ลำพูน – ญาติพี่น้องครอบครัวยังคาใจ-ไม่รับศพกลับ..หลังนำคุณแม่ชาวลี้ 32 ปี เข้าทำคลอดโรงพยาบาลลี้ ตามหมอนัดแล้วเสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูก ขณะที่ รพ.แจงยิบ ปมดับจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด
กรณีนายชาคริต ชาตรียินดี อายุ 31 ปี พาภรรยาคือนางสาวจิราพร วงศ์พบสุข อายุ 32 ปี ที่ตั้งครรภ์ 9 เดือน หรือ 40 สัปดาห์ ไปคลอดลูกตามแพทย์นัด ที่โรงพยาบาลลี้ จ.ลำพูน ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 17 สิงหาคม 2569 แต่ปรากฏว่า นางสาวจิราพร กลับเสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูกหลังเที่ยงคืน 18 สิงหาคม 2569 ทำให้สามีและญาติๆต่างคาใจสาเหตุการเสียชีวิต ทั้งๆที่ไปคลอดตามปกติที่หมอนัด ร่างกายแข็งแรง
ล่าสุด วันนี้(21 ส.ค.) นายชาคริต สามี เปิดเผยว่า เสียใจมากเสียใจสุดๆ ครอบครัวตนกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้พูดอะไรไม่ออก ส่วนนายสุควร ชาตรียินดี ข้าราชการหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งเป็นพี่ชายของนายชาคริต และสูญเสียน้องสะใภ้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พวกเราคาใจสาเหตุการเสียชีวิตมาก ทำไมคนตั้งครรภ์ที่ร่างกายแข็งแรงปกติ พอไปคลอดตามที่หมอนัดกลับกลายเป็นเสียชีวิต สร้างความโศกเศร้าเสียใจแก่ครอบครัวมาก
เบื้องต้นทางโรงพยาบาลได้ทำหนังสือชี้แจงมาแต่ยังไม่ชัดเจน ไม่มีการระบุสาเหตุของการเสียชีวิตที่ชัดเจน ตอนนี้ได้นำร่างไปชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แม้ว่าทางโรงพยาบาลจะให้นำร่างออกมาดำเนินการตามประเพณีได้ แต่พวกเรายังไม่นำร่างออกมาจนกว่าจะได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนตามหลักทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนเรื่องการเยียวยายังไม่มีการพูดถึงใดๆทั้งสิ้น
ทั้งนี้โรงพยาบาลลี้ได้ออกหนังสือชี้แจงว่า โรงพยาบาลลี้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ชี้แจงกรณีเหตุการณ์มารดาเสียชีวิต ว่าหญิงตั้งครรภ์ อายุ 30 ปี เป็นครรภ์ที่ 2 ประวัติการฝากครรภ์ รพ.สต.บ้านห้วยต้ม และโรงพยาบาลลี้ รวมจำนวน 15 ครั้ง เป็นครรภ์ระดับความเสียงต่ำ หมายถึง ณ เวลาประเมินยังไม่พบปัจจัยหรือภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ และสะสามารถดูแลตามระบบฝากครรภ์ปกติได้ มาฝากครรภ์ตามนัด อายุครรภ์ 40 สัปดาห์ 1 วัน(ครบกำหนดคลคลอด)สูติแพทย์ประเมินให้นอนโรงพยาบาลเพื่อคลอดบุตร เวลา 11.30 น. ประเมินอาการแรกรับที่ห้องคลอด มดลูกบีบรัดตัว7 นาทีต่อครั้ง ไม่สม่ำเสมอ อัตราการเต้นของหัวใจเล็ก 142 ครั้งต่อนาที ตรวจภายใน พบ ปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร
เนื่องจากเริ่มมีปากมดลูกเปิด แต่มดลูกบีบรัดตัวไม่สม่ำเสมอ สูติแพทย์ประเมินไม่พบความเสี่ยงภาวะศีรษะทารกไม่สมดุลกับอุ้งเช็งเชิงกรานหรือ CPD Risk Score และสามารถคลอดธธรรมชาติทางช่องคลอดได้เอง และพิจารณาให้ยาส่งเสริมการคลอด โดยมีการติดตามการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ การบีบรัดตัวของมดลูก และสัญญาณชีพของมารดา ตามมาตรฐานการดูแลหญิงตั้งครรภ์ในห้องคลอด
เวลา 18.00 น. พบ ปากมดลูกเปิด 3 เซนติเมตร เวลา 20.30 น. ปากมดลูกเปิด 6 เซนติเมตร 21.30 น. ปากมดลกเปิด 9 เซนติเมตร และเวลา 22.00 น. ปากมดลกเปิด 10 เซนติเมตร ถุงน้ำคร่ำแตกตามธรรมชาติ นำคร่ำสีปกติ ตลอดเวลาสัญญาณชีพมารดาและอัตราการเต้นหัวใจทารกในครรภ์ปกติ เข้าสู่กระบวนการเบ่งคลอดทางช่องคลอด
ต่อมาหลังเบ่งคลอด 30 นาที พบว่า ไม่มีความก้าวหน้าของการคลอด และหัวใจทารกเริ่มเต้นช้าลง สูติแพทย์พิจารณาผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที ระหว่างเตรียมผู้ป่วยไปห้องผ่าตัด ผู้ป่วยเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก กระสับกระส่าย หายใจเหนื่อยแต่รู้สึกตัวดี ยังถามตอบรู้เรื่อง สัญญาณชีพ ระดับความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือดลดลง สูติแพทย์ประเมินว่าเป็นภาวะฉุกเฉินของมารดาในระยะคลอด พิจารณาให้ออกซิเจนและสารน้ำทางหลอดเลือดดำเพิ่มเติม
