xs
xsm
sm
md
lg

ส่องเบื้องหลังร่างงบฯ ปี 70 งบฝีแตก-ตัดถนนกระจุกอีสานใต้ แฉบางจังหวัดคัดลอก-ตัดแปะโครงการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



Sondhi X - เสวนาส่องเบื้องหลังพิจารณาร่างงบฯ ปี 70 "ศิริกัญญา" เปรียบงบฝีแตก เผยตัดถนนยังกระจุกอีสานใต้ พบงบฯ ลดแต่โครงการเกิน 600 ล้านยังเท่าเดิม รับตกใจ ศธ.หักค่าต๋ง 40% เข้าส่วนกลาง "วทันยา" ชมรัฐหั่นงบฯ ซ้ำซ้อน แต่ห่วงค่าใช้จ่ายคนสูง 40% ชี้ถ้าเป็นบริษัทล้มละลายนานแล้ว ตลกของบฯ AI แต่เพิ่มคนด้วย แฉบางจังหวัดคัดลอก ตัดแปะโครงการ
.
เป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับวงเสวนา “Behind Closed Doors ส่องเบื้องหลังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ที่คนนอกไม่รู้” ซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ร่วมกับ ชมรมนักข่าวไทย , ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอรัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค , บริษัท แฮนด์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ร่วมเสวนา
.
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.วิฯ งบปี 70 ได้มองงบประมาณรายจ่ายฯ ปีนี้เปรียบดั่งงบฝีแตก เสมือนปัญหาที่หมักหมมเอาไว้ไม่สามารถปิดได้อยู่ ต้องปล่อยให้หนองไหลออกมาเพื่อรักษาต่อไป
.
โดย น.ส.ศิริกัญญา ยกตัวอย่างการปรับลดงบฯ บางหน่วยงาน อาทิ กรมทางหลวง ที่ในปีนี้แม้จะสามารถตัดลดงบฯ ตัดถนนได้ ก็ยังพบมีการกระจุกอยู่ในพื้นที่อีสานใต้ ที่สำคัญจำนวนโครงการที่มีมูลค่าเกิน 600 ล้านบาท ยังเท่าเดิม ในขณะที่โครงการขนาด 450-600 ล้านบาท กลับมีอยู่เพียง 1-2 โครงการ จึงเกิดการแข่งขันสูงมากของเอกชนเพื่อที่จะได้สิทธิ์เลื่อนขั้นไปสู่ชั้นพิเศษในการได้รับงานในโครงการที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเรื่องทำนองนี้ก็พบใน กรมโยธาธิการ , กรมชลประทาน เช่นกัน
.
ขณะที่ในกระทรวงศึกษาธิการก็พบว่า มีการหักค่าต๋งของโครงการต่างๆ เก็บไว้ 40% เพื่อเป็นงบประมาณเหลือจ่ายให้ส่วนกลางนำไปทำโครงการอื่น ก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจเหมือนกัน ทั้งนี้ตนไม่ได้บอกว่ามีการทุจริตคอรัปชั่น เพราะยังตรวจไม่พบ ซึ่งหากมองอีกมุมกระทรวงฯ ได้งบฯ 300,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินเดือนข้าราชการ เงินอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนเหลือให้หน่วยงานต่างๆ แค่หลักพันล้านบาท อย่างที่เคยได้ยินว่า รัฐมนตรีไม่มีอำนาจที่จะใช้จ่ายหรือคิดโครงการได้ในช่วงกลางปีแต่ก็มีงบฯ แค่พันล้านบาท ซึ่งน้อยมาก ก็เลยอาจต้องใช้วิธีนี้ จึงแนะนำให้มีการของบฯ อย่างตรงไปตรงมาจากสำนักงบฯ
.
ส่วนงบฯ ก่อสร้างอาคารของแต่ละหน่วยงานราชการในปีนี้ก็ถูกปรับลดเยอะเช่นกัน โดย น.ส.ศิริกัญญา อธิบายว่า เวลาที่เราดูงบฯ ก่อสร้าง ถ้ามันเป็นก่อสร้างอย่างเดียว อิฐ หิน ปูน ทราย มีราคากลางของวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมันจะหนักไปทางถูกกว่าท้องตลาด แต่ว่าการก่อสร้างมันชอบมาพร้อมการตกแต่งภายใน มีการบวกเหมือนให้อยากได้ราคาเท่ากับที่วางไว้ พอจับไปก็เจอตลอด
.
นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังเล่าถึงเบื้องหลังในการประชุมด้วยว่า มันมีพลวัตของอำนาจอยู่ในนั้น
.
"บางหน่วยมานี่แบบโอ้โห สส.นี่แทบจะแบบว่า เบ่งกล้าม แบบแทบจะหืม กดลงดิน เพราะว่าเราก็ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจในการแก้ไขตัวงบประมาณให้คุณให้โทษเขาได้ แต่ว่าพอหลายๆ หน่วยเข้ามานี่คือ สส.ตัวเล็ก แล้วก็แบบให้ท่านปลัดฯ เดินมาแล้ว เฮอะ สวัสดี เป็นยังไงบ้าง ไม่ก็นั่งเท่ๆ หรือชี้หน้าด่ากัน ในกระทรวงที่เขารู้สึกว่าเขามีอำนาจให้คุณให้โทษกับ สส.ได้"
.
