xs
xsm
sm
md
lg

ในหลวง-พระราชินี ทรงเป็นองค์ประธาน ในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 ทรงมีพระราชดำรัสให้ร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน“พระพันปีหลวง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 17.22 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธาน ในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “กองทุนแม่ของแผ่นดินพลังแห่งความเมตตา ชุบชีวิต เปลี่ยนชุมชน” ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีข้าราชการและคณะกรรมการจัดงาน ฯ
เฝ้า ฯ รับเสด็จ

การนี้ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยผลกระทบจากปัญหายาเสพติด โดยจุดเริ่มต้นของโครงการ เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเป็น ‘ทุนศักดิ์สิทธิ์’ ตั้งต้นในการแก้ไขปัญหายาเสพติด จากหยดน้ำแห่งพระเมตตาในวันนั้น ได้ขยายเป็นสายธาร อันกว้างใหญ่ หล่อเลี้ยงหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน โดยเน้นการใช้แนวทางสันติวิธี การให้อภัย และการให้โอกาส ชุบชีวิตผู้ที่เคยก้าวพลาดให้คืนกลับเป็นคนคุณภาพของสังคม ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

เมื่อทอดพระเนตรวิดีทัศน์จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 75 ราย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน และหมู่บ้านของตนเองสืบไป

โอกาสนี้พระราชทานพระราชดำรัส แก่ผู้มาร่วมงานความว่า

“ข้าพเจ้าและพระราชินี มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ในวันนี้

กองทุนเม่ของแผ่นดินนั้น นับได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่ง ในการเสริมสร้างความเข็มแข็งของชุมชน เนื่องด้วยเป็นการส่งเสริมให้ทุกคน ได้เข้ามามีบทบาท ในการดูแลชุมชนของตนเอง ได้ปลอดพ้นจากยาเสพติด อันเป็นปัญหาสำคัญ ที่บ่อนทำลายความเจริญมั่นคงของของประเทศ ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความชื่นชม และขอบใจทุกท่าน ที่ได้ดำเนินงานกองทุนมาด้วยดี สนองพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
หวังว่าทุกท่าน จะร่วมกันพัฒนางาน ให้เจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ในการเสริมสร้างรากฐานอันมั่นคง ให้แก่ประเทศชาติสืบไป.

ขออำนวยพรให้ทุกท่าน มีความสุขเเข็งแรง และมีความสำเร็จสมหวัง ในสิ่งสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ ”

จากนั้นเสด็จ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการผลการดำเนินงานของหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งมีการจัดแสดงนิทรรศการ 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1 นิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนปีหลวง และการสืบสานพระราชปณิธานก่อตั้งหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน

โซนที่ 2 นิทรรศการน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ต่อมาสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ขอพระราชทานถวายโรจน์สดุดีพระเกียรติคุณในฐานะ “เจ้าฟ้านักพัฒนา ประชาไทยพ้นภัยยาเสพติด” ทรงมีพระนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยทรงสืบสานแนวทางการพัฒนาทางเลือกผ่านโครงการร้อยใจรักษ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือควบคู่กับการลดปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ปัญหายาเสพติด

โซนที่ 3 โครงการ 128 กองทุนแม่ของแผ่นดิน สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน และกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ด้วยกลไกกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่ง ปปส.ได้มอบเงิน ให้แก่ชุมชนที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด ไม่เกินรายละไม่เกิน 20,000 บาท เป็นทุนตั้งต้นใน พร้อมทอดพระเนตรการแสดงของ เครือข่ายเยาวชน กองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ กรุงเทพมหานคร

เมื่อสมควรแก่เวลา เสด็จฯ ไปยังห้องฉายพระบรมฉายาลักษณ์ ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี คณะผู้บริหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการจัดงาน ฯ และผู้แทนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตามลำดับ

ทั้งนี้งานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2569
จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “กองทุนแม่ของแผ่นดินพลังแห่งความเมตตา ชุบชีวิต เปลี่ยนชุมชน” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งมั่นปกป้องคุ้มครองลูกหลานไทยและชุมชนให้พ้นจากภัยยาเสพติด อันเป็นจุดเริ่มต้นของ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เพื่อให้โอกาสผู้ที่เคยก้าวพลาดให้คืนกลับเป็นคนคุณภาพของสังคม ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน