xs
xsm
sm
md
lg

ล็อกเป้า “ทองเจือ” ที่ปรึษาอนุทิน ปมประสาน มศว จุดเชื่อมโยงล่าจอมบงการโกงสอบท้องถิ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น กำลังจะถูกรวบรัดตัดจบ ไม่ให้ไปถึงนักการเมือง

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี “รังสิมันต์ โรม” เป็นประธาน จึงเชิญผู้เกี่ยวข้อง 16 ราย เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

แต่มีเพียงผู้แทนจากมหาวิทยาลัยบูรพา และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) เข้าให้ข้อมูล ส่วนบุคคลสำคัญอื่นๆไม่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล, เลขาธิการ ป.ป.ช. , ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์, พันตำรวจเอกอุเทน นุ้ยพิน, ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์, นายมนัส สุวรรณรินทร์, นายขจร ศรีชวโนทัย, นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์, นายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล, นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ และ นายวันชัย จันทร์พร
โดยเฉพาะ “ทองเจือ ชาติกิจเจริญ” ซึ่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีนั้น “รังสิมันต์ โรม” บอกว่าจะต้องเชิญมาให้ข้อมูลในครั้งถัดไป เพราะเป็นบุคคลสำคัญ ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องในคดีนี้ เสมือนเป็นข้อต่อที่จะเชื่อมโยงไปสู่ฝ่ายการเมือง เพราะมีการระบุว่า เป็นผู้ไปติดต่อ มศว.

จุดที่ต้องจับตาเพราะเป็นหัวใจของเรื่อง และต้องตั้งคำถาม คือ ทำไม “ทองเจือ” ซึ่งไม่ใช่คนที่อยู่ในระบบจัดสอบ จึงเข้าไปคุยกับ มศว.

ทองเจือ ชาติกิจเริญ
“โรม” บอกว่า ตัวแทน มศว. ให้ข้อมูลว่า มีบุคคลเข้ามาติดต่อ หรือประสานงานกับอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ และชื่อ “ทองเจือ” ก็ปรากฏในบริบทนี้ ทั้งที่ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการจัดสอบ

จึงมีคำถามว่า “ทองเจือ” เข้าไปติดต่อมศว. ในฐานะอะไร ไปคุยกับใคร คุยเรื่องอะไร แล้วเรื่องนั้นไปเชื่อมกับผลสอบหรือไม่ อย่างไร?

ถ้าการติดต่อ เป็นเรื่องทั่วๆไป ก็จบได้ ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีการร้องขอเกี่ยวกับผู้สมัคร ผลสอบ รายชื่อ หรือ กระบวนการจัดสอบ เรื่องจะมีน้ำหนักขึ้นทันที

เพราะ “ทองเจือ” เป็นบุคคลที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง มีประวัติทำงานร่วมกับ “อนุทิน” มายาวนาน เคยเป็นที่ปรึกษาในกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ในช่วงที่อนุทิน ดำรงตำแหน่ง และยังมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในปี 2568 ด้วย

ดังนั้นน้ำหนักของการติดต่อ ย่อมต่างจากบุคคลทั่วไป เพราะคนที่คุยด้วยต้องเข้าใจว่า เขามาในฐานะตัวแทน หรือผู้ประสานงานของฝ่ายการเมือง ของนายกรัฐมนตรี

อีกคำถามสำคัญที่ต้องไม่ลืมคือ...แล้ว “ทองเจือ” ไปเอง หรือได้รับมอบหมายล่ะ?

รังสิมันต์ โรม
การที่ “โรม” ให้ความสนใจ“ทองเจือ” อาจเป็นเพราะไม่ได้มองคดีแค่ช่วงที่ มศว.ได้งาน แล้วเกิดการแก้คะแนน แต่กำลังย้อนกลับไปหาคำตอบว่า ก่อนมศว.ได้งาน ใครทำให้ม.บูรพา หลุดออกจากเกม

เพราะถ้าการทุจริต เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนผู้จัดสอบ การสอบสวนเฉพาะช่วงที่มศว.เข้ามารับงาน ก็อาจจับได้แค่ “คนลงมือ” แต่ไม่เจอ“คนออกแบบเกม”

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “โรม” พุ่งไปที่ 3 คน ได้แก่ “อนุทิน–ทรงศักดิ์–ทองเจือ” โดยเฉพาะ ทองเจือในฐานะคนที่ถูกกล่าวถึงว่ามีการติดต่อกับ มศว.

