xs
xsm
sm
md
lg

“การดี” ตั้งคำถามสำคัญ...1,600 ล้านซื้อ AI ให้คนไทย แต่ใครถือ Prompt?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ขณะนี้ โครงการ TH-AI Passport กำลังเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า และจะให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม นี้

แม้จำนวนผู้ที่มาลงทะเบียนจะไม่ปังเหมือนโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่ใน 2 วันแรก (19-20 ส.ค.) มีกว่า 1 ล้านราย ก็ถือว่าไม่น้อย

“ดร.การดี เลียวไพโรจน์” สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยแสดงความคิดเห็นเรื่อง TH-AI Passport มาโดยตลอด ก็ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงอีกครั้ง เกี่ยวกับสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โดยตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงขณะนี้ฝ่ายตรวจสอบยังไม่ได้เห็นสัญญาฉบับจริง ทั้งระหว่างรัฐ กับผู้รับจ้าง และระหว่างผู้รับจ้างกับค่าย AI ทั้ง 14 ค่าย

และที่สำคัญคือ การที่ให้ผู้ใช้ยินยอมส่งข้อมูลไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจาก TOR เดิม ที่ระบุให้เก็บ และประมวลผลข้อมูลภายในประเทศไทย...แบบนี้จะเป็นช่องทางให้ข้อมูลส่วนบุคคลอาจรั่วไหล หรือไม่?
จึงเรียกร้องว่า ต้องมีหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ จากทั้ง 14 ค่าย AI ว่า จะไม่นำ “Prompt” หรือ “ข้อมูลพฤติกรรมของคนไทย” ไปใช้ประโยชน์ต่อในต่างประเทศ...หากยืนยันไม่ได้ เห็นว่าควรยุติโครงการทันที !
โครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1,600 ล้านบาท ให้สิทธิใช้ AI ระดับ Pro/Premium จาก 14 ค่าย และมีเป้าหมาย 5 ล้านสิทธิ์ โดยรัฐบาลอธิบายว่า ต้นทุนเฉลี่ย อยู่ราว 27.50 บาทต่อคน ต่อเดือน
รัฐจ่ายเงิน 1,600 ล้านบาท แล้วข้อมูลที่ประชาชนป้อนเข้า AI ถูกส่งไปไหน ใครถือข้อมูล ใครมีสิทธิใช้และมีหลักประกันทางสัญญาอะไร โดยเฉพาะประเด็น Prompt?


นี่คือคำถามสำคัญที่ “ดร.การดี” ถามแทนประชาชนที่ยังลังเล ไม่กล้าลงทะเบียน ซึ่งรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ที่เป็นเจ้าของโครงการ ต้องออกมาตอบให้ชัด!


ขณะเดียวกันก็อาจมีคำถามกลับว่า “การดี” มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ดีแค่ไหน จึงออกมาแสดงความเห็น หรือเพียงแค่ออกมาเต้น เพราะเป็น สส.ในซีกฝ่ายค้าน


ประวัติของ “ดร.การดี” ค่อนข้างชัดว่าเป็นสายเทคโนโลยี–นวัตกรรม–อนาคตศึกษา มากกว่านักการเมืองสายกฎหมายหรือรัฐศาสตร์ ที่อาศัยตีฝีปาก สร้างวาทกรรมตอบโต้


การศึกษาของเธอ คือ ปริญญาตรี วิศวกรรมอุตสาหการ SIIT ม.ธรรมศาสตร์... ปริญญาโท วิศวกรรมอุตสาหการ University of Wisconsin–Madison ...ปริญญาเอก วิศวกรรมอุตสาหการ University of Wisconsin–Madison


เคยเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงเคยเป็นกรรมการผู้จัดการ C ASEAN ซึ่งทำงานด้านเครือข่ายธุรกิจและเทคโนโลยีในอาเซียน


ที่น่าสนใจกว่านั้น เธอเคยมีบทบาทในวงการ Blockchain, Digital Asset และ Deep Tech รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการนำ Deep Tech ไปใช้เชิงพาณิชย์ และเคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ ETDA ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย


พูดง่ายๆคือ แม้เธอจะไม่ใช่ “ผู้เชี่ยวชาญ AI โดยตรง” แต่เป็นคนที่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล + นวัตกรรม + Digital Economy + Deep Tech + Future Foresight ค่อนข้างชัดเจน


และการที่ ETDA เคยแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก็เป็นหลักประกันได้ว่า เธอมีประสบการณ์ใน ecosystem ดิจิทัลจริง ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาแตะเรื่องนี้ตอนเป็นนักการเมือง


ในเมื่อลงมาเล่นการเมืองแล้ว ก็ถือว่า “การดี” จับประเด็นการเมืองได้คมทีเดียว เพราะเธอไม่ได้บอกว่า “AI Passport อันตราย” หรือ ต่อต้าน AI แบบเอาหัวชนกำแพง


แต่เป็นการตั้งคำถามว่า “สิ่งที่รัฐเขียนไว้ใน TOR กับสิ่งที่ประชาชนกำลังถูกบังคับให้ยอมรับตอนสมัคร มันตรงกันหรือไม่? มันสามารถไว้วางใจได้หรือไม่?”


เพราะ TOR ที่ถูกอ้างถึง ระบุเรื่องการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายในประเทศไทย ขณะที่เงื่อนไขการใช้บริการกลับระบุเรื่องการส่งข้อมูลไปยังโมเดล AI ที่ผู้ใช้เลือก ซึ่งอยู่ที่ต่างประเทศ


จึงขมวดออกมาเป็นข้อสรุปที่คนไทยยังข้องใจว่า ...“1,600 ล้านซื้อ AI ให้คนไทย แต่ใครถือ Prompt?”