xs
xsm
sm
md
lg

บุกทลายเครือข่ายนอมินีชาวต่างชาติ เฟส7 บนเกาะสมุย พบ 60 บริษัทเชื่อมโยงถือครองที่ดิน-สิ่งปลูกสร้างกว่า 1,500 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สุราษฎร์ธานี - มท.2 สนธิกำลัง "บิ๊กราญ" เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7 บน เกาะสมุย เปิด 60 บริษัทผิดกฎหมาย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ อสังหาฯ พูลวิลล่า โยงที่ดินมูลค่ากว่า 1,500 ล้าน ออกหมายจับ 62 ราย จับแล้ววันนี้ 14 ราย


เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (15 ส.ค.69) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด้านสุวรรณ์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8, พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎรืธานี, หม่อมหลวง ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายมนูญกฤช ทองขโชค ที่ดินจังหวัด สุราษฎร์ธานี, นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายชวภณ สินพูนภักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7” ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี


การปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายขับเคลื่อนตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย หรือเครือข่าย “นอมินี” ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันทางการค้าของประเทศจากกลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ภายใต้การดำเนินงานสืบสวนเชิงลึกตามแนวทาง “เกาะพะงันโมเดล”

โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บูรณาการสืบสวนขยายผลร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมสรรพากร ได้ทำการวิเคราะห์ฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียนใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีนิติบุคคลดำเนินกิจการ จำนวน 12,906 บริษัท ในจำนวนนี้มีนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลต่างด้าวจำนวน 8,254 บริษัท และมีนิติบุคคลที่มีลักษณะอาจเข้าข่ายการเป็นนอมินี จำนวน 875 บริษัท


เจ้าหน้าที่ได้ทำการคัดกรองและวิเคราะห้จนพบกลุ่มเป้าหมายเข้าข่ายเป็นนิติบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยเป็นนอมินี รวมถึงบริษัทที่ช่วยเหลือในการจัดตั้งบริษัท จำนวน 61 บริษัท ครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 42 แปลง เนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 51 ตร.ว. มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมประมาณ 1,500 ล้านบาท นำไปสู่การร้องทุกข์ดำเนินคดี 60 คดี ผู้ต้องหา 88 คน เป็นคนไทย 26 คน และบุคคลต่างด้าว 62 คน

พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ขอออกหมายค้น จำนวน 37 หมาย และหมายจับบุคคลต่างด้าว จำนวน 62 หมาย ซึ่งครอบคลุมผู้กระทำความผิดหลากหลายสัญชาติ ประกอบด้วย สัญชาติ อิสราเอล 20 คน รัสเซีย 17 คน ฝรั่งเศส 12 คน ยูเครน เยอรมนี 2 คนสหรัฐอเมริกา อังกฤษ อิตาลี เอสโตเนีย ออสเตรเลีย แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ บัลกาเรีย ฟิลิปปินส์ สัญชาติละ 1 คน

โดยผลการปฏิบัติในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 14 คน ประกอบด้วย จีน และ อังกฤษ สัญชาติ ละ 4 คน อิตาลี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย ฟิลิปปินส์ และ อเมริกา สัญชาติ ละ 1 คน


สำหรับปฏิบัติการสำคัญที่ได้ดำเนินการใน อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี ครั้งนี้ ตรวจค้นจับกุม 5 กลุ่มบริษัท ได้แก่ 1. กลุ่มบริษัท กัลป์ - ทรี จำนวน 19 บริษัท 19 คดี โดย นายกัล และนางรอน สัญชาติอิสราเอล ใช้โครงสร้างบริษัทหลายชั้น และใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือหุ้นแทน ซึ่งในกลุ่มบริษัทนี้มีการประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และซื้อถือครอง พัฒนา ขาย และให้เช่าวิลล่าหรู แก่กลุ่มลูกค้าชาวอิสราเอล

2. กลุ่มบริษัท โฮล - ซี จำนวน 4 บริษัท 4 คดี โดย นายโฮล สัญชาติเยอรมัน อาศัยคนไทยเป็นนอมินีในการถือหุ้นแทน 100% ซึ่งกลุ่มบริษัทนี้มีการดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยให้บริการเกี่ยวกับการให้เช่าที่พักอาศัย และการก่อสร้างวิลล่าหรู ตั้งอยู่บนพื้นที่เขาสูงชันอาจเกินกว่ากฎหมายกำหนด เสี่ยงต่อใบอนุญาตก่อสร้างที่มิชอบ ขายวิลล่าโดยวิธีการ เปลี่ยนแปลงหุ้นส่วนในบริษัทนอมินี ไม่เสียภาษีซื้อขายที่ดิน และไม่นำรายได้มาเสียภาษีนิติบุคคล


3. กลุ่มบริษัท กมล จำนวน 19 บริษัท 19 คดี โดย น.ส.กมล สัญชาติไทย มีชื่ออยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้นทั้ง 27 บริษัท จัดตั้งบริษัทให้ชาวต่างชาติ เพื่อใช้ขอใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าประเภทธุรกิจ ซึ่งเป็นวีซ่าระยะยาวสามารถอยู่ได้ 1 ปี โดยข้อมูล ทางทะเบียนขัดแย้งกับการลงทุนจริง ซึ่ง น.ส.กมล ไม่ได้มีการลงทุนหรือชำระค่าหุ้น ไม่ได้รับปันผล และไม่ทราบถึงการดำเนินกิจการของกลุ่มบริษัทแต่อย่างใด

4. กลุ่มบริษัท ปา จำนวน 17 บริษัท 17 คดี โดย นางปา สัญชาติไทย เริ่มจัดตั้งบริษัทจากคนไทยทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการที่ต้องแสดงเอกสาร จากนั้นจะนำบุคคลต่างด้าวเข้ามาสู่โครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อขอใบอนุญาตทำงานและเปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็นวีซ่าธุรกิจ โดยไม่ได้มีการประกอบธุรกิจจริงแต่อย่างใด

5. กลุ่มบริษัท ไอ จำนวน 2 บริษัท 1 คดี สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยได้แจ้งเบาะแส
ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ช่วยเหลือดำเนินการกับบุคคคลสัญชาติฝรั่งเศสที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงชาวฝรั่งเศส โดยอ้างว่าจะนำ เงินไปลงทุนทำฟาร์มกัญชา มูลค่าความเสียหายกว่า 21 ล้านบาท ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายสตีฟ สัญชาติฝรั่งเศส นำเงินที่ฉ้อโกงมาจากกลุ่มผู้เสียหายชาวฝรั่งเศส จัดตั้งบริษัท ไอ โดยใช้คนไทยป็นนอมินีในการถือหุ้นแทน เพื่อซื้อที่ดินและก่อสร้างโรงแรมหรู พร้อมสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และ จัดตั้งบริษัท โดเมน เพื่อบริหารโรงแรม โดยผ่านสัญญา เช่าอำพราง ลงโฆษณาการให้พักเป็นรายวันในเว็บไซต์ ราคาคืนละ 11,000 – 17,000 บาท แต่ไม่พบการขออนุญาตประกอบ กิจการโรงแรมแต่อย่างใด


เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นสถานที่เป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่าย ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

โดยเป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการจัดระเบียบจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่, พังงา ชลบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์ ให้มีการลงทุนและการท่องเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่เพียง สร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม