AI Passport เดินหน้าฝ่าเสียงค้าน เตรียมเปิดใช้ 31 สิงหาคมนี้ ท่ามกลางข้อกังขาปมล็อกสเปกและความปลอดภัยข้อมูล ด้าน ป.ป.ช. ยืนยันรับเรื่องตรวจสอบแล้ว ย้ำทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นห่วง
โครงการ TH-AI Passport เดินหน้าสู่การเริ่มใช้งานในวันที่ 31 สิงหาคม ท่ามกลางข้อสงสัยและเสียงคัดค้านที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะคำถามเรื่องการเอื้อประโยชน์หรือล็อกสเปกให้บริษัทเอกชน รวมถึงข้อกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน แต่ท่าทีของรัฐบาลยังชัดเจนว่าโครงการต้องเดินหน้าต่อ ขณะที่อีกด้าน ป.ป.ช.รับเรื่องตรวจสอบแล้ว
จุดที่น่าจับตาจึงไม่ได้มีเพียงว่า TH-AI Passport จะเดินหน้าได้ตามกำหนดหรือไม่ แต่คือ ป.ป.ช.จะตรวจสอบเรื่องนี้จริงจังแค่ไหน และจะมีมาตรการใดหากพบความผิดปกติ เพราะในเวลานี้โครงการกำลังเดินหน้า ขณะที่ข้อร้องเรียนยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่ามีการเอื้อประโยชน์หรือล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนหรือไม่ โดยระบุว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มาตรการทางคดี และมาตรการเฝ้าระวัง ทาง ป.ป.ช.ดำเนินการควบคู่กันอยู่แล้ว ทั้งการทำงานเชิงรุกและเชิงรับ ทั้งในแง่ของการเฝ้าระวัง และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงงานด้านการป้องกันการทุจริต ซึ่งมีนักสืบสวนเฝ้าระวังในพื้นที่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ส่วน ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. ยังมีมาตรการเชิงรุกที่สามารถตรวจจับหรือสแกน เพื่อลดข้อร้องเรียนการทุจริต ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง
ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยืนยันว่า ข้อมูลยังคงมีการจัดเก็บตามระบบและมาตรการที่กำหนดไว้ โดยการใช้งาน AI อาจมีการประมวลผลข้อมูลนอกประเทศ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับการใช้งาน AI ทั่วไป แต่เงื่อนไขสำคัญในสัญญาของโครงการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เอกชนหรือผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลของประชาชนไปจัดเก็บหรือประมวลผลต่อยอด เพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้หรือพัฒนาโมเดล AI ได้
นายไชยชนก กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับการใช้บริการ AI ฟรี หรือบริการ AI ทั่วไปในปัจจุบัน มีการจัดเก็บและส่งข้อมูลไปต่างประเทศอยู่แล้ว หากไม่ได้ตั้งค่าปิดตัวเลือกที่เกี่ยวข้อง แต่สำหรับ TH-AI Passport มีข้อกำหนดในสัญญาที่วางเงื่อนไขเรื่องการนำข้อมูลไปใช้ต่อไว้อย่างชัดเจน จึงถือว่ามีความปลอดภัยมากกว่าการใช้งาน AI แบบทั่วไป ทั้งนี้ กระบวนการลงทะเบียนทั้งหมดดำเนินการผ่านระบบของหน่วยงานรัฐที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานอยู่แล้ว
“เจตนาของโครงการคืออยากให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึง AI Model ที่เป็นรูปแบบ Pro ได้หลากหลายรูปแบบ เพราะบางคนอยากใช้แบบ Pro แต่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ โครงการนี้จึงเปิดโอกาสให้เข้ามาทดลองใช้หลายรูปแบบ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีและเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึง AI ได้มากขึ้น” นายไชยชนกกล่าว