ด้าน น.ส.วทันยา บุนนาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.วิฯ งบปี 70 กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงในการจัดทำงบประมาณในปีนี้ คือการส่งข้อมูลในรูปแบบของไฟล์แทนกระดาษ ทำให้การตรวจสอบง่ายขึ้น พร้อมชื่นชมรัฐบาลกล้าตัดสินใจในการหั่นงบฯ ที่ซ้ำซ้อน เช่น ซ่อมถนน ขุดน้ำบาดาล ประมาณ 20,000 ล้านบาท พร้อมตั้งข้อสังเกตุถึงงบฯ ลงทุนที่ถูกบีบให้เหลือขั้นต่ำ 15% หน่วยงานรัฐจึงพยายามจับโครงการให้เข้าไปอยู่ในงบฯ ให้มากที่สุด โดยตั้งไว้ตามขั้นต่ำที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเพื่อสร้างงบฯ ผูกพันในปีถัดๆ มา
.
อย่างไรก็ตาม น.ส.วทันยา มองว่า การทำงบประมาณปี 70 เป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงตัวเองของหน่วยงานรัฐ หลังจากที่ส่วนใหญ่ถูกตัดไปกันถ้วนหน้า ขณะที่งบฯ ปีนี้ราว 3.788 ล้านล้านบาทนั้น เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากรทั้งหมดอยู่ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท หรือราว 40% ของงบฯ ทั้งหมด ซึ่งตนกังวลว่า สิ่งนี้จะเป็นภาระการคลังในระยะยาว ขณะที่บางหน่วยงานใช้วิธีลดงบฯ ดำเนินงาน แต่กลับเพิ่มคนเข้าไป
.
"มันต้องกลับมาดูมากกว่าว่า ถ้าลักษณะโครงสร้างงบฯ คนคือปัจจัยที่ตัดออกยากที่สุดและมันมีแต่จะเพิ่มแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายถึงว่า ในงบประมาณปีถัดๆ ไป แนวโน้มก็คือ งบฯ ดำเนินงานก็จะต้องถูกตัดอีกๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ผ่าตัดโครงสร้างใหญ่จริงๆ งบฯ ประเทศในระยะยาวเหนื่อยแน่นอน ถ้าเปลี่ยนจากงบฯ ประเทศเป็นงบฯ บริษัท บริษัทนี้ล้มละลายไปนานแล้ว"
.
น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนว่ามันตลกร้ายซ้ำขึ้นไปอีกก็คือ ในปีนี้ทุกหน่วยมีการเสนองบฯ เรื่องระบบไอที , ดิจิทัล , ความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามา ซึ่งในการใช้ AI นั้น สิ่งที่คาดหวังคือประสิทธิภาพงานต้องดีขึ้น และผู้ปฏิบัติงานต้องลดลงเนื่องจากนำเทคโนโลยีมาใช้แทน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นงบฯ ทางด้านไอทีเพิ่ม งบฯ คนก็เพิ่มด้วย
.
ขณะเดียวกัน น.ส.วทันยา ก็ได้แสดงความเป็นห่วงต่อนโยบายการเออร์ลี่รีไทร์ โดยมองว่า จะทำให้คนที่มีความสามารถออกจากราชการ
.
นอกจากนี้ น.ส.วทันยา ยังเล่าถึงความแปลกในการจัดทำงบฯ ของบางกระทรวงด้วยว่า พบมีการอ้างอิงคู่เทียบราคาสิ่งของอยู่เพียง 2-3 บริษัทเดิมๆ บางบริษัทเพิ่งจะมีรายได้อยู่ปีละหลักแสนบาทแต่สามารถประกวดราคาในโครงการหลักสิบ-ร้อยล้านบาทได้ หรือกรณีที่บางจังหวัดขอโครงการผิดเพราะไปคัดลอกมา
.
"เราหวังว่างบทุกบาททุกสตางค์ที่มันใช้มันควรจะต้องถูกใช้อย่างระมัดระวังและด้วยความคุ้มค่า แต่ว่าสิ่งที่เราเจอมันกลายเป็นว่า หน่วยงานราชการ เรายังไม่กล้าพูดไปถึงว่าจริงๆ เขาอาจจะนั่งเทียน ดูแล้วตัดแปะมา เหมือนไม่ได้ถูกคิดมาเพื่อเป้าหมายของวัตถุประสงค์ของการใช้เงินจริงๆ"
.
ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว.เปรียบเทียบงบฯ ปี 70 เหมือนคนเป็นโรคร้ายแต่กินแค่ยาแก้ปวด จึงอยากเห็นการจัดทำงบฯ แบบใหม่ เช่น งบประมาณฐานศูนย์มาใช้ ลดขนาดราชการ จัดการหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนควบคู่การแก้และยกเลิกกฏหมาย และรัฐบาลควรมีแบบแผนให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมองการพิจารณางบฯ ของ ส.ว.เหมือนเป็นเพียงแค่พิธีกรรม บางหน่วยงานรัฐไม่ให้ความสำคัญและไม่สามารถตอบคำถามถึงผลประโยชน์ต่อประชาชนได้
.
เช่นเดียวกับ นายวีรยุทธ สร้อยทอง ส.ว.ในฐานะ กมธ.วิฯ งบปี 70 วุฒิสภา ที่มองการพิจารณาเป็นเหมือนพิธีการ ไม่มีการเจาะลึก ขณะที่การจัดทำงบฯ ในปีนี้แม้จะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็พบบางหน่วยงานใช้วิธีโยกงบฯ ไปอยู่ในส่วนอื่น เช่น การตั้งที่ปรึกษา มีการจัดสรรในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหน่วยงาน ซึ่ง ส.ว.ก็ทำได้เพียงติดตามการใช้งบฯ เหล่านั้นต่อ โดยตนเสนอให้มีการกระจายอำนาจให้ชัดเจนส่วนใดเป็นของส่วนกลางหรือท้องถิ่น ขณะที่การยุบหน่วยงานต้องดูว่าประชาชนจะได้รับผลประทบด้วยหรือไม่
......
Sondhi X