โดยมารดาเข้าถึงห้องผ่าตัดภายในเวลา 30 นาที เป็นไปตามมาตรฐานภายใต้การดูแล ของสูติแพทย์ และวิสัญญีเแพทย์ จากนั้นระดับความรู้สึกตัวมารดาลดลง ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจทันที โดยวิสัญญีแพทย์ ให้สารน้ำ จากนั้นระดับออกซิเจนในเลือดและดับความดันโลหิตกลับมาปกติ
เริ่มผ่าตัดคลอด เวลา 23.13 น. ทารกคลอดเวลา23.16 น. ระหว่างผ่าตัด พบว่า มารดามีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์และพยาบาลดำเนินการช่วยพื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง มีการให้ยาและสารนำเพื่อกระตุ้นสัญญาณชีพ และยังตรวจพบภาวะมดลูกไม่หดรัดตัว
ด้านทารกแรกเกิดได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์ พบว่า ทารกมีภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง ไม่ร้องไม่หายใจ กล้ามเนื้ออ่อน ตัวคล้ำ ฟังเสียงหัวใจทารกไม่ได้ ผลการประเมินคะแนนทารกแรกเกิดได้ศูนย์คะแนน ทีมแพทย์และพยาบาลดำเนินการช่วยพื้นคืนชีพทารกแรกเกิด (Neonatal Resuscitation) จนสุดความสามสามารถอย่างต่อเนื่อง แต่ทารกไม่ตอบสนอง จึงยุติการช่วยฟืนคืนชีพ เวลาประมาณ 04.19 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 25659
ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลลี้ ได้ประสานสูติแพทย์ อายุรแพทย์ ของโรงพยาบาลลำพูน และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เกี่ยวกับการดูแลรักษาและประสานส่งต่อผู้ป่วยระยะวิกฤตทางสูติกรรม ระหว่างการดูแลก่อนส่งต่อ มารดามีภาวะหัวใจหยุดเต้นได้รับการฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง แต่ชีพจรและการไหลเวียนเลือดไม่สามารถกลับมาได้ จึงแจ้งญาติผู้ป่วย และยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ มารดาเสียชีวิตเวลา 01.31 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569
หลังเกิดเหตุการณ์ ผู้เกี่ยวข้องได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้ป่วยทันที พร้อมทั้งรายงานต่อหัวหน้าหน้าหอผู้ป่วยผู้บริหารทางการพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตามลำดับ
จากเหตุการณ์ดังกล่าวสูติแพทย์ กุมารแพทย์ พยาบาลหัวหน้าเวร และหัวหน้าหอผู้ป้าย ได้เข้าพบเพื่อที่แจงข้อเท็จจริง ทำความเข้าใจ และให้ข้อมูลเหตุการณ์แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน และได้ให้ผู้เกี่ยวข้องทบทวนสถานการณ์ กระบวนการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยสาเหตุ แนวทางการพัฒนาระบบบริการ และการดูแลช่วยเหลือทั้งนี้ ทีมแพทย์จากนิติเวชและพยาธิแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเฮียงใหม่ ในเบื้องต้นให้ความเห็นสาเหตุการตายมารดา ว่าเกิดจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amnionitis Fluid Embolism)
โรงพยาบาลลี้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาวะแทรกซ้อนนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการคลอดโดยธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอดบุตร ภาวะนี้พบได้น้อยมากในอัตราประมาณหนึ่งในแปดหมื่นของการคลอดบุตรทั้งหมด ภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่สามารถคาดการณ์หรือป้องกันได้ล่วงหน้า และมีอัตราเสียชีวิตสูงแม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทีมแพทย์และพยาบาลได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพและได้ร่วมกันทบทวนการดูแลรักษาอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการของโรงพยาบาลต่อไป ขอแสดงความเสียใจอย่างสูงอีกครั้งโรงพยาบาลลี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน 20 สิงหาคม 2569 MINISTRY OF PUBLIC HEALTH

