นายพลอเมริกันอาวุโสที่เป็นผู้กำกับดูแลการทำสงครามกับอิหร่าน ระบุว่าการจัดการแก้ไขคลี่คลายความกังวลห่วงใยด้านสุขภาพจิตของทหาร ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญลำดับสูงสำหรับกองทัพ ไม่กี่วันหลังจากมีรายงานข่าวปรากฏออกมาเกี่ยวกับความเหนื่อยล้าหมดไฟของพวกทหาร และเงื่อนไขความเป็นอยู่อันย่ำแย่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น กระนั้น พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ก็พูดด้วยเช่นกันว่า บางส่วนของความกังวลห่วงใยที่พูดกันนั้น จริงๆ แล้วเป็น “ข่าวเก่า”
คูเปอร์ ผู้บัญชาการของกองบัญชาการทหารด้านกลางของสหรัฐฯ (U.S. Central Command หรือ CENTCOM) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ยูเอสเอส ลินคอล์น เมื่อวันเสาร์ (15 ส.ค.) ระหว่างการตระเวนเยือนจุดต่างๆ ในตะวันออกกลาง เขาบอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า ช่วงเวลาที่เขาอยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ “น่าประทับใจจนสร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก” พร้อมกับบอกว่าเขาได้พบเห็นด้วยตาตนเองเกี่ยวกับ “ความสนิทสนมกลมเกลียวกัน, การทำงานเป็นทีม, และความหยุ่นตัว”
“นี่ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์ดีพร้อมไปหมด” นายพลเรือผู้นี้กล่าว ขณะยอมรับว่าการถูกขยายเวลาให้ต้องใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลนานๆ “เป็นความท้าทายและยากลำบากจริงๆ” เขาพูดถึงเรื่องสุขภาพจิตว่า “เป็นอีกด้านหนึ่งของสุขภาพของแต่ละบุคคล และเรียกร้องให้เราต้องใส่ใจอย่างเดียวกับสุขภาพทางกายและสุขภาพทางจิตวิญญาณ”
การออกปฏิบัติภารกิจของ ยูเอสเอส ลินคอล์น เที่ยวนี้ ได้ถูกขยายเวลาออกไปกว่า 1 เดือนหลังครบกำหนด 7 เดือนซึ่งวางแผนกันเอาไว้ เวลานี้พวกวุฒิสมาชิกสังกัดพรรคเดโมแครตต่างกำลังกดดันเหล่าผู้นำของกองทัพ เกี่ยวกับรายงานข่าวที่ปรากฏออกมาว่า ในเรือรบลำนี้เจอทั้งปัญหาอาหารและข้าวของขาดแคลน, น้ำปนเปื้อนมีพิษ, ปัญหาเรื่องน้ำเสีย, ขวัญและกำลังใจที่กำลังตกต่ำ, และกระทั่งมีผู้พยายามฆ่าตัวตาย
มิลิเทอรี ไทมส์ (Military Times) สื่อสิ่งพิมพ์เน้นรายงานข่าวในแวดวงทหารของสหรัฐฯ รายงานเอาไว้ในสัปดาห์ที่แล้วว่า มีกลาสีเรืออย่างน้อย 2 คนพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดออกจากเรือ โดยที่ภรรยาของกลาสีรายหนึ่งกล่าวว่า ความเหนื่อยล้าหมดไฟเนื่องจากเจอความเครียดต่อเนื่องกันยาวนาน คือสาเหตุที่ทำให้สามีของเธอพยายามกระโดดจากเรือ
กังวลห่วงใยกันมากขึ้นเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่บนเรือยูเอสเอสลินคอล์น
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ แสดงท่าทีพยายามลดน้ำหนักความสำคัญของรายงานข่าวเช่นนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกล่าวว่า สถานการณ์ “ถูกบิดเบือนให้เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง” ขณะที่เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามในวันศุกร์ (14) ว่า ช่วงเวลาที่ให้ ยูเอสเอส ลินคอล์น ออกทะเลไปปฏิบัติภารกิจคราวนี้ นานเกินไปแล้วใช่หรือไม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธ พร้อมกับกล่าวว่า มันยัง “ไม่ได้ใกล้เคียงกับระยะเวลาที่ควรต้องอยู่กันด้วยซ้ำ”
