสู่การสร้างกระแสเบลมเหยื่อ! นี่แค่บางตัวอย่างของเอฟซีผู้ล่วงละเมิดทางเพศ”

**คนที่อยู่ใน “ภาวะจำยอม” ไม่ใช่ “สมยอม”

ด้าน น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีต สส.พรรคประชาชน ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะคล้ายกันนี้ จากคนในพรรค ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ... สิ่งที่สังคมต้องเลิกทำเสียที คือเอาการที่ผู้เสียหายยังกลับไปหา ยังทำงานด้วย ยังเดินทางด้วย หรือยังมีความสัมพันธ์กับผู้ที่ตนกล่าวหาว่ากระทำความรุนแรง มาใช้เป็นหลักฐานว่า “ถ้าอย่างนั้นคงไม่ได้ถูกข่มขืนจริง” ความรุนแรงทางเพศ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างคนแปลกหน้า และเหยื่อไม่ได้มีพฤติกรรมแบบเดียวกันทุกคน
จากคำบอกเล่า เหตุการณ์ครั้งแรกถูกบรรยายอย่างชัดเจนว่า ไม่ต้องการ ถูกบังคับ และไม่มีความยินยอม ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ต้องมองผ่านบริบทของ grooming ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การพึ่งพา และ trauma bonding ไม่ใช่เอาความสัมพันธ์ในภายหลัง ไปลบล้างการไม่มี consent ในครั้งแรก


คนที่ถามว่า “ถ้าถูกข่มขืนจริงแล้วทำไมยังกลับไปหาเขา” กำลังตั้งคำถามผิดคน คำถามที่ควรถามคือ เหตุใดคนที่มีอำนาจ และได้รับความไว้วางใจจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าหนีไม่ได้ พูดไม่ได้ และต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

การอยู่ต่อไม่ใช่ consent การเงียบไม่ใช่ consent การพึ่งพาไม่ใช่ consent และความสัมพันธ์ภายหลังไม่สามารถเปลี่ยนการกระทำที่ปราศจากความยินยอมในอดีต ให้กลายเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวได้

เปิดตัวตน “สมยศ พฤกษาเกษมสุข”

“สมยศ” เกิด 20 กันยายน 2504 จบจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ และ ม.รามคำแหง

ช่วงปี 2517 ที่ยังเป็นนักศึกษา ได้ร่วมชุมนุมเรียกร้องค่าแรงขั้นต่ำ หลังจากนั้นได้จับเรื่องด้านแรงงานอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิแรงงาน อาทิ กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ กฎหมายประกันสังคม และสิทธิลาคลอด ต่อมาได้เป็นประธานสหภาพพันธมิตรแรงงานประชาธิปไตย
.
ต่อมา “สมยศ”ผันตัวเข้าสู่วงการสื่อสารมวลชน โดยเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ และนิตยสารการเมืองหลายฉบับ รวมถึง Voice of Taksin และมีบทบาทเป็นแกนนำ ในกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในช่วงความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา

“สมยศ”ถูกจับกุมที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร ที่เขาเป็นบรรณาธิการ ผลของคดี เขาถูกจำคุกไป 7 ปี

หลังพ้นโทษในปี 2561 เขาไม่ได้หยุดเคลื่อนไหวทางการเมือง และเมื่อกระแสการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ปะทุ ขึ้นในปี 2563 “สมยศ” กลับมามีบทบาทอีกครั้งในฐานะแกนนำกลุ่ม "24 มิถุนาประชาธิปไตย" เขาร่วมปราศรัยในการชุมนุมทั้งที่ ม.ธรรมศาสตร์ และสนามหลวง ซึ่งเป็นการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” เรียกร้องให้ยุบสภา แก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ผลจากการปราศรัยครั้งนี้ ทำให้เขาถูกออกหมายจับตาม มาตรา 116 และถูกจับกุมในวันที่ 16 ต.ค.63 ร่วมกับ แกนนำคนอื่นเช่น “เพนกวิ้น” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ อานนท์ นำภา