เรื่องทุจริตสอบนี้ ยังมีอีกปมใหญ่ คือ “ใครเป็นคนส่งรายชื่อหลักร้อย?” เป็นไฟต์บังคับว่าต้องสอบได้

ถ้า มศว. ยืนยันว่า เคยได้รับรายชื่อผู้สมัครจำนวนหลักร้อยคน เพื่อขอให้บุคคลเหล่านั้นสอบผ่าน นั่นหมายความว่าต้องมีคนอยู่ต้นทางของรายชื่อ

คำถาม คือ ใครทำรายชื่อ? ใครส่ง? ส่งผ่านใคร? ส่งถึงใคร? แล้วมีการติดตามผลหรือไม่ ?

ตรงจุดนี้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า “ทองเจือ” เป็นผู้ประสาน ในเส้นทางเดียวกับรายชื่อเหล่านี้ ความสำคัญของเขา ต่อการตรวจสอบของ “โรม” จะเพิ่มขึ้นมหาศาล

แล้วทำไม...การที่ “ทองเจือ” ไม่มาให้ข้อมูลตามคำเชิญของ กมธ. จึงน่าสนใจ?

เพราะเรื่องนี้ กมธ.ให้น้ำหนักในประเด็นทางการเมือง มากกว่าประเด็นทางกฎหมาย ไงล่ะ

การที่ “โรม” ประกาศว่าจะเชิญ “ทองเจือ” มาอีกครั้ง เพื่อถามถึงบทบาทและความเกี่ยวข้องโดยตรง

นี่ทำให้ “ทองเจือ” กลายเป็น “พยานที่ กมธ.ต้องการคำตอบจากปาก” มากกว่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาไปแล้ว
และคำถามที่ “ทองเจือ” อาจต้องเจอจาก “โรม” อย่างเช่น ...

“ทองเจือ” รู้จักอาจารย์ มศว คนใดบ้าง? ... ติดต่อกันครั้งแรกเมื่อใด ใครเป็นคนเริ่มติดต่อ?... ติดต่อในเรื่องอะไร?...
ใครมอบหมายให้ติดต่อ?...มีการพูดถึงรายชื่อผู้สมัครหรือผลสอบหรือไม่?...เคยส่งเอกสาร รายชื่อ หรือข้อมูลใดให้ มศว. หรือไม่? และหลังจากติดต่อ มศว. แล้ว มีการรายงานกลับไปยังใคร?!

ถ้าได้คำตอบจากคำถามเหล่านี้ ก็จะเริ่มเห็นภาพของ “สายบังคับบัญชา สายการประสานงาน” ชัดขึ้น ... และนี่คือ “ภาพใหญ่” ที่ “โรม” น่าจะต้องการที่สุด

ตอนแรกคดีนี้ คือ “มีเจ้าหน้าที่แก้กระดาษคำตอบ / คะแนนให้คนสอบผ่าน” แต่ข้อมูลจาก กมธ. กำลังทำให้คำถามเปลี่ยนเป็น...

ทำไม ม.บูรพาถูกยกเลิกงาน...แล้วช่วงที่ มศว เข้ามามีบุคคลภายนอกติดต่อมหาวิทยาลัย...จากนั้นมีรายชื่อหลักร้อย... มีปัญหาคะแนนดิบ... มีเจ้าหน้าที่ในระบบถูกชี้มูล แล้วใครอยู่เหนือเจ้าหน้าที่เหล่านั้น?

ทองเจือ ชาติกิจเริญ
บนเส้นทางเหล่านี้ มี “ทองเจือ” เป็นหนึ่งในจุด ที่ต้องตรวจสอบ เพราะเขาอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเชื่อม “ฝ่ายการเมือง” กับ “บุคคลในมหาวิทยาลัย” ได้ หากข้อเท็จจริงเรื่องการติดต่อดังกล่าว ได้รับการยืนยัน

แม้ “ทองเจือ” จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่เป็น “ประตู” ที่จะนำไปพบกับความจริง ที่อยู่เบื้องหลังประตูนั้น

ถ้าเปิดประตูแล้วพบว่า “ทองเจือ” ไปประสาน เพราะได้รับคำสั่งจากใคร คนนั้นสั่งเพราะอะไร แล้วผลประโยชน์ไปอยู่กับใคร เราจะได้เส้นทางขึ้นไปหาผู้บงการ

สิ่งที่ กมธ.ทำ จึงไม่ใช่ “ล็อกเป้าทองเจือเพื่อเอาผิด” แต่ต้องการ “ล็อกเป้าทองเจือเพื่อเปิดเส้นทางการสั่งการ” มากกว่า

ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า ชื่อ “ทองเจือ” ไม่ได้เพิ่งปรากฏในคดีการเมืองไทย เพราะก่อนหน้านี้ชื่อเขายังปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องกระบวนการเลือก สว.ด้วย

คนในแวดวงการเมืองที่รู้จักเขา มักพูดในเชิงยกย่อง ว่า...ทองเจือมันร้าย!!!