สำหรับพลเรือเอกคูเปอร์ ในบทความของเขาที่เผยแพร่ทางสื่อวอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันอาทิตย์ (16) เขาระบุว่า “ประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอาหาร, น้ำร้อน, และความน่ากังวลอื่นๆ” นั้น ได้ถูกหยิบยกขึ้นมา “ตั้งแต่หลายเดือนก่อน” และได้รับการแก้ไขคลี่คลายจากทางพวกผู้บังคับบัญชาไปแล้ว
“สิ่งที่ผมพบบนเรือลินคอล์น ก็คือ หลายๆ ส่วนของเรื่องราวเหล่านี้เป็นข่าวเก่าๆ” เขาเขียนเอาไว้เช่นนี้ โดยระบุว่าเป็นประเด็นปัญหาเกี่ยวกับขวัญกำลังใจ และ”จังหวะของการปฏิบัติการ”
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายรายออกมายืนยันแล้วว่า ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น กำลังจะเดินทางกลับบ้านเร็วๆ นี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการหมุนเวียนที่วางแผนกันเอาไว้แล้ว ขณะเดียวกันก็เป็นที่คาดหมายกันว่า ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน เรือบรรทุกเครื่องบินซึ่งมีฐานประจำอยู่ทางแปซิฟิก กำลังถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจแทนที่
ทางด้าน ฮัง เคา รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือ กล่าวในคำแถลงฉบับหนึ่งซึ่งออกมาเมื่อวันศุกร์ (14) ว่า พวกลูกเรือของ ยูเอสเอส ลินคอล์น ถูกส่งออกมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สู้รบเป็นเวลามากกว่า 200 วันแล้ว, โดยที่ได้ออกบินมาแล้วกว่า 10,000 เที่ยว, และทิ้งพวกระเบิดเครื่องกระสุนต่างๆ รวมเป็นน้ำหนักมากกว่า 1.5 ล้านปอนด์
“เป็นความจริงด้วยเช่นกัน” เคา กล่าว ที่ว่า “เกิดกรณีสุขภาพจิตจำนวนเล็กน้อยขึ้นมา” ซึ่งได้รับการรักษาโดยไม่ได้มีการสูญเสียชีวิต และ “มีการปรับแผนการเรื่องอาหารที่ให้ทหารรับประทานให้เหมาะสม เมื่อไม่ได้พวกของสดเพิ่มเติมเข้ามา” นอกจากนั้นเรื่องการติดต่อสื่อสารกับทางบ้านก็ถูกจำกัด เมื่อภัยคุกคามด้านยุทธการอยู่ในระดับที่สูงเกินไป เขากล่าว
ขณะที่เน้นย้ำว่า เรื่องสุขภาพจิต ถือเป็น” เรื่องที่ทางผู้บังคับบัญชา (ของเรือลินคอล์น) ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ” คูเปอร์ก็บอกด้วยว่า ในบรรดาเรือบรรทุกเครื่องบินทั้ง 11 ลำซึ่งยังถูกใช้งานอย่างเต็มที่อยู่ในปัจจุบันของกองทัพเรือสหรัฐฯนั้น “เรือลินคอล์นในเวลานี้ อยู่ในหมู่พวกที่มีจำนวนรายต่ำที่สุดเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิต”
ในอีกด้านหนึ่ง พลเรือเอก ไมค์ มุลเลน อดีตประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐฯ บอกกับรายการ “ดิส วีค” ของเครือข่ายทีวีแอบีซี เมื่อวันอาทิตย์ (16) ที่ผ่านมาว่า เขาได้พูดจากับคูเปอร์ ภายหลังจากที่ ผบ. US CENTCOM ไปตรวจเยี่ยม ยูเอสเอส ลินคอล์น และกล่าวว่า เรื่องที่พวกลูกเรือกำลังจะได้กลับบ้าน เป็นข่าวที่เสริมสร้างขวัญกำลังใจของพวกเขา
ในการให้สัมภาษณ์ เอบีซีนิวส์ คราวนี้ มุลเลน บอกด้วยว่า รายงานข่าวเกี่ยวกับสภาวการณ์ต่างๆ ของเรือลำนี้ “แน่นอนอยู่แล้วว่า ก่อให้เกิดความกังวลห่วงใยอย่างใหญ่โต” แต่พวกเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร “ต่างกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้”
“ผมเองก็เชื่อว่า บางทีความจริงอาจจะวางอยู่ตรงไหนสักแห่งหนึ่งบริเวณกลางๆ นั่นแหละ” เขาบอก
(ที่มา: วอชิงตันโพสต์)