ต่อมาคดีนี้ถูกฟ้องทั้ง มาตรา 116 และ มาตรา 112 ทำให้ “สมยศ” ต้องเผชิญคดีความหลายคดีต่อเนื่อง โดยเขาเคยเปิดเผยว่า มีคดีความรวมกว่า 10 คดี จากการเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ทั้งคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ซึ่งศาลยกฟ้องทั้งหมด) และคดีมาตรา 112 อีกหลายคดี

อย่างไรก็ตาม “สมยศ” ยังคงเคลื่อนไหวรณรงค์เรื่องนิรโทษกรรมประชาชน และการรวม มาตรา 112 ไว้ในกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อยุติความขัดแย้งทางการเมือง และในการทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่นี่เอง ที่ทำให้เกิดกรณีล่วงละเมิดทางเพศ “คุณ A”

ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน “สมยศ” เคยเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ประสบปัญหาเศรษฐกิจ จึงผันตัวมาเป็นไรเดอร์ ส่งอาหารกับแพลตฟอร์ม Grab เพื่อหาเลี้ยงชีพ

ต้นเรื่อง จากปากคำ “คุณ A”

สำหรับต้นเรื่องของกรณีดังกล่าว มาจากบทสัมภาษณ์ของ “คุณ A” ที่เผยแพร่โดยเพจ socialgaze ซึ่งระบุว่า ได้รู้จักนักกิจกรรมอาวุโสรายหนึ่งจากการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง โดยอีกฝ่ายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงนักเคลื่อนไหวและผู้นำแรงงาน เคยถูกจำคุกในคดีการเมือง และได้รับการยอมรับจากนักกิจกรรมรุ่นใหม่จำนวนหนึ่ง

“คุณ A” เล่าว่า ในช่วงแรกอีกฝ่ายเข้ามาทำความรู้จัก ขอหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนชักชวนให้ช่วยงานแปล พาเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และให้คำแนะนำทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว จนเกิดความสนิทสนมและความไว้วางใจ โดยเธอมองอีกฝ่ายเสมือนเป็นอาจารย์และนักกิจกรรมรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์

ต่อมา เธอเริ่มรู้สึกผิดสังเกตกับความสัมพันธ์ เมื่ออีกฝ่ายใช้ถ้อยคำที่แสดงความสนิทสนมมากขึ้น ทั้งเรียกว่า “ที่รัก” ส่งข้อความว่า “คิดถึง” และถามว่าเมื่อใดจะได้พบกัน ขณะเดียวกัน มีบุคคลใกล้ชิดบางส่วนเคยเตือนให้เธอระมัดระวังเรื่องการสัมผัสร่างกายของนักกิจกรรมรายดังกล่าว

“คุณ A” กล่าวหาว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 โดยระบุว่า ในช่วงกลางคืนมีการสัมผัสร่างกายขณะนอนหลับ ก่อนที่ภายหลังจะเกิดเหตุที่เธอกล่าวหาว่า ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ยินยอม

เธอระบุว่า หลังเกิดเหตุได้ถามอีกฝ่ายว่าเหตุใดจึงทำเช่นนั้น แต่อีกฝ่ายตอบกลับในลักษณะว่า จำเรื่องดังกล่าวไม่ได้ ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังและโกรธ แต่ขณะนั้นยังไม่กล้าเปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่น เนื่องจากความอับอาย ความกลัวว่าจะถูกตั้งคำถาม และความกังวลว่าไม่มีหลักฐาน

ต่อมา “คุณ A” ยังกล่าวหาว่า เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกระหว่างเดินทางไปเชียงใหม่ แม้เธอจะบอกว่าไม่ต้องการหลายครั้งก็ตาม ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองยังเกี่ยวข้องกับเรื่องงาน การเงิน การเดินทาง และการพึ่งพากันในหลายด้าน ทำให้เธอยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวต่อสาธารณะในเวลานั้น

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึงความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา โดยระบุว่า เมื่อพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ในอดีต มักได้รับคำตอบในลักษณะว่า “เรื่องมันนานแล้ว จะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไมอีก” ก่อนที่ความสัมพันธ์จะมีปัญหารุนแรงขึ้น และเธอยังกล่าวหาว่า เคยเกิดเหตุใช้กำลังระหว่างการทะเลาะกันด้วย