xs
xsm
sm
md
lg

ฮั้วเลือก สว. เพื่อข้างบน กกต.ต้องมีคำตอบให้เคลียร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปมร้อนฮั้วเลือก สว. เมื่อคำชี้แจงสวนทางหลักฐาน สังคมจับตา กกต. ต้องเคลียร์ปริศนา "ข้างบน" คือใคร เพื่อกอบกู้ศรัทธาในกระบวนการเลือกตั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กำลังกลับมาเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างต่อเนื่อง ภายหลังมีการนำคลิปเสียงการสนทนาภายในโรงแรม B2 รังสิต เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 มาเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาเรื่องการจัดการคะแนนเลือก สว. โดยเฉพาะกรณีของว่าที่ร้อยตรีวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรีตำบลโพนสา จังหวัดหนองคาย ซึ่งยอมรับว่าเสียงและบุคคลในคลิปเป็นตนเองจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว.

เรื่องนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่าใครอยู่ในคลิปหรือเสียงดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ แต่ยังมีคำถามสำคัญว่า สิ่งที่พูดกันในคลิปหมายถึงอะไร และเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. มากน้อยเพียงใด เพราะหากคำพูดในคลิปมีความหมายตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต ก็อาจเป็นข้อมูลสำคัญที่ กกต. ต้องนำไปตรวจสอบกับพยานหลักฐานอื่น

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้แสดงความเห็นทางกฎหมายผ่านเฟซบุ๊ก โดยหยิบคำว่า “ข้างบน” ในบทสนทนามาตั้งข้อสังเกตว่า ในคลิปมีข้อความว่า "เราทำเพื่อข้างบน มันเป็นภารกิจเพื่อข้างบน เข้าใจนะ" วิทยาอธิบายว่า “ข้างบน” หมายถึง กกต. เพราะ กกต. เป็นผู้กำหนดระเบียบ ขั้นตอน และกำหนดการเลือก สว. ผู้เข้าร่วมกระบวนการจึงต้องปฏิบัติตาม ซึ่งประเมินน้ำหนัก ถือว่าย้อนแย้งอย่างร้ายแรงและไร้ตรรกะ

ในเรื่องนี้นายวัสยังชี้ให้เห็นอีกว่า นี่คือจุดที่คำชี้แจงของวิทยาหลุดจากความเป็นจริงมากที่สุด หากต้องการสื่อถึง กกต. เหตุใดไม่พูดว่า "ทำตามกติกา กกต." แต่กลับใช้คำว่า "ทำภารกิจเพื่อข้างบน" ซึ่ง กกต. เป็นเพียงองค์กรจัดแข่งขัน ไม่ใช่ "เจ้าของภารกิจ" ที่ผู้สมัครต้องไปรับใช้ ที่สำคัญที่สุด ในอีกช่วงหนึ่งของคลิป วิทยากลับพูดว่า “อย่าไปกลัวข้างบนท่าน... ไม่งั้น กกต. เขาประกาศโมฆะไปแล้ว” หากแทนค่าคำว่า ข้างบนเท่ากับกกต." ตามคำอ้างของวิทยา ประโยคนี้จะกลายเป็น "อย่าไปกลัว กกต. ท่าน... ไม่งั้น กกต. เขาประกาศโมฆะไปแล้ว" ซึ่งเป็นการใช้คำซ้ำซ้อนและไร้ตรรกะอย่างสิ้นเชิง! ประโยคนี้แยก "ข้างบนท่าน..." (ผู้มีอำนาจคุ้มกัน/ผู้สั่งการ) ออกจาก "กกต." (องค์กรตรวจสอบ) อย่างชัดเจน การอ้างว่าข้างบนคือ กกต. จึงรับฟังไม่ได้ในสายตาของวิญญูชน

ในทางคดี คลิปเสียงเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ามีการฮั้วเลือก สว. เกิดขึ้นจริง จำเป็นต้องนำไปตรวจสอบร่วมกับหลักฐานอื่น ทั้งข้อมูลการติดต่อ ข้อความสนทนา เอกสาร พยานบุคคล รวมถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในการเลือก สว. หากหลักฐานต่าง ๆ มีความสอดคล้องกัน คลิปเสียงก็อาจมีน้ำหนักมากขึ้นและช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ได้ชัดเจนกว่าเดิม

ในทางกลับกัน หากบทสนทนาสามารถตีความได้หลายทาง และไม่มีหลักฐานอื่นยืนยันว่ามีการจัดการคะแนนหรือร่วมกันทำให้ผลการเลือก สว. เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด คลิปดังกล่าวก็อาจยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันข้อกล่าวหา

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบทบาทของ กกต. จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่เพียงเรื่องของบุคคลที่ถูกกล่าวหา แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาทั้งชุด หากมีการกระทำผิดจริงแต่ไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ขณะเดียวกัน หากไม่มีการกระทำผิด แต่ผู้ถูกกล่าวหาต้องตกเป็นจำเลยของสังคมโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ ก็ย่อมไม่เป็นธรรมเช่นกัน

ดังนั้น กกต. ต้องทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย และไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะอยู่ฝ่ายใด หากพบหลักฐานเพียงพอว่ามีการกระทำผิด ก็ควรดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากตรวจสอบแล้วหลักฐานยังไม่เพียงพอ ก็ควรชี้แจงให้สังคมทราบว่าได้ตรวจสอบประเด็นใดไปแล้ว และเหตุใดจึงยังไม่สามารถดำเนินคดีได้

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในเวลานี้อาจไม่ใช่เพียงข้อกล่าวหาเรื่องฮั้ว สว. แต่คือความคลุมเครือ หากสังคมเห็นว่ามีข้อกล่าวหา มีหลักฐาน และมีคำถามจำนวนมาก แต่กลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจาก กกต. ความสงสัยก็อาจพัฒนาไปเป็นความไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการตรวจสอบ และท้ายที่สุดอาจบั่นทอนความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง

ถึงเวลาแล้วที่ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทุกข้อกล่าวหาได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม และการตัดสินใจทุกขั้นตอนอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่แรงกดดันทางการเมือง