กระแสความนิยมของยาดมไทยที่กำลังขยายตัวไปในหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่ชื่นชอบสินค้าแนวสมุนไพร กำลังเผชิญปัญหาส่งออก เมื่อมีรายงานว่าผู้จัดงานแสดงสินค้าในจีนบางแห่งได้รับคำสั่งไม่อนุญาตให้นำสินค้าประเภทยาดมเข้าร่วมจัดแสดง เนื่องจากติดข้อกำหนดด้านกฎหมายและการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ของทางการจีน
สำหรับการห้ามนำยาดมไทยเข้าจีนจึงกลายเป็นความกังวลของผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก เนื่องจากจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านจำนวนผู้บริโภค กำลังซื้อ และความนิยมสินค้าเพื่อสุขภาพและสมุนไพรจากธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้หารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ภายหลังคณะกรรมการสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) วาระปี 2569-2571 เข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหาการส่งออกสินค้าไทย โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือกรณีที่จีนไม่อนุญาตให้นำยาดมไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ขณะที่ผู้ประกอบการเครื่องประดับเงินของไทยก็เผชิญข้อจำกัดในตลาดอินเดียเช่นกัน
ทั้งนี้ DITP ยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ การขยายตลาดส่งออก การผลักดันให้เข้าร่วมโครงการ SMEs Pro-active ตลอดจนการช่วยเหลือแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวรับมือกับกฎระเบียบที่ซับซ้อนมากขึ้นได้
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลของจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากการกีดกันสินค้าจากไทยโดยตรง แต่เป็นผลจากการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่คนไทย ยาดมอาจเป็นสินค้าสามัญประจำบ้านที่ใช้บรรเทาอาการวิงเวียน คัดจมูก หรือช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่ในมุมมองของหน่วยงานกำกับดูแลจีน สินค้าประเภทนี้อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย หรือสินค้าที่มีสารออกฤทธิ์ซึ่งต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมอย่างเมนทอล การบูร พิมเสน น้ำมันยูคาลิปตัส หรือสารสกัดจากสมุนไพรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสูดดมเข้าสู่ร่างกาย หน่วยงานกำกับดูแลของจีนมักกำหนดให้ต้องมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ผลการทดสอบความปลอดภัย และเอกสารรับรองมาตรฐานที่ชัดเจนก่อนอนุญาตให้นำเข้า จัดแสดง หรือจำหน่าย
จากปัญหาการส่งออกยาดมจีงสะท้อนภาพการค้าโลกยุคใหม่ได้ชัดเจน เพราะการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ความนิยมของสินค้าเพียงอย่างเดียวต่อไป แม้ยาดมไทยจะได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคต่างชาติและมียอดขายเติบโต แต่หากไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศปลายทางได้ ก็อาจไม่สามารถเข้าถึงตลาดได้เช่นกัน
แหล่งข่าวด้านการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะจีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา กำลังใช้มาตรการด้านมาตรฐานสินค้า ความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแลตลาดภายในประเทศ ส่งผลให้ผู้ส่งออกต้องลงทุนเพิ่มทั้งด้านการวิจัย การทดสอบ และการรับรองมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ยังมี ความเข้มงวดของจีนยังสะท้อนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาลจีนให้ความสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้สินค้านำเข้าหลายประเภทต้องเผชิญขั้นตอนการอนุญาตที่ซับซ้อนขึ้น ไม่เฉพาะสินค้าจากไทยเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ประกอบการจากหลายประเทศทั่วโลก
ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นกับยาดมไทยในจีน และเครื่องประดับเงินไทยในอินเดีย จึงเป็นภาพสะท้อนว่าผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความท้าทายรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่เรื่องภาษีนำเข้าเหมือนในอดีต แต่เป็นเรื่องของมาตรฐาน กฎระเบียบ และข้อกำหนดทางเทคนิคที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ และความพร้อม รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
ถึงแม้จะเป็นอุปสรรคในระยะสั้น แต่ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการไทยไม่อาจมองข้าม ด้วยจำนวนประชากรกว่า 1,400 ล้านคน และความนิยมสินค้าแนวสมุนไพรจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตชึ่งหากสามารถปรับตัว และศึกษากฎระเบียบล่วงหน้า และยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของจีนได้ ก็ยังมีโอกาสสร้างการเติบโตในตลาดจีนได้
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่าเหตุการณ์ยาดมไทยถูกจำกัดการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในจีนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการห้ามสินค้าชิ้นหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณเตือนส่งออกไทยว่ายุคการค้าสมัยใหม่ ต้องมี“มาตรฐาน” จึงกลายเป็นกำแพงที่ทรงพลังยิ่งกว่าภาษีนำเข้า ผู้ส่งออกไทยต้องปรับกฎเกณฑ์เข้าใจกติกาให้มากขึ้นก็จะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก

