สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันอาทิตย์(16 ส.ค.) ที่ผ่านมา โดยอ้างแหล่งข่าวที่ระบุว่า กลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียยังคงลักลอบขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้เรือบรรทุกน้ำมันที่ปิดระบบส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง (transponder) แม้ว่าการจราจรตามปกติจะหยุดชะงักอย่างรุนแรงและเกิดการโจมตีขึ้นเป็นระยะๆ ก็ตาม
การปิดเส้นทางการจราจรปกติผ่านช่องแคบอันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งในอดีตเคยเป็นเส้นทางสำหรับการค้าน้ำมันทางทะเลประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงแรก ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานบางคนเตือนว่าราคาน้ำมันอาจแตะ 150 ดอลลาร์ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งถูกขัดขวางอย่างหนักนั้น เกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยไม่ระบุชัดว่าเท่าไหร่ มีรายงานว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก กาตาร์ และคูเวต ได้ขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยใช้เรือบรรทุกน้ำมันแบบ "มืด" (dark tanker) โดยน้ำมันดิบจะถูกถ่ายโอนไปยังเรือลำอื่นในอ่าวโอมานในภายหลัง
การผสมผสานระหว่างการขนส่งลับๆ การเลี่ยงท่อส่ง การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง และการลดลงของความต้องการทั่วโลก ช่วยพยุงราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับ 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามข้อมูลจากผู้ค้าและนักวิเคราะห์ที่อ้างโดยบลูมเบิร์ก
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่มาก โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) แจ้งกับบลูมเบิร์กว่า เรือของบริษัท 23 ลำถูกโจมตีตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 20 คน สัปดาห์ที่แล้ว ADNOC รายงานว่า เรือของบริษัท 2 ลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ โดยลูกเรือทุกคนปลอดภัย ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตี และเรียกร้องให้เตหะรานเปิดช่องแคบอีกครั้ง
บลูมเบิร์กรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียก็ดูเหมือนจะเตรียมใช้เส้นทางนี้เช่นกัน โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 16 ลำจอดอยู่บริเวณชายฝั่งโอมาน และคาดว่าจะมีอีก 3 ลำตามมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เรือเหล่านี้สามารถบรรทุกน้ำมันได้มากถึง 38 ล้านบาร์เรล
บริษัทประกันภัยกล่าวว่า พวกเขากำลังได้รับคำขอความคุ้มครองจากผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความเสี่ยงสูงก็ตาม ปันกาจ คันนา ซีอีโอของ ไฮด์มาร์ มาริไทม์ โฮลดิงส์ (Heidmar Maritime Holdings) กล่าวกับบลูมเบิร์กว่า "มันเป็นการค้าที่มืดมน" และเเป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ แม้ว่าเจ้าของเรือหลายรายยังคงไม่เต็มใจที่จะรับความเสี่ยงก็ตาม
ที่มา: RT

