รัสเซียและจีน ต่างคัดค้านการเร่งขยายขีดความสามารถทางทหารของญี่ปุ่น ท่ามกลางประเด็นถกเถียงหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับความประสงค์ของโตเกียวในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดย จาง ฮั่นฮุ่ย เอกอัครราชทูตปักกิ่งประจำมอสโก ถึงขั้นเตือนโตเกียวอย่าคิดเล่นกับไฟ เนื่องจากนโยบายต่างๆของพกวเขานั้นอาจกระตุ้นการแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่
ในบทความที่นำเสนอผ่านสำนักข่าวทาสส์ สื่อมวลชนรัสเซีย เมื่อวันพฤหัสบดี(20ส.ค.) จางบอกว่าทั้งมอสโกและปักกิ่งมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในเรื่องของญี่ปุ่น ทั้ง 2 ชาติจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งการระแวดระวังระดับสูงและคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการเร่งขยายขีดความสามารถทางทหารและการเสาะแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น
เอกอัครราชทูตรายนี้เตือนว่า ถ้าโตเกียวตัดสินใจสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง สมดุลทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือจะเกิดความปั่นป่วนโดยสิ้นเชิง และการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์อาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ "ถ้าขุมกำลังฝ่ายขวาของญี่ปุ่นยังคงคิดเล่นกับไฟด้วยนโยบายนิวเคลียร์ ท้ายที่สุดแล้ว ญี่ปุ่นจะพบว่าตนเองต้องกลับไปยืนอยู่ในฐานะจำเลยบนหน้าเวทีประวัติศาสตร์อีกครั้ง"
เสียงเตือนนี้มีขึ้นหลังจากเมื่อเดือนธันวาคม 2025 เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบนโยบายด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ แนะนำให้ญี่ปุ่นควรพิจารณามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ในขณะที่ร่มนิวเคลียร์ของสหรัฐฯเริ่มไม่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ "ในท้ายที่สุดแล้ว เราก็สามารถพึ่งได้แต่ตัวเราเอง" เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุ
ต่อหน้าสาธารณะแล้ว ทากาอิจิ เน้นย้ำว่า ญี่ปุ่น ยังคงยึดถือหลักการสามประการที่ไม่ใช่นิวเคลียร์ นโยบายที่มีมาอย่างยาวนานที่เน้นย้ำว่าโตเกียวจะไม่ครอบครอง ผลิต หรืออนุญาตให้นำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในประเทศ อย่างไรก็ตามเธอตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักการประการหลังสุด ส่วน ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหม อ้างว่า "หัวข้อหนึ่งๆที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คือเรื่องอาวุธนิวเคลียร์" และระบุว่าควรมีการถกเถียงในประเด็นี้ โดยปราศจากข้อห้ามใดๆ
จากท่าทีดังกล่าว เอกอัครราชทูตจาง กล่าวหาว่าพวกผู้นำญี่ปุ่นกำลังปิดซ่อนความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ ไว้เบื้องหลังสถานะของประเทศ ในฐานะประเทศเดียวในโลกที่ทุกข์ทรมานจากระเบิดปรมาณูในสงคราม พร้อมระบุพวกผู้นำญี่ปุ่น เริ่มการทดลองที่อันตรายในด้านนโยบายด้านนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันก็พยายามฟื้นฟูจิตวิญญาณแห่งลัทธิทหารนิยม
เอกอัครราชทูตจางยังได้กล่าวถึงศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น เท้าความกรณีที่ประเทศแห่งนี้ครอบครองพลูโทเนียมสำหรับกิจการพลเรือนที่ผ่านการแยกสกัดแล้วในปริมาณราวๆ 44.4 ตัน "มันเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับการผลิตหัวรบนิวเคลียร์ราวๆ 5,500 ลูก" เขากล่าว "สืบเนื่องจากความปรารถนาและศักยภาพที่เหมาะสม การที่ญี่ปุ่นจะก้าวมาเป็นมหาอำนาจทางนิวเคลียร์ ไม่ใช่เรื่องราวที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล่าจินตนาการอีกต่อไป"
ด้าน รัสเซีย ก็ส่งเสียงแสดงความกังวลเช่นกัน โดย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ เรียกความเคลื่อนไหวถกเถียงกันเกี่ยวกับหลักการไม่เอานิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ว่าเป็น "การส่งสัญญาณที่น่ากังวล" ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตือนว่าการละทิ้งนโยบายดังกล่าวจะทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเลวร้ายลง
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)

