นครสวรรค์ – เดชะบุญชาวบ้านชุมชนใกล้วัดหลวงพ่อดำ ไพศาลี เมืองปากน้ำโพ แค่ขวัญกระเจิง..เผยนาทีสุดระทึก 6 ล้อเสีย ขอจอดรอซ่อม เจ้าของบ้านเอื้อเฟื้อแม้ไม่รู้จักกัน ผ่านไป 3 วัน ได้ยินเสียงสตาร์ทเครื่องหลงดีใจ จู่ๆรถกลับถอยตีวงชนบ้านพังยับ-รถลูกเสียหายอีกคัน คู่กรณีรับปากชดใช้ดิบดี สุดท้ายผ่านไปกว่าครึ่งเดือนทั้งโทร.หา-ไลน์ถาม กลับเงียบ
ครอบครัวชาวบ้าน ชุมชนใกล้วัดหลวงพ่อดำ หรือวัดสระทะเล อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ร้องเรียนว่า เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อที่มาจอดซ่อมภายในโรงจอดรถของบ้าน ถอยหลังชนบ้าน-รถกระบะที่จอดอยู่ใกล้กันได้รับความเสียหาย เมื่อเวลาประมาณ 17.11 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ก่อนคู่กรณีตกลงชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้น แต่ภายหลังกลับไม่มีการโอนเงินและขาดการติดต่อ ทำให้ครอบครัวต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดี
นางแจ๋น พร้อมลูกๆ ซึ่งประกอบด้วยพี่ต้องและน้องกิ๊ฟ เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน รถคันดังกล่าวขับผ่านบริเวณบ้านแล้วเกิดไฟลุกบริเวณใต้ท้องรถ ทีมงานเจ้าของรถจึงมาขออาศัยพื้นที่โรงจอดรถของครอบครัวเพื่อจอดรอการซ่อม โดยทั้งสองฝ่ายไม่ได้รู้จักหรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันมาก่อน แต่ครอบครัวเห็นว่าเป็นเหตุฉุกเฉินและต้องการช่วยเหลือ จึงอนุญาตให้นำรถเข้ามาจอด
น้องกิ๊ฟ หนึ่งในสมาชิกครอบครัว เล่าว่า หลังรถเข้ามาจอดได้ประมาณหนึ่งวัน ตนเคยพูดกับพี่สาวว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจและมีลางสังหรณ์บางอย่าง ไม่อยากให้รถคันดังกล่าวจอดอยู่ในโรงรถ แต่ด้วยความเห็นใจและไม่คิดว่าจะเกิดเหตุขึ้น จึงยอมให้จอดต่อไป กระทั่งเกิดเหตุรถถอยชนบ้านและรถจนได้รับความเสียหายดังกล่าว
ขณะที่กล้องวงจรปิดของบ้านฝั่งตรงข้ามสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ ปรากฏภาพรถบรรทุก 6 ล้อกำลังถอยหลังในลักษณะเป็นวงอย่างรวดเร็ว ก่อนพุ่งชนผนังบ้านและรถกระบะ 4 ประตูที่จอดอยู่ภายในโรงจอดรถของบ้านอีกหลัง จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ช่วงท้ายของคลิปยังเห็นชายสวมเสื้อผ้าสีดำกระโดดลงจากรถ ขณะที่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงกว่า 20 คนออกมาดูเหตุการณ์
นางแจ๋น เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้านและได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถ 6 ล้อกำลังสตาร์ท ตอนแรกคิดว่ารถสามารถสตาร์ทติดแล้วก็รู้สึกดีใจ เพราะรถคันดังกล่าวเสียและมาจอดอยู่ที่โรงรถของตนเพื่อรอช่างซ่อม แต่ไม่นานกลับได้ยินเสียงดังสนั่น จึงรีบออกมาดู จนพบว่ารถบรรทุกถอยไปชนบ้านและรถของลูกๆ จนได้รับความเสียหาย
จากการตรวจสอบ พบว่า ตัวบ้านและหลังคาได้รับความเสียหาย ขณะที่รถกระบะ 4 ประตูถูกชนจนสภาพเสียหายอย่างหนัก มีร่องรอยขูดขีดบริเวณตัวรถทั้งสองด้าน กระจกด้านหลังแตกละเอียด รวมถึงกันสาดบ้านหลุดและหักลงมาบางส่วน
หลังเกิดเหตุครอบครัวได้พูดคุยกับทีมงานของรถบรรทุกเบื้องต้น ก่อนแจ้งตำรวจให้นำรถคันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ไพศาลี ต่อมา ในวันรุ่งขึ้นมีการเจรจาค่าเสียหายที่โรงพัก โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 70,000 บาท และในช่วงแรกเหมือนจะสามารถตกลงกันได้
แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอการชำระเงิน ทางทีมงานรถบรรทุกแจ้งให้ครอบครัวรอเงินจากผู้ที่จะโอนมาให้ แต่เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีเงินเข้ามา โดยมีการเลื่อนและบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง กระทั่งครอบครัวตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณี
หลังจากนั้นเรื่องผ่านมานานกว่าครึ่งเดือน ครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากคู่กรณี แม้จะพยายามโทรศัพท์และส่งข้อความผ่านไลน์เพื่อติดตามเรื่อง แต่ไม่ได้รับคำตอบ จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน หวังให้คู่กรณีออกมาแสดงความรับผิดชอบและพูดคุยเรื่องค่าเสียหายอีกครั้ง
ทั้งนี้ครอบครัว ยืนยันว่าพร้อมพูดคุยตามข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มี ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและรายการความเสียหาย เพื่อให้เรื่องยุติลงอย่างเป็นธรรม พร้อมหวังว่าหลังมีการนำเสนอข่าว คู่กรณีจะติดต่อกลับมาเพื่อหาแนวทางชดใช้ค่าเสียหายต่อไป.

