ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “สส. พรรคส้ม” เขต 1 พร้อมเข้าพบ DSI หลัง มีข่าวถูกเรียกให้ปากคำ สอบปมร้อน เอี่ยวนอมินีซุกอสังหาฯ 100 ล. เอื้อต่างชาติ เจ้าตัวเคลียร์พร้อมให้ข้อมูล ยันไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมยืนหยัดสู้ด้วยกฎหมายถึงที่สุด
จากกรณีมีกระแสข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมออกหมายเรียก ให้ สส.เขต 1 ภูเก็ต พรรคส้ม หรือ พรรคประชาชน เข้าให้ปากคำ ปมมีชื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทกว่า 30 แห่ง ซึ่งไม่มีการประกอบธุรกิจจริง แต่มุ่งเน้นการถือครองที่ดินและอาคารชุดมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทร่วมกับชาวต่างชาติ เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน หลังมีข้อร้องเรียนที่มีผู้สงสัยว่าบุคคลซึ่งเป็น สส. สังกัดพรรคประชาชน กระทำผิดกฎหมายนอมินีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงตั้งเรื่องไว้เพื่อสืบสวนสอบสวน โดยจะต้องเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิงเข้ามาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง พร้อมนำเอกสารทั้งหมดมาชี้แจงว่าบุคคลได้ถือหุ้นแทนบุคคลต่างชาติจริงหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ อยู่ในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้
จนประเด็นดังกล่าวกลายเป็นกระแสดังในโซเยล และมีการถามและอยากให้มีการชี้แจงจาก ผู้ที่ถูกออกหมายเรียก ล่าสุด นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภุเก็ตเขต 1 พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเพจ “สมชาติ เตชถาวรเจริญ - สส.ภูเก็ต เขต 1 พรรคประชาชน” ระบุว่า จากกรณีที่มีสื่อมวลชนบางสำนัก กล่าวหาผมอย่างรุนแรงว่า “ผมเป็นนอมินีให้กับคนต่างด้าว” วันนี้ ผมจะเดินทางไปพบ DSI เพื่อแสดงตนด้วยความบริสุทธิ์ใจ พร้อมให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ รวมถึงแจ้งความประสงค์ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบกรณีดังกล่าวจนสิ้นกระแสความอย่างเต็มที่ พร้อมมาทุกนัด เพราะถึงไม่นัด ผมก็มา
ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ผมไม่ได้กระทำการอันใดตามที่ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น ผมเป็นเพียงนักธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท โดยหนึ่งในธุรกิจที่ผมได้มีการลงทุนและเป็นที่มาของข้อกล่าวหาอันเกินเลยไปจากข้อเท็จจริงนี้ ได้แก่ ธุรกิจอันเกี่ยวเนื่องกับการลงทุนและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ โดยผมขอยืนยันว่า ในการดำเนินธุรกิจของผม ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวตารางมิลลิเมตรเดียวของแผ่นดินไทยที่ตกไปอยู่ในมือของคนต่างด้าว หรือจะถูกชาวต่างชาติใด ๆ ฉกฉวยไปจากมือของคนไทย และผมจะไม่มีวันดำเนินการใด ๆ ให้เกิดผลเช่นนั้นเป็นอันขาด
ผมขอฝากทิ้งไว้ในส่วนท้ายว่า การเล่นการเมืองจนเกินขอบเขต ไม่ว่าจะสีใดก็ตาม หากก้าวล้ำเกินไปกว่าขอบเขตที่กฎหมายกำหนด และล้วงล้ำเข้ามาในเขตแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพอันชอบธรรมของปัจเจกชนเช่นผม ผมจะยืนหยัดสู้อย่างเต็มที่ด้วยกรอบและกระบวนวิธีทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพราะหากแม้แต่จะปกป้องสิทธิของตนเองยังไม่ได้ คงมิกล้าที่จะอาสาเป็นผู้แทนของประชาชนและต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิและอำนาจอันสูงสุดของประชาชนต่ออำนาจมืดนอกกระดานใด ๆ
อย่างไรก็ตามหลังมีการโพสต์ข้อความดังกล่าว มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการให้กำลังใจ

