แม้พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ด้านการบินจะเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพสกนิกรชาวไทยอยู่แล้ว ด้วยทรงสำเร็จการฝึกอบรมและศึกษาหลักสูตรการบินจากหน่วยงานทหาร ทั้งกองทัพอากาศและโรงเรียนการบินทหารบก ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินของสหภาพยุโรป โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย อีกด้วย อีกทั้งยังทรงมีความเชี่ยวชาญในการบังคับอากาศยานหลายแบบ เช่น เครื่องบินฝึกแบบ Cessna T-41, CT-4E และ PC-9 ทรงผ่านการประเมินและทดสอบมาตรฐานระดับสูง จนได้รับใบอนุญาตนักบินของสหภาพยุโรปจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งเยอรมนี และใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และทรงเคยเข้าฝึกบินกับเครื่องบินฝึกเครื่องยนต์ไอพ่นแบบ L-39 ณ โรงเรียนการบินกองทัพอากาศ อำเภอกำแพงแสน
หากแต่นี้จะเป็นการจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ไทย และประวัติศาสตร์โลกเลยก็ว่าได้ ที่สมเด็จพระราชินี ผู้เป็นพระมิ่งขวัญของแผ่นดินเคียงคู่พระราชหฤทัยจอมทัพไทย จะทรงทำการฝึกบินเครื่องบินขับไล่(Gripen) หรือ Saab JAS 39 Gripen ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์สมรรถนะสูงสัญชาติราชอาณาจักรสวีเดน
โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ได้เสด็จฯเป็นการส่วนพระองค์ ไปประทับแรม ณ เขื่อนรัชชประภา จ. สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน เพื่อทรงทำการฝึกบินเครื่องบิน Gripen ผ่าน ซีมูเลเตอร์ (Simulator) ตามขั้นตอนมาตรฐานของกองทัพอากาศ เพื่อพัฒนาไปสู่การทำการบินเดี่ยว (Solo Flight) โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดูแลและถวายคำแนะนำตลอดการฝึกอย่างใกล้ชิด ณ กองบิน7 อันเป็นเป็นกองบินขับไล่ อยู่ในส่วนกำลังรบและเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพอากาศไทย
การที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระปรีชาสามารถด้านการบินนี้ ได้ทรงสร้างความที่ประทับใจและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติต่อภาพลักษณ์ "สตรีผู้ทรงพลัง" ที่ทรงเข้มแข็งและสง่างามอย่างแท้จริง

