เชียงราย – ตำรวจนำหมายศาลตามจับทั้งอดีตเจ้าอาวาสวัดดังเชียงราย-ไวยาวัจกร ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ พบชิงสึกเซ่นปมโอนทั้งเงินวัด-เงินตัว ข้ามปี 207 ครั้ง รวมเกือบ 9 ล้าน กระทั่งถูกสั่งพักตำแหน่ง-แจ้งความดำเนินคดี ตร.ย้ำไม่ทิ้งประเด็นตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลฯ
วันนี้ (19 ส.ค.) พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน, พ.ต.ท.ศุภกรณ์ชัย เดชายิ้มสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.แม่จัน มอบหมายให้ พ.ต.ท.ผดุง ท้ายเรือคำ สารวัตรสืบสวน สภ.แม่จัน นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพร้อมหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ จ.678 (ทจ.2) /2569 ลงวันที่ 19 ส.ค.2569 เข้าจับกุมตัวนายหน่อแก้ว อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดแม่คำ ต.แม่คำ อ.แม่จัน ขณะที่อยู่ที่บ้านพักพื้นที่หมู่ 2 ต.แม่คำ
ข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย”
วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายที่ จ.679 (ทจ.2) /2569 ลงวันที่และข้อหาเดียวกัน เข้าจับกุมตัวนายกาบ อายุ 66 ปี อดีตไวยาวัจกรวัดแม่คำ ได้ที่หมู่ 12 ต.แม่คำ ในข้อหาเดียวกันด้วย จากนั้นได้นำตัวทั้งคู่ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้อดีตเจ้าอาวาสวัดแม่คำและไวยาวัจกร ถูกพบว่าโอนเงินส่วนตัวและเงินวัดไปให้กับบุคคลอื่นตลอดปี 2568-ก.ค.2569 จำนวน 207 ครั้งรวมจำนวน 8.7 ล้านบาท ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสระบุว่าเกิดจากมีบุคคลอ้างว่าเป็นตำรวจในภาคตะวันออกกล่าวหาว่าตนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จึงให้โอนเงินไปให้ตรวจสอบทำให้มีการเบิกเงินโอนไปให้จำนวน 207 ครั้ง เข้าไปยังบัญชีธนาคารจำนวน 66 บัญชี เป็นมูลค่า 8.7 ล้านบาทดังกล่าว
โดยบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจห้ามไม่ให้บอกใคร เพราะเป็นความลับของทางราชการทำให้ไม่มีใครรับรู้ นอกจากอดีตเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรที่มีอำนาจในการเบิกเงินร่วมกัน ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ตรวจสอบพบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ต่อมาวันที่ 9 ส.ค.2569 เจ้าคณะ ต.แม่คำ เขต 1 อ.แม่จัน สั่งให้พระมหาหน่อแก้ว อินทปญโญ อายุ 64 ปี เจ้าอาวาสวัดแม่คำ (ชื่อและตำแหน่งในขณะนั้น) พักจากตำแหน่ง และเจ้าคณะอำเภอได้มีคำสั่งให้เจ้าคณะ ต.แม่คำ เขต 1 รักษาการเจ้าอาวาสวัดแทน ขณะที่มีชาวบ้านแจ้งความให้เอาผิดกับอดีตเจ้าอาวาส กระทั่งอดีตเจ้าอาวาสได้ลาสิกขาออกมาเป็นฆารวาส ส่วนไวยาวัจกรก็ลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าทีตำรวจระบุว่ากรณีการจับกุมครั้งนี้เป็นคนละประเด็นกับการที่อดีตเจ้าอาวาสระบุว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินไปให้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทิ้งประเด็นว่าทั้งคู่อาจจะยังเป็นแค่เหยื่อหรือผู้เสียหาย ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนกันต่อไป

